สรุปข่าว
- กลุ่มวาฬ Bitcoin เดินหน้าสะสมเหรียญเพิ่มกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สวนทางกับนักลงทุนรายย่อยที่เริ่มทยอยเทขาย
- กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ กวาดเงินทุนไหลเข้าสุทธิกว่า 754 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ซึ่งถือว่าดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
- ราคาเหรียญยังคงแกว่งตัวและต้องการการปิดตลาดเหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์เพื่อยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่และเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF อย่างต่อเนื่องช่วยสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและลดความเสี่ยงที่ราคาจะหลุดลงไปต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์
ข้อมูลการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนและกระแสเงินทุนของกองทุน ETF กำลังสะท้อนให้เห็นแรงซื้อที่กลับมาจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเข้ามาช่วยเป็นเบาะรองรับความผิดหวังจากความล่าช้าในการผลักดันร่างกฎหมาย CLARITY Act
จากการติดตามข้อมูลของ Santiment พบว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลที่ถือครอง Bitcoin ตั้งแต่ 10 ถึง 10,000 เหรียญได้สะสมเพิ่มขึ้นรวมกันมากกว่า 20,000 เหรียญ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.2 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยการเข้าซื้อเกิดขึ้นในกรอบราคาที่ยังคงแกว่งตัวอยู่ต่ำกว่าระดับ 65,000 ดอลลาร์ ทาง Santiment ชี้ว่ารูปแบบที่ผู้เล่นรายใหญ่เร่งสะสมเหรียญในขณะที่รายย่อยเลือกที่จะเทขาย ทำให้ความน่าจะเป็นที่ราคาจะพุ่งไปแตะระดับ 70,000 ดอลลาร์มีสูงกว่าการที่ราคาจะร่วงลงไปต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์
สาเหตุที่ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนทั้งสองกลุ่มสวนทางกัน ส่วนหนึ่งมาจากความตื่นตระหนกหลังเกิดเหตุแฮ็กกระเป๋าเงิน Coldcard ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ซึ่งสร้างความเสียหายสูงถึง 120 ล้านดอลลาร์ รวมถึงความไม่แน่นอนของร่างกฎหมาย CLARITY Act และราคาที่หยุดนิ่ง ล้วนเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนรายย่อยเริ่มถอยห่างจากตลาด
อย่างไรก็ตาม ฝั่งนักลงทุนสถาบันกลับส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิสูงถึง 754.69 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งทำให้กองทุนเหล่านี้มีสถิติสัปดาห์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน Liya Kalchev นักวิเคราะห์จาก Nexo อธิบายว่ากระแสเงินทุนระดับสถาบันมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด โดยกองทุนเหล่านี้รับเงินเข้ามากว่าครึ่งพันล้านดอลลาร์แล้วในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการพลิกกลับอย่างสิ้นเชิงจากเดือนมิถุนายนที่สถิติย่ำแย่ที่สุด
แม้ว่าจะมีแรงซื้อสะสมมหาศาลทั้งบนบล็อกเชนและกองทุน ETF แต่ราคาของ Bitcoin ก็ยังไม่สามารถทะยานขึ้นได้อย่างเต็มที่ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกถึงพฤติกรรมของผู้ซื้อในปัจจุบันที่เน้นการเก็งกำไรตามจังหวะมากกว่าความเชื่อมั่นในระยะยาว ตลาดจึงจำเป็นต้องเห็นราคาปิดยืนเหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์ได้อย่างเด็ดขาดเพื่อสร้างกระแสการฟื้นตัวที่แท้จริง ในขณะเดียวกัน การที่วุฒิสภาสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะยังไม่ลงมติร่างกฎหมาย CLARITY Act ในเดือนนี้ ก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ตลาดยังต้องเผชิญต่อไป
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าภาพรวมของตลาดในขณะนี้กำลังเกิดการถ่ายโอนสินทรัพย์ครั้งใหญ่จากนักลงทุนรายย่อยที่ตื่นตระหนกข่าวร้ายไปสู่มือของกลุ่มทุนสถาบันและวาฬที่รอช้อนซื้อ การที่ราคา Bitcoin ยังคงทรงตัวอยู่ได้แม้รายย่อยจะเทขายอย่างหนักแสดงให้เห็นถึงแรงรับซื้อที่แข็งแกร่งมากผ่านกองทุน ETF และกระดานเทรด ซึ่งกลยุทธ์การค่อยๆ เก็บของโดยไม่ให้ราคาพุ่งแรงเกินไปนี้ถือเป็นพฤติกรรมคลาสสิกของเม็ดเงินก้อนใหญ่ และหากเมื่อใดที่แรงซื้อเหล่านี้สามารถดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญที่ 65,000 ดอลลาร์ไปได้อย่างเด็ดขาด ตลาดอาจจะได้เห็นการพุ่งทะยานอย่างรุนแรงจนนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่งขายทิ้งไปต้องกลับมาซื้อตามไม่ทันอย่างแน่นอน

