สรุปข่าว
- ตรวจพบการขยับตัวของกระเป๋ายุค ICO ที่เงียบไปนานกว่า 11 ปี โดยทำการโอนย้าย 2,680 ETH มูลค่าราว 167 ล้านบาท ออกไปยังกระเป๋าใหม่ 2 แห่ง
- สินทรัพย์ชุดนี้ถูกซื้อมาในช่วง ICO ปี 2015 ด้วยเงินต้นรวมเพียง 831 ดอลลาร์ หากเทขายตอนนี้จะคิดเป็นกำไรกว่า 6,068 เท่า
- ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันการเทขายและอาจเป็นเพียงการย้ายกระเป๋าเพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยรับมือภัยไซเบอร์ สืบเนื่องจากความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
มีการตรวจพบเจ้ามือยุค ICO ที่หยุดเคลื่อนไหวไปนานกว่า 11 ปี ได้เริ่มทำการโอนย้าย 2,680 ETH มูลค่ารวมกว่า 167 ล้านบาท ออกไปยังที่อยู่ใหม่ 2 แห่ง ซึ่งเหรียญชุดนี้ซื้อมาด้วยต้นทุนเพียง 831 ดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทนกำไรสูงถึง 6,068 เท่า
ด้วยคุณสมบัติความโปร่งใสของเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้การเคลื่อนไหวของเงินทุนก้อนใหญ่ในตลาดคริปโทฯ สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ และล่าสุด ตลาดก็ต้องกลับมาจับตาอีกครั้ง เมื่อ เจ้ามือ Ethereum ในยุค ICO รายหนึ่ง ได้ขยับตัวโอนย้ายสินทรัพย์เป็นครั้งแรกหลังเงียบสนิทมานานกว่า 11 ปี ซึ่งสิ่งนี้ได้จุดประกายความสงสัยให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับแผนการเคลื่อนไหวของเจ้ามือรายดังกล่าว
ข้อมูลจาก Lookonchain ระบุว่า เจ้ามือรายนี้ได้ทำการโอนย้าย 2,680 ETH คิดเป็นมูลค่ากว่า 5.05 ล้านดอลลาร์ (ราว 167 ล้านบาท) ไปยังกระเป๋าเงินใหม่ 2 ใบ ผ่านการทำธุรกรรมรวม 3 ครั้ง
ครั้งแรกเริ่มต้นจากการโอนเพื่อทดสอบธุรกรรม 0.001 ETH จากนั้นจึงทยอยโอนเหรียญก้อนใหญ่ตามออกมาอีก 1,876 ETH และ 804 ETH ตามลำดับ ทั้งนี้ หากเทียบกับต้นทุนรวมที่ช้อนซื้อไว้ช่วง ICO ในปี 2015 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 831 ดอลลาร์ จะเท่ากับว่าปัจจุบันเจ้ามือรายนี้ถือครองกำไรมหาศาลสูงถึง 6,068 เท่า
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของเจ้ามือรายนี้อาจไม่ได้หมายความว่าจะมีแผนที่จะเทขายเสมอไป แต่อาจหมายถึงการขยับตัวเพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ หลังจากที่ช่วงนี้มีข่าวการโจมตีไม่หยุดหย่อนที่แม้แต่ Cold Wallet เองก็ต้านไม่อยู่
ปัจจุบัน Ethereum มีการซื้อขายที่ระดับราคา $1,875 โดยมีความพยายามอย่างหนักในการกลับไปทดสอบราคา $2,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งถ้าสุดท้ายแล้วเจ้ามือรายนี้ตัดสินใจที่จะขายแรงกดดันจากส่วนนี้อาจทำให้ราคาย่อตัวลงไปได้อีก แต่สำหรับตอนนี้แล้ว Ethereum ยังคงมีความเคลื่อนไหวในรูปแบบไซด์เวย์มากกว่า
ที่มา: Coinpost
มุมมองผู้เขียน : การขยับตัวของเจ้ามือยุคแรกแม้จะสร้างความระส่ำระสายต่อตลาดแต่เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมแล้วก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นการบริหารจัดการกระเป๋าเก็บรักษาเพื่อปิดช่องโหว่ความปลอดภัย มากกว่าจะเป็นการเตรียมโอนเข้าศูนย์ซื้อขายเพื่อเทขายทำกำไรในทันที

