สรุปข่าว
- ข้อมูลล่าสุดจาก Arkham Intelligence เผยว่า BlackRock ได้เข้าซื้อเหรียญ Ethereum เพิ่มเติมมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 20 วันที่ผ่านมาผ่านกองทุน Spot Ethereum ETF
- การเข้าซื้อครั้งนี้แบ่งเป็นเม็ดเงินจากกองทุน ETHA มูลค่าราว 1.27 พันล้านดอลลาร์ และจากกองทุนใหม่ ETHB อีก 296.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน่าสนใจว่ากองทุน ETHB ไม่มีกระแสเงินไหลออกเลยแม้แต่วันเดียวตลอด 20 วันที่ผ่านมาแม้ตลาดจะมีความผันผวน
- การเดินหน้าสะสมอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปัจจุบัน BlackRock กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือครอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดโดยมียอดสะสมรวมอยู่ที่ 3.56 ล้าน ETH หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 8.69 พันล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากการที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง BlackRock มีกระแสเงินทุนไหลเข้าเพื่อซื้อสะสม Ethereum อย่างต่อเนื่องเป็นการดูดซับอุปทานออกจากตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาในอนาคต
BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังยกระดับตัวเองก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ถือครองเหรียญ Ethereum รายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมคริปโต หลังจากที่ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในการขยายพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็วและดุดัน ข้อมูลจากการวิเคราะห์บนเครือข่ายของ Arkham Intelligence เปิดเผยว่า กองทุน Spot Ethereum ETF ของ BlackRock ได้ทำการกว้านซื้อเหรียญ Ethereum คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียง 20 วันที่ผ่านมา
การเข้าซื้อจำนวนมหาศาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งของนักลงทุนที่ต้องการเปิดรับความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนจาก Ethereum ผ่านผลิตภัณฑ์กองทุน ETF ของ BlackRock โดยข้อมูลเจาะลึกลงไปพบว่า กองทุนเรือธงอย่าง ETHA ได้เข้าซื้อ Ethereum เป็นมูลค่าประมาณ 1.27 พันล้านดอลลาร์หลังจากที่มีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันหลายวัน ในขณะเดียวกัน กองทุนน้องใหม่อย่าง ETHB ก็สามารถดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าได้ถึง 296.5 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ยอดการเข้าซื้อรวมจากทั้งสองกองทุนพุ่งสูงถึง 1.57 พันล้านดอลลาร์ สิ่งที่น่าทึ่งคือ กองทุน ETHB สามารถรักษาสถิติการมีเงินทุนไหลเข้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีรายงานกระแสเงินไหลออกเลยแม้แต่วันเดียวตลอดช่วง 20 วันที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดคริปโตจะเผชิญกับสภาวะราคาที่ผันผวนอย่างหนักก็ตาม
จากกลยุทธ์การเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุนอย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้ ณ วันที่ 17 กันยายน BlackRock มียอดถือครองเหรียญ Ethereum ในครอบครองแล้วทั้งสิ้นประมาณ 3.56 ล้าน ETH ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 8.69 พันล้านดอลลาร์ การพุ่งทะยานของจำนวนโทเคน ETH ในคลังของ BlackRock นั้นเป็นผลพวงโดยตรงมาจากความเชื่อมั่นและกระแสเงินทุนรายวันที่ไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์กองทุน ETF ของบริษัท ซึ่งกลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะการลงทุนใน Ethereum ของ BlackRock ได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การเคลื่อนไหวของ BlackRock ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวก (Bullish) ที่ทรงพลังมากสำหรับเครือข่าย Ethereum การที่กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้ากองทุน ETF อย่างต่อเนื่องโดยไม่สนความผันผวนของราคาหรือข่าวร้ายทางการเมืองอย่างการปัดตกร่างกฎหมายในสภา สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันไม่ได้มองคริปโตเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นอีกต่อไป แต่มองเป็นสินทรัพย์ที่ต้องมีติดพอร์ต การที่บริษัทยักษ์ใหญ่กวาดซื้อเหรียญออกจากระบบหมุนเวียนไปเก็บไว้ถึง 3.56 ล้านเหรียญ จะส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัวในอนาคต และเมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดกลับเข้าสู่รอบกระทิงเต็มตัว สภาพคล่องที่หายไปนี้จะเป็นตัวเร่งให้ราคา Ethereum พุ่งขึ้นได้อย่างรุนแรง

