bitkub-banner

Binance เปิดบริการเทรดออปชันหุ้น-ETF สหรัฐฯ กว่า 1,000 รายการ ให้ลูกค้านอกสหรัฐ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Binance เพิ่มบริการซื้อขายออปชันสำหรับหุ้นและ ETF สหรัฐฯ กว่า 1,000 รายการ เปิดให้ผู้ใช้งานนอกสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดหุ้นอเมริกัน ผ่านคำสั่งซื้อขายที่ส่งต่อไปยัง Alpaca Securities โบรกเกอร์ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ
  • สัญญาออปชันรอบนี้ เป็นแบบส่งมอบสินทรัพย์จริง ผู้ใช้ที่เลือกใช้สิทธิจะได้รับหุ้นจริง ต่างจากคู่แข่งอย่าง Bybit ที่เตรียมเปิดตัวออปชันแบบอิงราคาฟิวเจอร์สและชำระเป็น USDT
  • ปริมาณเทรด TradFi Perpetual Futures บน Binance โตขึ้น 15 เท่าในปี 2026 สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์การเงินดั้งเดิมบนแพลตฟอร์มคริปโตที่พุ่งสูงต่อเนื่อง

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish

การขยายบริการออปชันหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ Binance ในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ TradFi บนแพลตฟอร์มคริปโต ตัวเลขปริมาณเทรดที่โตขึ้นหลายร้อยเท่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงดีมานด์จริงจากผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่เข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ผ่านช่องทางดั้งเดิมได้ยาก การมีเครื่องมือใหม่อย่างออปชันจะช่วยดึงดูดทั้งนักลงทุนรายย่อยและปริมาณการซื้อขายเข้าสู่ระบบนิเวศของ BNB และเหรียญที่ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมอย่าง USDC, USDT และ USD1 เพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลบวกทางอ้อมต่อ BNB ในระยะกลาง

Binance กระดานเทรดคริปโตเคอเรนซีระดับโลก ได้เพิ่มบริการซื้อขายออปชัน สำหรับหุ้นและกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกามากกว่า 1,000 รายการ เข้าสู่แพลตฟอร์ม เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานนอกประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถเข้าถึงตลาดหุ้นอเมริกันได้สะดวกยิ่งขึ้น 

โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ จะให้บริการควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ เช่น หุ้นดั้งเดิม, โทเคนหลักทรัพย์ และสัญญา Perpetual Futures ที่อิงกับราคาหุ้น

การทำธุรกรรมออปชันทั้งหมด จะดำเนินการผ่าน Nest Trading Limited ซึ่งเป็นโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ของ Binance ที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Abu Dhabi Global Market (ADGM) 

โดยบริษัทจะส่งคำสั่งซื้อขายต่อไปยัง Alpaca Securities LLC โบรกเกอร์ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ และเป็นสมาชิก FINRA เพื่อทำหน้าที่ประมวลผล ชำระราคา จัดสรรงบประมาณ และรับฝากสินทรัพย์ดูแลอย่างเป็นระบบ

โครงสร้างนี้เป็นรูปแบบเดียวกับที่ Binance เริ่มใช้ให้บริการเทรดหุ้น และ ETF สหรัฐฯ มากกว่า 7,000 รายการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา

สัญญาออปชันรอบนี้ เป็นรูปแบบส่งมอบสินทรัพย์จริง (Physically settled) ซึ่งต่างจากสัญญาที่ชำระราคาเป็นเงินสดทั่วไป โดยผู้ใช้งาน ที่เลือกใช้สิทธิ (Exercise) จะได้รับหุ้นจริง หรือต้องส่งมอบตัวหุ้นจริงให้กับคู่สัญญา ซึ่งทาง Alpaca จะทำหน้าที่เป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้นดังกล่าวให้แทน ทั้งนี้ คำร้องขอใช้สิทธิต้องส่งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาทีก่อนสัญญาหมดอายุ

สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถเลือกซื้อได้ทั้ง Call และ Put Options โดยจำกัดความเสี่ยงขาดทุนสูงสุดไว้เพียงแค่ค่าพรีเมียมที่จ่ายไปล่วงหน้าเท่านั้น 

ส่วนค่าธรรมเนียมการซื้อขายจะจัดเก็บเป็น USD Coin (USDC) เป็นหลัก และรองรับเหรียญอื่นๆ เช่น BNB, USDT, World Liberty Financial USD (USD1) และ United Stables (U) ตามระบบ โดยบริการนี้ยังไม่เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา

Shunyet Jan หัวหน้าฝ่ายกระดานเทรดและการซื้อขายของ Binance ระบุว่า ผู้ใช้งานในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ มีสัดส่วนการซื้อขายหุ้นโดยตรงมากกว่า 80% ของปริมาณการเทรดทั้งหมดในสัปดาห์แรกหลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์หุ้น เมื่อเดือนมิถุนายน 

โดย Binance ตั้งเป้ามอบเครื่องมือทางการเงินที่ในอดีตเข้าถึงได้เฉพาะผ่านโบรกเกอร์ดั้งเดิม ให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการพอร์ตได้แบบครบวงจร ภายในบัญชี Binance เพียงบัญชีเดียว

ปริมาณการเทรดอนุพันธ์ TradFi พุ่งขึ้น 15 เท่าในปี 2026

การเปิดตัวบริการใหม่นี้ สอดรับกับความต้องการผลิตภัณฑ์การเงินดั้งเดิม บนแพลตฟอร์มที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการซื้อขาย TradFi Perpetual Futures รวมบน Binance ในเดือนสิงหาคม 2026 พุ่งขึ้นแตะระดับประมาณ 4.334 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 15 เท่าจากระดับ 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมกราคม 

โดยสัญญา Perpetual ที่อิงกับราคาหุ้น ครองสัดส่วนถึง 79% ของปริมาณการเทรดทั้งหมด คิดเป็น 3.429 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นกว่า 800 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม

กระดานเทรดคริปโตรายอื่น ต่างก็เริ่มรุกเข้าสู่ตลาดนี้เช่นกัน โดย Bybit มีแผนเปิดตัวการเทรดออปชันตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสัญญา Stock Perpetuals ในวันที่ 17 กันยายนนี้ ประเดิมด้วยหุ้น SpaceX และ Nvidia 

อย่างไรก็ตาม สัญญาของ Bybit จะชำระราคาเป็น USDT และอิงตามราคาฟิวเจอร์สมากกว่าหุ้นจริง ซึ่งต่างจากฝั่ง Binance ที่เป็นรูปแบบการส่งมอบหุ้นจริง  

ทั้งนี้ Binance มีแผนจะขยายรายชื่อหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ที่รองรับเพิ่มเติมในอนาคต

ที่มา : coinmarketcap


มุมมองผู้เขียน : การที่ Binance เลือกใช้โมเดลส่งมอบหุ้นจริงแทนการอิงราคาฟิวเจอร์สเหมือนคู่แข่ง สะท้อนความพยายามสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการถือครองสินทรัพย์จริงมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น