<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

รัฐบาลประเทศจีนอาจจะอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับ ICO

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

สื่อในประเทศจีนได้รายงานว่าหน่วยปฏิบัติการของธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (PBoC) ในกรุงปักกิ่งได้ออกมาประกาศเตือนธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆในประเทศว่าอย่าให้บริการด้านธุรกรรมและบัญชีธนาคารกับธุรกิจที่เปิดขาย Initial Coin Offerings ( ICO) โดยประกาศมีใจความคร่าวๆว่า “สถาบันด้านการเงินหรือตัวแทนผู้ให้บริการด้านการทำธุรกรรมต่างๆไม่ควรที่จะให้บริการด้านการเงินหรือผลิตภัณฑ์อย่างเช่นการเปิดบัญชีธนาคาร, ลงทะเบียน, การซื้อขาย, การอนุมัติ และทำธุรกรรมสำหรับผู้ให้บริการด้านเหรียญดิจิตอลหรือสกุลเงินดิจิตอล”

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทางรัฐบาลจีนได้ออกมาประกาศแบน ICO โดยบอกว่าการระดมทุนในลักษณะดังกล่าวนั้นละเมิดกฎหมายด้านการระดมทุนของประเทศ รวมถึงประกาศให้บริษัทสตาร์ทอัพในประเทศยุติการขาย ICO และให้บริษัทที่ระดมทุนมาได้แล้ว ให้คืนเงินให้กับนักลงทุนทุกคนอีกด้วย

[rsnippet id=”1″ name=”AdSense In-article ad 1″]

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

บัญชีธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ICO จะต้องถูกจับตาดูแบบรายวัน

ที่สำคัญคือ ประกาศจากทางรัฐบาลนั้นยังได้มีการสั่งให้ทางธนาคารจับตาดูบัญชีธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ICO แบบรายวันอีกด้วย โดยส่วนหนึ่งของประกาศเขียนว่า “บัญชีธนาคารของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบของ ICO จะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งการถอนหรือฝากเงินเป็นจำนวนขนาดใหญ่นั้นจะต้องถูกระงับ และจะต้องมีการดำเนินการในทันทีหากพบเห็นบัญชีธนาคารที่ต้องสงสัยว่าจะมีการฟอกเงิน และจะต้องทำการรายงานให้กับรัฐบาลอย่างตรงเวลา”

การประกาศดังกล่าวดูเหมือนว่าจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีกำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้มีแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตนได้รายงานให้กับสื่อในจีนว่า “การสั่งให้ธนาคารในประเทศออกมารายงานกับรัฐบาลที่วานี้…ดูเหมือนว่าจะยังคงอยู่ไปอีกยาว”

การออกมาแบน ICO ของรัฐบาลจีนนั้น ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ cryptocurrency ที่มีการประกาศห้ามเปิดการซื้อขายเหรียญเพื่อระดมทุนดังกล่าว แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลในหลายๆประเทศอย่างสหรัฐฯ, แคนาดา, สิงคโปร์ และเขตปกครองพิเศษฮ่องกงก็ออกมาประกาศเตือนเรื่อง ICO เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่มีมาตรการเด็ดขาดเท่ากับของจีน

ภาพจาก Wall Street Journal

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น