สรุปข่าว
- Elon Musk แสดงความเห็นสนับสนุนทฤษฎีของ Tim Palmer นักฟิสิกส์จาก Oxford ที่ระบุว่าจักรวาลมีโครงสร้างพื้นฐานแบบแยกส่วนเป็นก้อนจำกัดไม่ได้เหมือนสายน้ำ
- ทฤษฎีดังกล่าวคาดการณ์ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะติดเพดานขีดจำกัดธรรมชาติที่ 200–400 คิวบิต และไม่มีทางเกิน 1,000 คิวบิต ทำให้ไม่สามารถเจาะ Bitcoin ได้
- Bitcoin ต้องใช้พลังประมวลผลอย่างน้อย 835คิวบิต ซึ่งสูงกว่าเพดานที่ทำนายไว้ทำให้ต้องมาดูกันว่าเรากำลังเข้าใจจักรวาลผิดหรือทฤษฎีใหม่ที่เสนอไม่เป็นความจริง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Elon Musk แสดงความเห็นเห็นด้วยกับทฤษฎีใหม่ของ Tim Palmer นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Oxford ที่เสนอว่าจักรวาลประกอบขึ้นจากก้อนวัตถุขนาดเล็กที่สุดที่ไม่สามารถแบ่งย่อยได้อีก ส่งผลให้การพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์จะติดเพดานทางธรรมชาติในที่สุดที่ 200-400 คิวบิตซึ่งจุดนี้ทำให้ชาวคริปโตมองว่า Bitcoin จะรอดพ้นจากการถูกเจาะเพราะต้องใช้จำนวนคิวบิตที่สูงกว่าหลายเท่า
Elon Musk อภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาได้มีการตอบกลับนักฟิสิกส์ในประเด็นเรื่องของควอนตัมคอมพิวเตอร์ ส่งผลทำให้หลายคนตกตะลึงกับคำตอบและมุมมองของ Musk ซึ่งรวมไปถึงชาวคริปโตด้วย
ทฤษฎีควอนตัมใหม่
จากต้นโพสต์ นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Oxford ที่ชื่อ Tim Palmer ได้เสนอทฤษฎีที่ค่อนข้างสุดโต่งชื่อว่า Rational Quantum Mechanics (RaQM) ซึ่งต่างจากที่คนส่วนใหญ่เชื่ออยู่
เขาโต้แย้งว่าสมการควอนตัมที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นบนสมมติฐานที่อาจจะผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น โดยสมมติฐานที่ว่านั้นคือการมองว่าธรรมชาติมีความต่อเนื่องเหมือนสายน้ำที่ไหลอย่างราบเรียบไร้จุดสิ้นสุดและสามารถแบ่งย่อยลงไปได้เรื่อยๆ เหมือนกับตัวเลขที่มีทศนิยมต่อท้ายไปไม่จบไม่สิ้น
ทว่า Palmer กลับเสนอว่าธรรมชาติแท้จริงแล้วไม่ได้ราบเรียบแบบนั้น แต่มันถูกสร้างขึ้นจากก้อนวัตถุขนาดเล็กที่สุดที่ไม่สามารถแบ่งย่อยได้อีกต่อไป เปรียบเสมือนบล็อกตัวต่อก้อนเล็กๆ ที่เราสามารถนับจำนวนชิ้นได้อย่างชัดเจน และถ้าธรรมชาติเป็นแบบนั้นจริง ปริศนาของควอนตัมหลายอย่าง เช่น แมวชโรดิงเจอร์ที่ทั้งเป็นทั้งตายพร้อมกัน จะถูกอธิบายได้ง่ายขึ้นและไม่ลึกลับอีกต่อไป
จุดเด่นที่สุดของแนวคิดนี้คือการเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้จริงผ่านการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของสถานะควอนตัมจำนวนมาก
Palmer ทำนายว่าการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์จะไปติดเพดานข้อจำกัดทางธรรมชาติที่ประมาณ 200 ถึง 400 คิวบิต และไม่มีทางใหญ่เกิน 1,000 คิวบิตได้เลย เพราะจักรวาลมีขีดจำกัดจากโครงสร้างเล็กที่สุดของมันเองที่เป็นตัวตั้งเกราะป้องกันเอาไว้
ถ้าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีคนสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใหญ่กว่านี้แล้วมันยังทำงานได้ตามทฤษฎีเดิมทฤษฎีของพาลเมอร์ก็จะผิด แต่ถ้ามันติดเพดานจริง ๆ ตามที่เขาว่า ก็แปลว่าเราเข้าใจธรรมชาติผิดมาตลอด
มุมมองของ Elon Musk
หลังจากที่ทฤษฎีของ Palmer เริ่มเป็นกระแส Elon Musk จึงทำการตอบกลับด้วยตนเองสั้นๆ ได้ใจความว่าเขาเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ที่ว่าจักรวาลประกอบไปด้วยบล็อกตัวต่อก้อนเล็กๆ
แม้ Musk จะไม่ได้มีการพูดถึงคริปโตหรือ Bitcoin โดยตรงแต่ Fred Krueger นักลงทุนชื่อดังก็ได้นำเหตุการณ์ดังกล่าวมาโยงเข้าด้วยกันโดยระบุว่า Bitcoin อาจปลอดภัยจากควอนตัมแล้วในตอนนี้
Krueger อธิบายว่าการคำนวณล่าสุดชี้ชัดว่าต้องใช้คิวบิตอย่างน้อย 835 ตัวถึงจะเจาะลายเซ็นของบิตคอยน์ได้ โดย Elon Musk รวมถึง Steve Jurvetson ต่างคอมเมนต์ไปในเชิงบวกเกี่ยวกับทฤษฎีดังกล่าว
หากอธิบายให้เข้าใจง่ายสิ่งที่ Krueger ต้องการจะสื่อสารคือ ทฤษฎีของพาลเมอร์บอกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะติดเพดานที่ประมาณ 200–400 คิวบิต และไม่มีทางเกิน 1,000 คิวบิตแต่การจะเจาะบิตคอยน์ได้ ต้องใช้ถึง 835 คิวบิตถ้าทฤษฎีของพาลเมอร์ถูก คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะไม่มีวันใหญ่พอที่จะเจาะบิตคอยน์ได้ จึงถือว่าบิตคอยน์ปลอดภัยอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในปี 2029 ทาง IBM มีแผนที่จะเปิดใช้เครื่องจักรที่มีพลังสูงถึง 200 คิวบิต แต่ทางจำนวนดังกล่าวก็ยังห่างไกลอีกมากที่จะเจาะ Bitcoin ได้ซึ่งทางทีมพัฒนาเองก็ไม่ได้นิ่งดูดายและได้เตรียมตัวรับมือกับภัยควอนตัมมาโดยตลอด นั่นจึงทำให้อีก 3 ปีข้างหน้าอาจเป็นบททดสอบแรกที่เราจะได้เห็นกันว่าควอนตัมมีศักยภาพพอที่จะเจาะ Bitcoin ได้หรือไม่?
ที่มา: Beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การนำความเห็นฟิสิกส์สั้นๆ ของ Musk มาตีความการันตีว่า Bitcoin ปลอดภัยแล้วอาจดูข้ามขั้นตอนไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยประเด็นนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามจากควอนตัมไม่ได้เติบโตแบบไร้ขีดจำกัด และมีกำแพงทางกายภาพที่ต้องก้าวผ่าน

