<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

(Y) แบ่งปันประสบการณ์: Cryptocurrency เทรดอย่างไรให้ได้กำไรแบบยั่งยืน

ในโลกของ Crypto Currency เรามีสายขุด และสายเทรด

ในมุมมองของคนทั่วไป สายขุดนั้นเป็นสายการลงทุนที่สามารถมองออกได้ง่ายที่สุด คือลงทุนซื้อแท่นขุด เปิดเครื่อง จ่ายค่าไฟ และรายได้ก็มาเอง ระยะเวลาคืนทุน 10 เดือน 1 ปีก็ว่ากันไป ขึ้นอยู่กับค่า Diff และราคาของเหรียญที่ขุดว่าคุ้มหรือไม่

ส่วนคนที่ไม่อยากเหนื่อยกับการบริหารแท่นขุด ไม่อยากเสียค่าไฟ ไม่อยากทนเสียงดัง ไม่อยากทนความร้อน ก็สามารถเลือกอีกเส้นทางคือ เทรด Cryptocurrency ซึ่งหากทำกันชำนาญแล้วผลตอบแทนไม่ด้อยกว่าสายขุดเลย เผลอๆมากกว่าหลายเท่าด้วยซ้ำ (ย้ำต้องทำเป็น ไม่งั้นขาดทุนย่อยยับ)

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมมีจัดตัวอย่าง Portfolio ขึ้นมา 1 พอร์ท สำหรับสมาชิกของกลุ่ม Crypto Trading Club มาดู และทำตามเป็นตัวอย่าง

Portfolio นี้มีทุนเริ่มต้น 1 BTC โดยแต่ละวันผมจะทำตามนี้ คือ

  1. หาเหรียญที่มีสัญญาณจะขึ้น และทำการเปิดบอทซื้อ
  2. เก็บกำไรจากบอทที่ทำกำไร
  3. ทำซ้ำข้อ 1

เปิดตัวพอร์ทตัวอย่าง เริ่มผจญภัยด้วยกัน

การเริ่มต้นช่วงต้นเดือน ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี ผมได้ซื้อ VRC, VRM, DTB, EMC2, BAT การตัดสินใจเลือกเหรียญเหล่านี้ล้วนอาศัยระบบ Signal Finder ช่วยคัดกรองมาแล้ว 1 รอบ และเลือกด้วยมืออีก 1 รอบ ซึ่งระยะแรกล้วนได้ปรับตัวขึ้นไป ทุกอย่างเหมือนจะกำลังไปด้วยดี

เมื่อสถานการณ์พลิกผัน

แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลง เมื่อ BTC ไม่มีความชัดเจนเรื่อง SegWit และ Hard fork รวมทั้งการปิดตัวของ BTC-e ทำให้ราคาราคา BTC ดิ่งเหว ส่งผลให้ Altcoin ที่ลงทุนไว้ ลงหนักเช่นเดียวกัน พอร์ทติดลบเกือบ 40%

ตลาดบนกราฟรายเดือน แทบไม่มีโอกาสได้ให้เก็บกำไรเลย ผมมีโอกาสเก็บกำไรจากบอทเพียง 2 ครั้งเท่านั้น เทียบไม่ได้กับเดือนก่อนๆที่เก็บได้แทบจะเรียกว่าวันเว้นวัน

นี่คือสถิติเมื่อ วันที่ 1 สิงหาคม ครบรอบ 1 เดือนพอดี พอร์ทมี BTC อยู่เพียง 0.67 BTC เท่านั้น ลดลง 33%

ผมก็ไม่ได้หวั่นอะไร ปล่อยให้บอททำหน้าที่ของมันเอง ทุกอย่างเดินตามแผน และบอกสมาชิกว่านี่คือเหตุการณ์ปกติ ลักษณะของ altcoin เป็นอย่างนี้ตลอด ขึ้น ลง 20-30% เป็นเรื่องปกติ และการลงครั้งนี้ไม่ใช่การลงแบบธรรมชาติ เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องความไม่แน่นอนของ BTC Hard fork ขอให้ผ่านช่วงเวลา Hard fork ให้เรียบร้อย เงินทุนจะไหล่กลับมาที่ altcoin อีกครั้ง

สมาชิกหลายคนได้ท้อใจ ตัดสินใจออกจากกลุ่ม ยอมรับผลขาดทุนที่เกิดขึ้น และบอกว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางของพวกเขา

ฟื้นตัว

เหตุการณ์ BTC Hard fork ผ่านพ้นไป พวกเราได้ลูกที่ชื่อ BCC/BCH มาเพิ่ม ทันทีที่ Hardfork ผ่านพ้นไป เงินทุนไหลกลับสู่ altcoin ตามคาด บอทเริ่มเขียว ให้เก็บกำไร สามารถเก็บกำไรจาก BAT นิดหน่อย และ VRM เป็นกอบเป็นกำ

และสดๆร้อนๆ เมื่อวาน วันที่ 3 สิงหาคม ความที่ VRM พุ่งแรง ขึ้นมากว่า 5 เท่าในเวลา 2 วัน ทำให้พอร์ทกลับมาสู่ 1 BTC ตามเดิม

ผมได้เก็บกำไรแล้วเปิดบอทสำหรับ VRM, EMC2, OMG ต่อ
วันนี้วันที่ 4 พอร์ท เมื่อทุกอย่างเต็มใจ พอร์ทก็เติบโตอีกขั้นไปสู่ 1.10 BTC 

การลง -40% ในเวลา 1 เดือน ได้คืนมาหมดภายใน 4 วัน แถมกำไร 0.1 BTC
ส่วนการเดินทางต่อจากนี้เป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป

สิ่งที่อยากบอกเพิ่มเติม

สำหรับ พอร์ทตัวอย่างนี้ ผมตั้งขึ้นมาในช่วงมกราคม 2560 ที่ผ่านมา ด้วยทุน 0.29 BTC หลังจากนั้น ก็เลี้ยงมันเติบโตจนถึง 1 BTC ในเดือนเมษายน ตั้งแต่นั้นมา ผมเก็บเฉพาะส่วนที่เกินจาก 1 BTC มาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิต บางเดือนเก็บได้ 0.6 BTC บางเดือน 0.8 BTC แล้วแต่ มีเฉพาะเดือนกรกฎาคมนี้ที่ดูแย่หน่อยคือ ติดลบเกือบ 0.4 BTC แต่ ณ เวลานี้ก็ได้คืนมาพร้อมกำไรแล้ว คาดว่าเดือนนี้ทุกอย่างตามแผน

ส่วนเป้าหมายกำไรต่อเดือนเฉลี่ย 0.5 BTC จาก 1 BTC นั้น ก็ลองคำนวณเล่นๆดูด้วยราคา BTC ปัจจุบันก็แล้วกัน ว่าเท่าไหร่

ปล ระบบนี้เหมาะกับคนที่มีวินัยการเทรด และสามารถทนเห็นการ drawdown 40% เท่านั้น ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการหวังผลระยะสั้น และความอดทนน้อย เพราะคุณจะทนดูเงินทุน 100,000 บาทของท่าน เหลือเพียงไม่ถึง 60,000 ในเวลาแค่ 30 วัน

ก่อนจะลงเรือลำนี้ไป ขอให้ท่านต้องแน่ใจเสียก่อนว่า ไม่ได้เข้ามาเล่นๆ เพราะในกลุ่ม Crypto Trading Club ของพวกเราจริงจังกันมาก กล่าวได้ว่าเป็นเยี่ยงอาชีพหลักเลยทีเดียว

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญคริปโตเคอเรนซีมีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง