<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ประเทศอิตาลีสั่งระงับทุกกิจกรรมของ OneCoin เนื่องจากถูกตัดสินว่าเป็นธุรกิจขายตรง

หน่วยงาน Autorità Garante della Concorrenza e del Mercato หรือผู้มีอำนาจในการตรวจตราธุรกิจที่ไม่ชอบธรรมในอิตาลีได้ประกาศบังคับให้บริษัท One Network Services Ltd., หรือบริษัทที่เป็นผู้รับผิดชอบในการโฆษณาชวนเชื่อการลงทุนใน OneCoin ในอิตาลี่เมื่อไม่นานมานี้ระงับกิจกรรมของบริษัททั้งหมด

โดยพวกเขากำลังเริ่มทำการสืบสวนกับบริษัทที่ว่านี้เพราะเนื่องจากการโปรโมทและโฆษณาคอร์สการเรียนของ OneCoin ที่พวกเขาโฆษณาอ้างว่าการซื้อโปรแกรมหรือคอร์สการเรียนรู้ของพวกเขา “สามารถที่จะให้ผู้นำไปเรียนรู้สามารถที่จะเข้าถึงแก่นของการลงทุนและทำกำไรกลับมาได้ ตัวอย่างเช่นคำโฆษณาที่บอกว่าลงทุนด้วยเงิน 140 ยูโรจะสามารถให้ผลตอบแทนถึง 2800 ยูโรในสองปี”

ทีมผู้สืบสวนนั้นนำร่องโดย Commissione Nazionale per le Società e la Borsa หรือ CONSOB ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการออกกฏหมายเกี่ยวกับตลาดการซื้อขายต่างๆในอิตาลี และอีกทีมคือ CTCU แห่ง Bolzano หรือหน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่ถูกรองรับโดย Special Unit Antitrust Guardia di Finanza

โดยคำเตือนถูกประกาศเมื่อวันหยุดที่ผ่านมานี้ ซึ่งทางการกล่าวว่าเขามีหลักฐานที่เก็บได้จากการสืบสวนที่สามารถแสดงให้เห็นว่า OneCoin ได้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มาลงทุนผ่านระบบธุรกิจที่ทางกฏหมายระบุไว้ว่าเป็นธุรกิจขายตรง

โดยก่อนหน้านี้ก็มีผู้ออกมาเตือนถึงการหลอกลวงของ OneCoin มาแล้ว

และก็มีผู้ที่ออกมาเตือนอีกหลายๆกลุ่มทั่วยุโรปถึงธุรกิจขายตรงที่ว่านี้เช่นกัน

โดยในเดือนกรกฎาคมเมื่อปีที่แล้ว Belgium’s Financial Services and Markets Authority หรือ FSMA ในประเทศเบลเยี่ยมได้ออกมาเตือนประชาชนถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ OneCoin โดยกล่าวว่าพวกเขายังไม่ได้รับใบอนุญาตในการเปิดธุรกิจที่ถูกต้องจากหน่วยงานของภาครัฐใดๆเลย นอกจากนั้นในอังกฤษ หน่วยงาน Financial Conduct Authority ก็ยังออกมาประกาศว่า OneCoin นั้นถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคอีกด้วย

ในขณะที่ประเทศเยอรมันเริ่มจะตื่นตัว โดยหนังสือพิมพ์ Der Spiegel ได้รายงานข่าวถึงการเริ่มสืบสวนบริษัทดังกล่าวแล้ว

ส่วนในประเทศไทยของเรานั้น ในกลุ่ม Bitcoin Thai Club ก็เคยมีคนออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่อง OneCoin แล้วเหมือนกัน โดยปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่ไม่ได้มีใครพูดถึง OneCoin เลยมาอีกนับตั้งแต่ที่มีการเตือนออกมา ซึ่งอาจส่งสัญญาณว่า OneCoin อาจจะไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้งาน cryptocurrency ชาวไทยก็เป็นได้