bitkub-banner

นักลงทุน Bitcoin ระยะสั้นเริ่มขายทำกำไร นักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณคลาสสิกของตลาดกระทิง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักวิเคราะห์ระบุว่านักลงทุน Bitcoin ระยะสั้นเริ่มทยอยขายทำกำไร หลังราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในสัญญาณที่มักพบในช่วงตลาดกระทิง มากกว่าจะเป็นสัญญาณลบโดยตรง
  • ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่ากลุ่มเจ้ามือระยะสั้น (Short-Term Holder Whales) ทำกำไรออกมาแล้วรวมประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะวันที่ 20 สิงหาคมเพียงวันเดียว มีการทำกำไรสูงถึง 614 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของช่วงดังกล่าว
  • พฤติกรรมลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงที่ Bitcoin ขึ้นไปแตะระดับ 64,000 ดอลลาร์ และถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็น “ลักษณะเฉพาะของตลาดกระทิง” เนื่องจากแรงซื้อใหม่จากนักลงทุนและสถาบันสามารถเข้ามารับแรงขายทำกำไรของผู้ถือครองระยะสั้นได้ โดยไม่ทำให้แนวโน้มราคาหลักเสียหาย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

แม้การขายทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นอาจดูเป็นสัญญาณลบในเบื้องต้น แต่ในบริบทของตลาดกระทิง การที่ผู้ลงทุนซึ่งเข้าซื้อในช่วงราคาต่ำเริ่มทยอยล็อกกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้น ถือเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ ขณะที่แรงซื้อใหม่จากนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันยังสามารถเข้ามารับอุปทานที่ถูกขายออกมาได้ หากแรงขายดังกล่าวไม่รุนแรงจนกดให้ราคาปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง สัญญาณนี้จึงยังมีน้ำหนักเป็นบวกต่อภาพรวมตลาดมากกว่าจะเป็นสัญญาณเตือนถึงการกลับตัว

ตลาดคริปโตกำลังกลับมาให้ความสนใจกับพฤติกรรมของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม หลัง Crypto Rover ระบุว่านักลงทุน Bitcoin ระยะสั้นเริ่มทยอยขายทำกำไร พร้อมชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในสัญญาณที่มักพบในตลาดกระทิง ข้อมูลนี้สอดคล้องกับ Crowdfund Insider ที่รายงานว่ากลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นขนาดใหญ่เริ่มทำกำไรออกมาอย่างมีนัยสำคัญ หลัง Bitcoin ปรับตัวขึ้นมากกว่า 24% นับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม และขึ้นไปแตะระดับใกล้ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม

ทำไมการขายของนักลงทุนระยะสั้นถึงเป็นสัญญาณบวกได้

หลักการสำคัญของการตีความสัญญาณนี้มาจากรูปแบบพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นในตลาด Bitcoin หลายครั้ง โดย Cointelegraph เคยรายงานถึงการทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นในช่วงที่ Bitcoin ขึ้นไปแตะ 64,000 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็น “ลักษณะเฉพาะของตลาดกระทิง” เพราะในช่วงขาขึ้น แรงซื้อใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องมักมีมากพอที่จะดูดซับแรงขายจากผู้ถือครองระยะสั้นได้โดยไม่ทำให้ราคาปรับตัวลงรุนแรง แตกต่างจากตลาดหมีที่แรงขายมักมีมากกว่าแรงซื้อรองรับ ทำให้ราคาเผชิญแรงกดดันได้ง่ายเมื่อเกิดการขายทำกำไร

ทำกำไรไปแล้วเท่าไหร่

เมื่อพิจารณาตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลจาก CryptoQuant ที่ Crowdfund Insider อ้างอิงระบุว่ากลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นขนาดใหญ่ทำกำไรรวมประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยวันที่ 20 สิงหาคมมีการล็อกกำไรสูงถึง 614 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในช่วงดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าเงินไหลเข้าสู่ Exchange ของ Bitcoin, Ethereum และ XRP เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนว่าผู้ถือครองบางส่วนกำลังเตรียมขายเพิ่มเติมและทำให้แรงกดดันด้านอุปทานเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม CryptoQuant Bull Score ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมตัวชี้วัดหลายด้าน กลับเพิ่มขึ้นจาก 30 เป็น 80 ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ และเป็นระดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2025 โดยองค์ประกอบ 8 จากทั้งหมด 10 รายการกำลังส่งสัญญาณเชิงบวก

เส้นค่าเฉลี่ย 365 วัน และความเสี่ยงหากแรงขายเกินตัว

แม้ภาพรวมยังมีสัญญาณบวก แต่ตลาดก็มีปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง โดยนักวิเคราะห์มองว่าโมเมนตัมขาขึ้นจะยังคงแข็งแกร่งได้ก็ต่อเมื่อ Bitcoin สามารถผ่านระดับทางเทคนิคสำคัญอย่างเส้นค่าเฉลี่ย 365 วัน และแรงขายทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นไม่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นแรงเทขายในวงกว้างที่ตลาดไม่สามารถดูดซับได้ทัน ขณะที่ CoinStats รายงาน ณ วันที่ 4 กันยายนว่า Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 81,251 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 27% ในรอบหนึ่งเดือน และกลับมายืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม Open Interest ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อการบังคับปิดสถานะรุนแรงหากราคากลับทิศทาง ขณะที่แนวต้านบริเวณ 82,000-86,000 ดอลลาร์ยังเป็นด่านสำคัญที่ Bitcoin ต้องผ่านให้ได้


ผู้เขียนมองว่า การที่นักลงทุน Bitcoin ระยะสั้นเริ่มทยอยขายทำกำไรในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงยังไม่ใช่เหตุผลที่ต้องตื่นตระหนก เพราะการล็อกกำไรถือเป็นพฤติกรรมปกติของตลาดกระทิง และตราบใดที่แรงซื้อใหม่ยังสามารถดูดซับแรงขายได้โดยไม่ทำให้โครงสร้างราคาหลักเสียหาย สัญญาณดังกล่าวยังมีน้ำหนักเป็นบวกมากกว่าลบ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรแยกให้ออกระหว่างการขายทำกำไรตามปกติกับแรงเทขายที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม โดยสิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ Bitcoin จะสามารถทะลุแนวต้าน 82,000-86,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงหรือไม่ หากราคาผ่านไปได้พร้อมกับแรงขายของนักลงทุนระยะสั้นที่เริ่มลดลง ก็จะช่วยยืนยันได้มากขึ้นว่าแรงซื้อในตลาดยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผลักดัน Bitcoin เดินหน้าต่อในรอบขาขึ้นนี้

แหล่งอ้างอิง: