<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

SIX network รุกประกาศ Roadmap ในปี 2018 พร้อมจับมือพันธมิตรทันทีหลังจบ ICO

หลังจากที่ ICO สัญชาติไทยนาม SIX Network ได้ระดมทุนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง SIX Network ก็ได้เผยถึงกลยุทธ์ในปี 2018 และเปิดตัวพันธมิตรใหม่ดังต่อไปนี้

Roadmap

อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ SIX Network พวกเขาจะพัฒนาในเรื่องของการพัฒนาในการสร้างกระเป๋าเงินคริปโตสำหรับนัก Creative ให้ใช้งานได้อย่างง่าย, สะดวกและรวดเร็ว และสนับสนุนสกุลเงินคริปโตสกุลหลักอีกด้วย โดยทาง SIX คาดว่าจะเริ่มเปิด SIX wallet ที่สนับสนุน SIX Token และ Stellar ทั้งบนเว็บและมือถือภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2018 โดยจะเป็นการเตรียมพร้อมในการรองรับฟังก์ชันต่าง ๆ ในอนาคตด้วย

เลือก Stellar แทน Ethereum

อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ SIX Network ได้ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับระยะเวลาการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมสำหรับ Cryptocurrency โดยทาง SIX Network พบว่าทาง Stellar มีค่าธรรมเนียมที่ถูกและมีความรวดเร็ว ซึ่งใช้ในการทำธุรกรรมที่ไม่เกิน 5 วินาที โดยถ้าผู้ใช้งานใช้ Stellar ก็ไม่ต้องไปรอ Side Chain อย่าง Lightning Network หรือ Plasma และ Casper อีกต่อไป

SIX Wallet Alpha ในไตรมาส 3 ปี 2018

แน่นอนว่าการที่เราจะโอนเงินหรือโอนคริปโตไปยังกระเป๋าต่าง ๆ เราต้องรู้ Address ของฝั่งตรงข้ามที่เราจะโอนและ Address และตัวหนังสือจะยาวเหยียด

อ้างอิงจาก Whitpaper ของ SIX Network ทาง SIX Wallet จะแก้ปัญหาตรงนี้ ด้วยการตั้ง Address ที่สามารถจำได้ง่าย เช่น @Sarayuth และในไตรมาส 4 ก็จะมีฟังก์ชันเชื่อมต่อกับบัญชี Social Media ต่าง ๆ เข้ากับ Address ของ SIX Wallet อีกด้วย

Six Multi-Sig Wallet

คนที่เล่นคริปโต อาจเคยทำ Private Key หรือ Recovery seed หาย โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ทาง SIX ได้เล็งเห็นปัญหานี้เลยออกแบบ SIX multisig wallet (MultiSIX) ที่จะมี Private Keys 4 ตัว ที่กระจายไปยังผู้ใช้ 2 รหัสและ SIX 2 รหัสโดยต้องใช้ Private Keys 3 รหัส (3 ใน 4) เพื่อจะดำเนินธุรกรรมและจะมาพร้อมกับระบบ OTP, 2FA และอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกระดับให้กับ Wallet ของผู้ใช้งาน

ทาง SIX เคลมว่าฟังก์ชันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตกผลึกอยู่และยังคอยรับฟังไอเดียและข้อเสนอแนะจาก Community อยู่เสมอ

ไตรมาส 4 ปี 2018

อ้างอิงจาก PR ที่ทางทีมงานสยามบล็อกเชนได้รับ กล่าวว่าทาง SIX Network จะมีแผนที่ทำฟังก์ชันต่าง ๆ ดังนี้

  • ทำให้ Wallet รองรับสกุลเงินคริปโตตัวอื่นมากขึ้น
  • มี SDK/API สำหรับภาคธุรกิจ
  • มีเว็บเทรดแบบ Decentralized
  • ทำ KYC (Know-Your-Customer) ผ่าน Wallet ได้โดยตรง
  • จ่ายเงินด้วย SIX Token ได้
  • Account Linking (ผูกบัญชีกับ Social network ต่าง ๆ)
  • การตรวจสอบตัวตนจากบริการของตัวกลาง
  • One-to-one chat และ Chatbot ใน Crypto Wallet

โดยที่กล่าวมาข้างต้นนี้ทาง SIX Network อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม แต่ทางทีม SIX ก็รับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อ Community ของ SIX Network

พันธมิตรใหม่ของ SIX Network

การที่จะทำให้ธุรกิจนั้นเจริญเติบโต และเป็นที่รู้จักในคนหมู่มาก แน่นอนว่าการมีพันธมิตรที่เพียบพร้อม ก็จะเป็นส่วนสำคัญ อ้างอิงจากเว็บไซต์ SIX Network ได้ทำงานร่วมกับ 500 Startup ซึ่งเป็นกองทุน Startup อันดับต้น ๆ ของโลกโดยมีคุณหมู ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ Co-CEO ของ SIX Network เป็นผู้จัดการกองทุน

