สรุปข่าว
- Leverage ในตลาดคริปโตเริ่มลดลง หลังนักเทรดทยอยปิดสถานะที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้ตลาดอนุพันธ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่เบาบางลง
- ข้อมูลช่วงเดือนกันยายนพบว่า Open Interest ของ Bitcoin Futures ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคายังสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ สะท้อนว่าการปรับตัวขึ้นไม่ได้เกิดจากการเพิ่ม Leverage เพียงอย่างเดียว
- นักวิเคราะห์มองว่าการลด Leverage ช่วยลดความเสี่ยงจากการล้างพอร์ตแบบลูกโซ่ และหากแรงซื้อ Spot ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้โครงสร้างตลาดแข็งแรงขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การลดลงของ Leverage อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะกลาง เพราะช่วยกำจัดสถานะเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูงออกจากตลาด ทำให้แรงขายจากการบังคับปิดสถานะลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม สัญญาณนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้นหาก Bitcoin สามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นได้โดยมีแรงซื้อจากตลาด Spot และเงินทุนสถาบันเข้ามาสนับสนุน
ตลาดคริปโตเริ่มเห็นสัญญาณที่น่าสนใจในฝั่งอนุพันธ์ หลัง Leverage ที่สะสมอยู่ก่อนหน้านี้เริ่มลดลง ขณะที่ Bitcoin ยังคงฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า Open Interest ของ Bitcoin Futures ลดลงจากประมาณ $57.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนกันยายน เหลือราว $51.2 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 13 กันยายน ซึ่งคิดเป็นการลดลงประมาณ 11% ขณะที่ราคาลดลงเพียงประมาณ 5% ในช่วงเดียวกัน สะท้อนว่ามีการลดสถานะเก็งกำไรจริง ไม่ใช่เพียงผลจากราคาที่ปรับตัวลงเท่านั้น
Leverage ลดลง ช่วยลดความเสี่ยงล้างพอร์ต
ประเด็นสำคัญของการลด Leverage คือการทำให้ตลาดมีสถานะที่ “บางลง” และลดจำนวนสถานะที่อาจถูกบังคับปิดหากราคาเกิดการเคลื่อนไหวสวนทางอย่างรุนแรง ก่อนหน้านี้ตลาด Bitcoin เคยเกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ หลังนักเทรดจำนวนมากใช้ Leverage สูงถึง 50–100 เท่า จนการปรับตัวลงเพียงเล็กน้อยสามารถกระตุ้นให้เกิด Liquidation ต่อเนื่องได้
ข้อมูลจาก Coinmico ยังพบว่าในช่วงวันที่ 15–23 กันยายน Bitcoin ปรับตัวขึ้นประมาณ 12.5% ขณะที่ Funding Rate ของตลาด Perpetual Futures ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.002%–0.009% ต่อ 8 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากตลาดที่กำลังร้อนแรงจากการใช้ Leverage สูงเกินไป
ภาพดังกล่าวทำให้การปรับตัวขึ้นรอบล่าสุดมีลักษณะเป็นการฟื้นตัวที่ไม่ได้พึ่งพาการอัด Leverage ฝั่ง Long มากจนเกินไป ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงที่ตลาดจะเกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ในกรณีที่ราคาย่อตัว
Bitcoin กำลังขึ้นโดยไม่ต้องพึ่ง Leverage มากเกินไป
สิ่งที่น่าสนใจคือการลดลงของ Leverage เกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin กลับมาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยราคาสามารถทะลุระดับ $85,000 และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่บริเวณ $87,000 ได้ ขณะที่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนของราคายังไม่ได้มาจากการสะสมสถานะเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
ก่อนหน้านี้ตลาดเคยเห็นภาพตรงกันข้าม โดย Open Interest เพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคา จนเกิดความกังวลว่าการปรับตัวขึ้นกำลังพึ่งพา Leverage มากเกินไป Siam Blockchain รายงานเมื่อวันที่ 22 กันยายนว่า Open Interest ในตลาด Futures เพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าหาก Leverage เติบโตเร็วกว่าการซื้อจริงในตลาด Spot ตลาดอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิด Liquidation หากราคากลับทิศทาง
แรงซื้อ Spot และ ETF ยังเป็นตัวแปรสำคัญ
แม้การลด Leverage จะช่วยทำให้โครงสร้างตลาดแข็งแรงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะปรับตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะท้ายที่สุดแล้วแรงซื้อจริงจากตลาด Spot ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันราคา
ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนว่าเงินทุนสถาบันกลับเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสูงถึงระดับที่ไม่เคยเห็นมานานเกือบ 1 ปี ซึ่งช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้คือ Bitcoin จะสามารถรักษาราคาเหนือระดับสำคัญได้หรือไม่ ขณะที่ Open Interest และ Funding Rate จะเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปพร้อมกับแรงซื้อ Spot หรือกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเก็งกำไรด้วย Leverage
โดยส่วนตัวมองว่าการที่ Leverage ลดลงในขณะที่ Bitcoin ยังสามารถฟื้นตัวได้ถือเป็นโครงสร้างที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการล้างพอร์ตแบบลูกโซ่ และเปิดพื้นที่ให้ตลาดขยับขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้เงินเพื่อเก็งกำไรมากเกินไป อย่างไรก็ตาม หาก Leverage กลับมาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่แรงซื้อ Spot ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ก็อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังกลับเข้าสู่ภาวะร้อนแรงอีกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

