สรุปข่าว
- กระเป๋าเงินที่ Arkham Intelligence และ Lookonchain ระบุว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus จากเกาหลีเหนือ กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังนิ่งเฉยมาระยะหนึ่ง โดยโอน Bitcoin จำนวน 244.148 BTC มูลค่าประมาณ $19.42 ล้าน ไปยังที่อยู่ใหม่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม
- ธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็น Bitcoin เกือบทั้งหมดที่กระเป๋าเงินนี้ถืออยู่ ทำให้เหลือยอดคงเหลือเพียง 267.526 BTC มูลค่าราว $20.97 ล้าน ขณะที่พอร์ตของ address cluster เดียวกันยังถือ USDT ราว 9.29 ล้านเหรียญ, ETH 1,737 เหรียญ และ BNB 5,024 เหรียญ รวมมูลค่าประมาณ $40 ล้าน
- นักวิเคราะห์มองว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่มูลค่าธุรกรรม ซึ่งถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขาย Bitcoin ทั้งตลาด แต่คือการที่กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับ Lazarus กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพราะในอดีตการเคลื่อนไหวลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับการรวมเงินและพยายามปกปิดเส้นทางของสินทรัพย์ที่ได้จากการโจมตี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ขนาดของธุรกรรม 244 BTC ถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขาย Bitcoin ในตลาดโดยรวม จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การกลับมาเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐถือเป็นสัญญาณที่ตลาดควรจับตา เพราะสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการฟอกสินทรัพย์ที่ได้จากการโจมตียังคงมีอยู่ แม้จะไม่ได้กดดันราคาโดยตรง แต่หากเงินจำนวนมากถูกส่งต่อไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก็อาจสร้างแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นในตลาดได้
ความสนใจของนักวิเคราะห์ด้าน on-chain กลับมาจับจ้องที่กลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus จากเกาหลีเหนืออีกครั้ง หลังกลุ่มดังกล่าวเริ่มโอน Bitcoin จำนวน 244.148 BTC มูลค่าประมาณ $19.42 ล้านออกจากกระเป๋าเงินที่เคยนิ่งเฉยเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการตรวจพบของ Lookonchain ซึ่งระบุว่ากระเป๋าคริปโตที่เชื่อมโยงกับ Lazarus Group กลับมาเคลื่อนไหวและโอน Bitcoin จำนวนดังกล่าวออกไป ขณะที่ Bitcoin ซื้อขายอยู่บริเวณ $79,500 ในช่วงเวลาที่มีการตรวจพบธุรกรรม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าปลายทางของเงินดังกล่าวเป็น exchange, mixer หรือกระเป๋าอื่นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม
รายละเอียดธุรกรรม และเบื้องหลังของกระเป๋าเงินนี้
เมื่อพิจารณารายละเอียดเชิงลึก ตามรายงานของ COINOTAG ธุรกรรม 244.148 BTC คิดเป็น Bitcoin เกือบทั้งหมดที่กระเป๋าเงินดังกล่าวถือครองอยู่ ทำให้หลังการโอนเหลือยอดประมาณ 267.526 BTC มูลค่าราว $20.97 ล้าน ณ ราคาตลาดประมาณ $78,380 ในขณะนั้น นอกจากนี้ address cluster เดียวกันยังถือสินทรัพย์อื่นอีกหลายประเภท ทั้ง USDT ราว 9.29 ล้านเหรียญ, Ethereum จำนวน 1,737 ETH หรือประมาณ $4.3 ล้าน และ BNB อีก 5,024 BNB หรือราว $3.5 ล้าน ทำให้มูลค่ารวมของพอร์ตอยู่ที่ประมาณ $40 ล้าน TronWeekly รายงานเพิ่มเติมว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวในเดือนสิงหาคม เพราะเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เคยมีกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus โอน Bitcoin อีก 262.2 BTC มูลค่าประมาณ $16.64 ล้านไปยังที่อยู่ใหม่มาแล้ว ทำให้มูลค่าการโอนที่ตรวจพบในเดือนนี้รวมกันมากกว่า $36 ล้าน แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าธุรกรรมทั้งสองครั้งมาจากยอดคงเหลือเดียวกันหรือมีจุดประสงค์เดียวกัน
เกาหลีเหนือขโมยคริปโตไปเท่าไหร่แล้ว
เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหานี้ ตามรายงานของ crypto.news ข้อมูลจาก Chainalysis ประเมินว่าแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโตไปแล้วอย่างน้อย $2.02 พันล้านตลอดปี 2025 เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดความเสียหายสะสมจากการขโมยคริปโตของเกาหลีเหนือแตะอย่างน้อย $6.75 พันล้านเมื่อสิ้นปี 2025 โดยปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือคิดเป็นสัดส่วนถึง 76% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมดจากการโจมตีบริการคริปโตในปีดังกล่าว แม้จำนวนเหตุการณ์โจมตีที่ตรวจพบจะลดลง แต่ขนาดความเสียหายต่อเหตุการณ์กลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก สอดคล้องกับ Tron Weekly ที่รายงานว่า การโจมตี Bybit ซึ่งทำให้สูญเสียคริปโตมูลค่าสูงถึง $1.5 พันล้าน กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์โจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต อย่างไรก็ตาม ธุรกรรม 244 BTC ล่าสุดยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ทำไมการฟอกเงินของ Lazarus ถึงทำได้ยากขึ้นในปัจจุบัน
แม้กลุ่ม Lazarus จะยังคงพยายามเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ แต่สภาพแวดล้อมด้านการติดตามธุรกรรมคริปโตในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตอย่างมาก ตามรายงานของ U.Today ระบบ AML และเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกรรมบนบล็อกเชนสามารถตรวจจับความเชื่อมโยงระหว่างกระเป๋าเงินกับกลุ่ม Lazarus ได้รวดเร็วขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มซื้อขายรายใหญ่สามารถระบุและบล็อกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินจากการโจมตีได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การนำสินทรัพย์เหล่านี้เข้าสู่ระบบการเงินแบบปกติทำได้ยากกว่าเดิม นักวิเคราะห์ยังมองว่าจุดที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงมูลค่าของธุรกรรม 244 BTC แต่คือการที่กระเป๋าเงินที่เคยนิ่งเฉยกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนย้ายเงินในขั้นตอนต่อไป
ผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าภัยคุกคามจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐยังคงเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมคริปโต แม้ธุรกรรม 244 BTC จะไม่มีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างแรงกดดันต่อราคา Bitcoin โดยตรง แต่การที่สินทรัพย์จากการโจมตีในอดีตยังคงถูกเคลื่อนย้ายและพยายามปกปิดเส้นทางอยู่เป็นระยะ แสดงให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่จบลงง่ายๆ สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือปลายทางของ Bitcoin จำนวน 244 BTC ว่าจะถูกส่งต่อไปยัง exchange, mixer หรือกระเป๋าเงินอื่นที่สามารถระบุความเชื่อมโยงได้หรือไม่ เพราะหากพบเส้นทางที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามหรืออายัดสินทรัพย์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
แหล่งอ้างอิง:
- ทวีตจาก @BSCNews
- crypto.news — Lazarus Group Resurfaces With $19.4M Bitcoin Move
- COINOTAG — Lazarus Group Moves 244 Bitcoin (BTC) Worth $19.42M From Dormant Wallets
- TronWeekly — Lazarus Group Bitcoin Wallets Stir Again With $19.4M Move
- U.Today — North Korea Hackers Break Silence With $19.4 Million Bitcoin (BTC) Move: Time to Worry?