ล่าสุด SIX Network มีพันธมิตรใหม่นาม ADMAX จากประเทศเกาหลีใต้ และ ChomCHOB จากประเทศไทยมาเข้าร่วมโปรเจกต์ด้วย โดยทั้งคู่จะมาช่วยในส่วนที่แตกต่างกัน

ADMAX

ADMAX เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยทำโฆษณาให้กับแบรนด์ต่าง ๆ โดยการใช้กลยุทธ์ในการใช้ Influencer ในการโฆษณาสินค้าและบริการเพื่อเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม และ ADMAX อยู่ในเครือของ Futurestream Network ซึ่งถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้

โดยรูปแบบการทำงานคร่าว ๆ ของ ADMAX ก็คือเจ้าของแบรนด์จะเสนอ Campaign ผ่านแพลตฟอร์ม ADMAX และทาง ADMAX จะเป็นคนคัดเลือก Influencer ที่ตรงกับสินค้านั้น ๆ และเมื่อ Influencer รีวิวความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะได้รับค่าจ้างผ่าน ADMAX

โดยทาง SIX Network ได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่สามารถจะร่วมมือกับ ADMAX ได้ และจะเป็นผลดีในการช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่าย โดยจะใช้ SIX Token เป็นทางเลือกในการจ่ายค่าจ้างให้กับ Influencer

นอกจากนี้ทาง SIX คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ บริการของ SIX ทั้งหมด ก็จะเชื่อมต่อกับ Influencer ทุกคนใน ADMAX ได้โดยตรง ก็เพื่อเป็นการเสริมสร้างการใช้งาน และเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบ Ecosystem ของ SIX Network อีกด้วย

ร่วมทุนกับ ChomCHOB

แอปฯ ChomCHOB เป็นแอปฯ ให้บริการแลกแต้มบัตรเครดิตบนโทรศัพท์มือถือ โดยจุดเด่นของแอปฯ ก็คือ จะเป็นจุดศูนย์รวมแต้มของบัตรเครดิตต่างๆ และเชื่อมต่อกับบริษัทการเงินขนาดใหญ่ในประเทศไทยต่าง ๆ เช่น ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, กรุงศรี รวมไปถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเช่น True และ Dtac นอกจากนี้ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เช่น McDonald’s, Starbucks, Samsung, Booking.com, Garmin โดยปัจจุบัน ChomCHOB มีผู้ใช้งานมากกว่า 200,000 รายและเกิดการใช้งานเหรียญ ChomCHOB point (CCP) ไปแล้วมากกว่า 100 ล้านเหรียญ

 

และในการลงทุนในครั้งนี้ทาง SIX คาดหวังที่จะเชื่อมระบบ Tokenization ผนวกกับ ChomCHOB เพื่อสร้าง ChomCHOB point (CPP) ซึ่งจะเชื่อมต่อเข้ากับคู่ค้ากว่า 10,000 รายรวมถึงรายการธุรกรรมกว่า 100 ล้านรายการอีกด้วย

กองทุน Blockchain Startup Fund

อ้างอิงจาก PR กองทุนนี้มีมูลค่าสูงถึง 500 ล้านบาท และกองทุนนี้ จะถูกดูแลโดยพี่หมู ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ซึ่งมีประสบการณ์ใน 500 Tuktuk จาก 500 Startup ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 tracks โดย track แรกคือ Seed Track และ Growth Track โดยรายละเอียดทาง SIX Netwok จะประกาศรายละเอียดอีกที ภายในสิ้นเดือนนี้

สรุป

ทางทีม SIX Network ตั้งใจที่จะทำผลิตภัณฑ์เพื่อให้นักลงทุน และผู้ใช้งาน สามารถใช้งานได้อย่างมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด โดยผู้ใช้งานสามารถติดตามข่าวสารจาก SIX Network ได้ที่ Facebook, Medium และ Twitter

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญ Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี บทความนี้เป็นบทความสปอนเซอร์

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้
Love
Haha
Wow
Sad
Angry

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

Read previous post:

ในอุตสาหกรรมคริปโตนั้น การขุดถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในช่องทางการหารายได้ของบรรดานักลงทุนคริปโต เนื่องจากความเรียบง่ายในการได้ผลตอบแทน นอกจากนี้พวกเขาบางคนยังคิดว่า หากขุดคริปโตแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเทรดอีกด้วย แต่แท้จริงแล้วนั้น นักขุดคริปโตจำเป็นต้องมีความรู้ในการเทรดด้วยหรือไม่ ? ความเป็นจริง เป็นเรื่องจริงที่การขุดคริปโตนั้น ไม่จำเป็นต้องดูกราฟก็สามารถขุดและได้คริปโตตอบแทนมาเป็นปกติ...

Close