สรุปข่าว
- Galaxy Digital จัดสรรเงินทุนสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 170 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาและนักวิจัยที่กำลังเตรียม Bitcoin ให้พร้อมรับมือควอนตัมคอมพิวเตอร์
- เงินทุนจะถูกนำไปใช้พัฒนาระบบลายเซ็นที่ต้านทานควอนตัม เครื่องมือย้าย Bitcoin ไปยังกระเป๋ารูปแบบใหม่ และการตรวจสอบความปลอดภัยของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
- ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารสองฉบับ เพื่อเร่งพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ และผลักดันให้หน่วยงานรัฐบาลเปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัม
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Galaxy Digital ประกาศจัดตั้งกองทุนสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 170 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาที่กำลังเตรียม Bitcoin ให้พร้อมรับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ โดยเน้นพัฒนาระบบลายเซ็นแบบใหม่ เครื่องมือย้ายเหรียญ และการตรวจสอบความปลอดภัย แม้ความเสี่ยงจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ภัยจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่อยู่ที่ชุมชน Bitcoin จะอัปเกรดเครือข่ายและย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเงินยุคหลังควอนตัมได้ทันหรือไม่
Galaxy Digital บริษัทให้บริการทางการเงินด้านคริปโต ประกาศจัดสรรเงินทุนสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 170 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาและนักวิจัยที่กำลังเตรียมเครือข่าย Bitcoin ให้พร้อมรับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ แม้เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่ทรงพลังพอที่จะเจาะระบบได้จริงก็ตาม
โครงการนี้มีชื่อว่า Galaxy Bitcoin Quantum Readiness Initiative และเปิดรับสมัครทันที โดยเงินทุนจะมุ่งไปที่การพัฒนาระบบลายเซ็นดิจิทัลที่ต้านทานควอนตัม เครื่องมือสำหรับย้าย Bitcoin ไปยังกระเป๋าเงินรูปแบบใหม่ รวมถึงการตรวจสอบความปลอดภัยของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
Galaxy ระบุว่า บริษัทต้องการให้ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และหน่วยงานวิจัยเข้ามาร่วมสนับสนุน เพื่อเร่งให้ Bitcoin เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม หรือ Post-quantum Cryptography ได้ทันก่อนที่ภัยคุกคามจะเกิดขึ้นจริง
ปัจจุบัน Bitcoin ใช้ระบบลายเซ็นดิจิทัลในการยืนยันความเป็นเจ้าของและอนุมัติธุรกรรม ซึ่งยังมีความปลอดภัยสูงสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่หากในอนาคตควอนตัมคอมพิวเตอร์พัฒนาไปถึงระดับที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องมือดังกล่าวอาจคำนวณหา Private Key จาก Public Key ที่เปิดเผยอยู่บนบล็อกเชน และสร้างลายเซ็นปลอมเพื่อขโมย Bitcoin ออกจากกระเป๋าได้
แม้ความเสี่ยงนี้จะยังไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมควอนตัมทำให้รัฐบาล และบริษัทเทคโนโลยีเริ่มเตรียมเปลี่ยนไปใช้ระบบเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัมกันล่วงหน้าแล้ว
Bitcoin 6.9 ล้าน BTC อาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
งานวิจัยที่อ้างอิงข้อมูลจาก CryptoQuant ประเมินว่า Bitcoin ราว 6.9 ล้าน BTC อาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถเจาะระบบลายเซ็นของเครือข่ายได้สำเร็จ
หากคำนวณจากราคา Bitcoin ประมาณ 66,800 ดอลลาร์ต่อเหรียญ สินทรัพย์กลุ่มนี้จะมีมูลค่ารวมราว 4.61 แสนล้านดอลลาร์
Bitcoin ที่มีความเสี่ยงสูงส่วนใหญ่เป็นเหรียญในกระเป๋าที่เคยเปิดเผย Public Key บนบล็อกเชนแล้ว เช่น กระเป๋าที่เคยส่งธุรกรรม กระเป๋าที่นำ Address เดิมกลับมาใช้ซ้ำ และกระเป๋ารูปแบบเก่าจากช่วงแรกของเครือข่าย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า Bitcoin เหล่านี้สามารถถูกขโมยได้ในวันนี้ เพราะยังไม่มีหลักฐานว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่สามารถเจาะระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้จริง
นักวิจัยส่วนใหญ่มองว่า ภัยคุกคามยังไม่เกิดขึ้นในระยะใกล้ แต่ชุมชน Bitcoin ไม่ควรรอจนเทคโนโลยีพร้อมโจมตีแล้วค่อยลงมือแก้ไข เพราะการอัปเกรดโปรโตคอลและย้ายสินทรัพย์ของผู้ใช้งานทั่วโลกอาจกินเวลาหลายปี
ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมควอนตัม ควบคู่ไปกับการยกระดับความปลอดภัยของระบบรัฐบาลกลาง
ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารสองฉบับ เพื่อเร่งพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ และผลักดันให้ระบบของรัฐบาลเปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัม
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังเตรียมเสนอเงินสนับสนุนมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่บริษัทควอนตัมคอมพิวเตอร์ 9 แห่ง
เทคโนโลยีเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในงานวิจัย การแพทย์ วัสดุศาสตร์ การเงิน และความมั่นคง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจมีศักยภาพในการแฮกระบบเข้ารหัสที่ปกป้อง Bitcoin, Ethereum ระบบธนาคาร และข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
มุมมองผู้เขียน: การตั้งกองทุนของ Galaxy สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมคริปโตกำลังมองภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์เป็นความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่มีความจำเป็นต้องหาทางป้องกัน
ที่มา:coindesk

