bitkub-banner

รัฐ Mount Carmel สั่งแบนเหมืองคริปโตและ Data Center หลังชาวอเมริกันต่อต้านหนัก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมการบริหารเมือง Mount Carmel มีมติเป็นเอกฉันท์สั่งห้ามการตั้งเหมืองคริปโตและศูนย์ข้อมูลเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
  • การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการต่อต้านที่ขยายตัวไปทั่วสหรัฐอเมริกาหลังจากชาวเมืองหลายแห่งแสดงความกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้าทรัพยากรน้ำและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการหาพื้นที่ตั้งฐานปฏิบัติการใหม่เนื่องจากหลายเมืองเริ่มออกกฎหมายควบคุมหรือระงับการก่อสร้างโครงการชั่วคราว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากกระแสการต่อต้านและกฎหมายห้ามตั้งเหมืองคริปโตในหลายเมืองของสหรัฐอเมริกาอาจส่งผลให้ต้นทุนในการหาพื้นที่ใหม่สูงขึ้นและเป็นอุปสรรคต่อการขยายกำลังการขุดในระยะยาว

การทำเหมืองคริปโตและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่กำลังเผชิญกับแรงเสียดทานครั้งสำคัญในสหรัฐอเมริกา ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารเมือง Mount Carmel ได้ลงมติสั่งห้ามการตั้งเหมืองคริปโตและศูนย์ข้อมูลอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของชาวเมืองทั่วประเทศที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านการใช้พลังงานมหาศาล เสียงรบกวน การสูบน้ำไปใช้ในระบบหล่อเย็น และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจทำลายความสงบสุขของชุมชน

ความเคลื่อนไหวของเมือง Mount Carmel เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่ลุกลามไปในหลายพื้นที่ ก่อนหน้านี้ในย่าน Mt. Carmel Township รัฐเพนซิลเวเนีย ประชาชนนับร้อยคนได้รวมตัวกันคัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูลโดยให้เหตุผลว่าโครงการเหล่านี้อาจคุกคามพื้นที่อยู่อาศัยและป่าไม้ใกล้เคียง ชาวเมืองยังเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบผังเมืองให้เข้มงวดขึ้น ขยายเขตกันชน และเพิ่มค่าปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืน เนื่องจากมองว่าค่าปรับในปัจจุบันนั้นน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับเงินทุนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีเมืองอื่นอีกหลายแห่งที่ขยับตัวตาม เช่น เมือง Manlius ในรัฐนิวยอร์กที่สั่งระงับการตั้งศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตเชิงพาณิชย์เป็นเวลาหนึ่งปี รวมถึง Morgan County ในรัฐแอละแบมา และ St. Joseph ในรัฐเทนเนสซีที่ออกคำสั่งห้ามในลักษณะเดียวกัน

แรงต่อต้านเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงศูนย์ข้อมูลสำหรับประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและกินทรัพยากรอย่างหนัก สำหรับฝั่งผู้ประกอบการ สถานการณ์นี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ แม้กลุ่มบริษัทเหมืองขุดบิตคอยน์จะพยายามชี้แจงว่าโครงการของพวกเขาสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุน สร้างรายได้จากภาษี และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้ แต่ชาวเมืองส่วนใหญ่ยังคงมองว่าผลประโยชน์เหล่านั้นไม่คุ้มค่ากับภาระด้านโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนต้องแบกรับไว้เอง

ที่มา: u.today


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตกับชุมชนท้องถิ่นกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ การที่เมืองเล็กๆ เริ่มลุกขึ้นมาใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อต่อต้านศูนย์ข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนหรือการจ้างงานเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแลกกับความยินยอมจากสังคมได้อีกต่อไป ในอนาคตบริษัทขุดคริปโตอาจต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ด้วยการหันไปใช้พลังงานหมุนเวียนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือเลือกตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลที่รัฐบาลท้องถิ่นจัดโซนไว้ให้โดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับมวลชนและลดความเสี่ยงที่ธุรกิจจะต้องหยุดชะงักจากการถูกเพิกถอนใบอนุญาต