bitkub-banner

Strategy มีทุนสำรองเยอะกว่าบริษัทใน S&P 500 เกือบทั้งหมด ยกเว้น Berkshire Hathaway

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor เผยทุนสำรอง Strategy สูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดา S&P 500 เป็นรองแค่ Berkshire Hathaway
  • มีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ Strategy แสดงทุนสำรองสูงถึง $6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เกิดจากการยกเว้นหุ้นบุริมสิทธิมูลค่า $1.48 หมื่นล้านออกจากภาระผูกพันในรายงาน
  • Strategy ยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงมาตรวัดเสริมที่ไม่มีมาตรฐานบัญชีรองรับ

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy เผยข้อมูลเปรียบเทียบทุนสำรองสุทธิของบริษัทกับสถาบันการเงินในดัชนี S&P 500 โดยอ้างว่าบริษัทมีทุนสำรองสุทธิสูงถึง $6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นรองแค่เพียง Berkshire Hathaway ตอกย้ำความแข็งแกร่งของงบดุลจากการถือครอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองสภาพคล่องสูง

Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ได้มีความเคลื่อนไหวล่าสุดบนโซเชียลมีเดีย เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เพื่อรายงานถึงสถานการณ์ปัจจุบันของทางบริษัท

อ้างอิงตามข้อมูลจากโพสต์ Saylor กล่าวว่า ขณะนี้บริษัท Strategy มีจำนวนสินทรัพย์สำรองมากกว่าบริษัทการเงินรายอื่นๆ ทั้งหมดในดัชนี S&P 500 ยกเว้นแค่เพียง Berkshire Hathaway บริษัทที่เคยมี Warren Buffett คุมบังเหียนมานานหลายสิบปี

จากภาพประกอบที่มีการแนบมาด้วย ปัจจุบัน Strategy มีคลังสินทรัพย์สำรองสุทธิ (เงินสด + หลักทรัพย์ที่ขายได้ง่ายลบด้วยหนี้สินที่มีสิทธิ์ก่อน) อยู่ประมาณ $6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วน Berkshire Hathaway ยังคงมีคลังสำรองที่สูงถึง $3.64 แสนล้าน

กลับกัน BlackRock มีคลังสำรองติดลบ $3 พันล้าน ส่วน JPMorgan Chase แม้จะเป็นธนาคารใหญ่ระดับโลกแต่ข้อมูลได้บ่งชี้ว่าบริษัทมีภาระที่สูงถึง $1.3 ล้านล้าน

จุดที่ต้องระวัง

ตัวเลขทุนสำรองสุทธิข้างต้น นอกจากจะถูกจัดทำขึ้นโดย Strategy เองแล้วยังถูกคิดคำนวณโดยการหักลบภาระผูกพันสิทธิเรียกร้องลำดับแรกออกจากสภาพคล่องสำรอง ซึ่งในกรณีของธนาคาร เงินฝากของลูกค้าจะถูกนับเป็นภาระผูกพันลำดับแรกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม JPMorgan ถึงแสดงตัวเลขติดลบสูงถึงราว 1.35 ล้านล้านดอลลาร์

แผนภูมิดังกล่าวได้ยกให้ Strategy มีทุนสำรองสูงถึง 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทว่าในรายงานสรุปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมของบริษัทเอง กลับระบุว่า มีภาระผูกพันลำดับแรกอยู่ 2.15 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงหุ้นบุริมสิทธิมูลค่า $1.48 หมื่นล้าน และรายงานทุนสำรองสุทธิจริงอยู่ที่ $5.07 หมื่นล้านดอลลาร์ 

ดังนั้น ตัวเลข 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกันหุ้นบุริมสิทธิออกไปจากการคำนวณเท่านั้น ในขณะที่เงินฝากธนาคารกลับไม่ได้ถูกยกเว้นในลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตามการเลือกวิธีคำนวณเช่นนี้ช่วยดึงให้สัดส่วนดูดีเกินจริง โดยแผนภูมิแสดงอัตราส่วนทุนสำรองได้มีตัวเลขพุ่งสูงถึง 10.75 เท่าของภาระผูกพันลำดับแรก แต่หากนำหุ้นบุริมสิทธิมารวมคำนวณด้วย สัดส่วนดังกล่าวจะร่วงลงเหลือเพียง 3.4 เท่าเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน Strategy เองก็ยอมรับในข้อจำกัดนี้ โดยในเอกสารสรุปได้ระบุชัดเจนว่า ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงมาตรวัดเสริมที่มีข้อจำกัดสำคัญ และไม่ใช่ตัวเลขที่มีมาตรฐานบัญชีรองรับแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้โดยสรุปแล้ว Strategy ต้องการจะสื่อว่าตนเองมี “ทุนสำรองสุทธิ” ที่แข็งแกร่งกว่าธนาคารใหญ่ เพราะถือสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่าง Bitcoin ในขณะที่มีหนี้สินที่มีสิทธิ์ก่อนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์

ที่มา: Beincrypto