<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้วที่จะหันหลังให้ Cryptocurrency” กล่าวโดย Goldman Sachs

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

สถาบันการเงินกระแสหลักอย่าง Goldman Sachs เริ่มที่จะหันมารู้ถึงศักยภาพของ cryptocurrency ที่นักลงทุน venture capitalist รู้มาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ลูกค้า hedge fund ของ Goldman หลายๆคนได้ขอร้องให้ธนาคารดังกล่าวเริ่มทำการวิเคราะห์ราคา Bitcoin และรวมถึงศักยภาพในการลงทุนของมัน และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หัวหน้าฝ่ายทีมวิเคราะห์ราคาของ Goldman Sachs นามว่า Sheba Jafari ได้ทำการทำนายราคาของ Bitcoin ได้อย่างแม่นยำว่าราคาของมันนั้นจะวิ่งกลับไปที่ 1,850 ดอลลาร์ก่อนที่จะทำการพุ่งไปหาจุดสูงสุดแห่งใหม่ในประวัติศาสตร์ในเวฟการขึ้นของราคาครั้งต่อไป (ซึ่งก็คือครั้งนี้) อีกทั้งเธอยังกล่าวด้วยว่าราคาอาจจะไปได้ไกลถึง 3,915 ดอลลาร์ก่อนที่เวฟดังกล่าวจะจบลง

ณ ตอนนี้ที่ปรึกษาลูกค้าระดับองค์กรของ Goldman Sachs ได้ทำให้ผู้ใช้งาน cryptocurrency ได้เห็นภาพกว้างๆของมันอีกครั้งในโน้ตที่เขาเผยแพร่ครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์นี้ โดยนาย Robert D. Boroujerdi ได้ให้คำแนะนำลูกค้าของเขาว่ามูลค่าตลาดรวมของเหรียญ cryptocurrency นั้นกำลังมุ่งไปหาจุดสูงสุดแห่งใหม่ในประวัติศาสตร์ และการหันหลังให้กับการลงทุนในตัวของมันถือเป็นเรื่องยากแล้ว

“ด้วยมูลค่าตลาดรวมเกือบ 120 พันล้านทำให้มันเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนแบบบริษัทที่จะหันหลังให้กับ cryptocurrency”

ทีมของ Goldman Sachs ยังได้โน้ตว่ามูลค่าตลาดรวมของการลงทุนแบบ ICO หรือ Initial Coin Offerings นั้นยังได้พุ่งไปถึง 2 พันล้านดอลลาร์ภายในแค่ปี 2017 ปีเดียว ซึ่งแซงหน้าการลงทุนจาก angel investor และ seed funding ของในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินกระแสหลักนั้นก็ได้เริ่มหันมามองการลงทุนแบบ ICO ว่าเปรียบเสมือนการขุดทองดิจิตอล และก็ต้องหันมากลืนน้ำลายตัวเองจากที่เคยวิจารณ์ ICO ไว้ ก็ต้องหันมาลงทุนเพื่อทำกำไรกับมันบ้างเช่นกัน นาย Boroijerdi ได้กล่าวว่าไม่ว่าทุกคนจะเชื่อว่าเหรียญคริปโตนั้นมีคุณธรรมหรือไม่ แต่เงินดอลลาร์นั้นกำลัง “พิสูจน์ตัวของมัน” ในโลกของ cryptocurrency จากนักลงทุนอีกหลายๆหน้า

“ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องศีลธรรมในการลงทุนในตัวของเหรียญ cryptocurrency หรือไม่ (คุณรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน) แต่สกุลเงินดอลลาร์นั้นกำลังพิสูจน์ตัวของมันเองอยู่ และนักลงทุนก็กำลังจับตาดูมันอยู่ในระหว่างที่มูลค่าจากการระดมทุนแบบ ICO นั้นได้แซงหน้าของ angel และ seed ไปแล้ว”

สิ่งหนึ่งที่สถาบันการลงทุนจะต้องเอาชนะให้ได้ในปัจจุบันนั้นก็คือความไม่แน่นอนของกฎหมาย ก่อนหน้านี้ตอนที่ ICO มาใหม่ๆและยังไม่เป็นที่นิยมนั้น มันยังไม่มีกฎหมายมารองรับ จนภายหลังทาง SEC หรือ Securities and Exchange Commission ของประเทศสหรัฐฯนั้นต้องออกมาประกาศว่าเหรียญ ICO นั้นคือ securities หรือสินทรัพย์ และจะต้องตกอยู่ภายใต้กฎหมายการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ซึ่งในขณะนี้มันก็ยังเป็นเรื่องที่อาจกล่าวได้ว่ายังไม่แน่นอนนักที่ทาง SEC จะบังคับใช้กฎหมายดังกลาวเพื่อปราบปรามเมื่อไร แต่นาย Adam Draper จาก Boost VC ได้แนะนำนักพัฒนาให้ใช้ศัพท์อย่างเช่นคำว่า “DAO” และ “ICO” มาจำกัดความมันเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก SEC

[rsnippet id=”1″ name=”AdSense In-article ad 1″]


ในประเทศอื่นๆก็เริ่มที่จะหันมาให้ความสนใจในการลงทุนแบบ ICO แล้วเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ทางที่ปรึกษาของธนาคารแห่งประเทศจีนก็ออกมากล่าวว่า ICO นั้นต้องมีกฎหมายมารองรับมันมากกว่านี้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางธนาคารกลางของสิงคโปร์ก็ประกาศว่าพวกเขาจะเริ่มออกกฎหมายมาควบคุม ICO แล้ว ในขณะเดียวกันประเทศไทยของเรานั้น เมื่อไม่นานมานี้ทาง ก.ล.ต. และแบงก์ชาติก็ได้ออกมาแสดงท่าทีที่ค่อนข้างเป็นบวกกับ ICO แต่ก็ยังแสดงความเป็นห่วงอยู่เพราะความที่ ICO นั้นไม่สามารถถูกตรวจสอบได้อย่างชัดเจน

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น