<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

โทรศัพท์มือถือ Blockchain จะมาแทนที่โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันได้หรือไม่

เมื่อเทคโนโลยี Blockchain กำลังมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา และมีหลายๆ อุตสาหกรรมที่พยายามหยิบเอาเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่อุตสาหกรรมทางการเงินที่เราคุ้นเคย

เทคโนโลยี Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยเรื่องการเก็บข้อมูลในทุก ๆ เรื่อง เช่นเรื่องการผลิตสินค้าอย่าง อาหารก็จะเป็นในแง่ของวัตถุดิบที่นำมาใช้ เพื่อบันทึกว่ามันว่ามาจากที่ไหนอย่างไร หรือแม้แต่ข้อมูลด้านการจัดส่ง เพื่อบันทึกว่ามันถูกจัดส่งโดยวิธีใดหรือจัดส่งในวันไหน เพราะเมื่อใดที่ข้อมูลเหล่านี้อยู่บนระบบ Blockchain มันก็หมายความว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เลย จึงทำให้การใช้เทคโนโลยี Blockchain มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจเห็นได้จากเคสในอุตสาหกรรมทางการเงินที่เราคุ้นชินกัน

แต่หากถามว่านอกจากอุตสาหกรรมทางการเงิน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่กำลังดึงเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ก็ยังคงมีหลากหลายอุตสาหกรรมที่อยากจะหยิบเทคโนโลยีตัวนี้ไปใช้ด้วย เพราะด้วยคุณสมบัติที่เด่น ทั้ง เรื่องการบันทึกข้อมูลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ แต่ถ้านำเทคโนโลยี Blockchain มาอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำอย่างโทรศัพท์มือถือล่ะ มันจะช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้นในการใช้โทรศัพท์มือถือหรือไม่

เริ่มขายแล้ว

ก่อนหน้านี้มีบริษัทที่ชื่อว่า Sirin Labs ได้ออกมาเปิดตัว Blockchain Smartphone รุ่นแรกของโลกแล้ว โดยจะใช้ชื่อรุ่นว่า “Finney” โดยทางนั้นได้ให้รายละเอียดว่าตัวโทรศัพท์จะรันด้วยระบบ Android และมีกระเป๋าเก็บคริปโตแบบ Cold Storage อีกด้วย โดยราคานั้นน่าจะอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์

และล่าสุดทางผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ของจีนนาม HTC ก็ได้เปิดตัว Smartphone Blockchain ของตัวเองบ้าง โดยจะใช้ชื่อรุ่นว่า Exodus ซึ่งจะสามารถซื้อได้ด้วยสกุลเงินคริปโตอย่าง BTC และ ETH เท่านั้น มีราคาอยู่ที่ 0.15 BTC หรือ 4.78 ETH

แน่นอนว่าคำถามที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ประชาชนทั่วไปจำเป็นที่จะต้องหันมาซื้อโทรศัพท์มือถือที่รันบน Blockchain แล้วหรือยัง แล้วมันทำอะไรได้นอกจากฟังก์ชั่นพื้นฐานหรือไม่

ความปลอดภัย?

ขึ้นชื่อว่า Blockchain แล้วนั้น ความปลอดภัยคือสิ่งแรกที่คิดถึง โดยก่อนหน้านี้นั้น ได้มีค่ายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Blackberry ที่เคยออกมาเคลมว่าสามารถ Encrypt ข้อความในการรับข้อความบน Server ของพวกเขา ซึ่งในตอนนั้นถือว่ามีผู้คนต่างมาใช้ Blackberry เป็นอย่างมาก แต่แล้วสุดท้ายความนิยมในการใช้ก็ลดลงเพราะมันไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นได้เลยเช่น Android หรือ iOS

หรือแม้แต่แอปฯ แชทที่โด่งดังอย่าง Telegram ที่โชว์ฟีเจอร์ที่เหนือกว่าก็คือ การที่ไม่มีใครสามารถแฮ็กข้อความได้นั้น ก็ต่างทำให้ผู้ใช้งานเริ่มหันมาใช้กันมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มการระดมทุน ICO ก็หันมาใช้ Telegram ในการโปรโมทโปรเจกต์กันอย่างแพร่หลาย เพราะมันสะดวกและปลอดภัยจากการถูกแฮ็กนั่นเอง

แต่ปัจจุบันทางผู้ผลิตมือถือก็ได้เริ่มออก Smartphone Blockchain มาแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลือกในการรักษาข้อมูลต่าง ๆ รวมไปถึงการเก็บเหรียญคริปโตบน Smartphone Blockchain อีกด้วย

ทำธุรกรรมที่ปลอดภัย

ในปัจจุบันการทำธุรกรรมแบบ Offline เริ่มไม่ได้เป็นที่นิยมในหมู่คนยุคปัจจุบันแล้ว การทำธุรกรรม Online หรือ Mobile Banking กำลังเริ่มเข้ามาแล้ว แต่การทำธุรกรรมแบบ Mobile Banking อาจเกิดการฉ้อโกงหรือระบบอาจล่มก็ได้เช่นวันสิ้นเดือนที่เงินเดือนออกนั่นเอง

การทำธุรกรรมด้วยคริปโตอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ใช้งานในยุคปัจจุบันก็เป็นได้ เพราะมันรันด้วยระบบ Blockchain และเราสามารถ Track ดูข้อมูลได้อย่างแม่นยำ แถมมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าระบบธนาคารอีกด้วย

เช่นล่าสุดมีข่าวการทำธุรกรรมด้วย Bitcoin จำนวน 29,999 BTC หรือ 194 ล้านดอลลาร์ แถมยังมีค่าธรรมเนียมเพียง 0.1 ดอลลาร์หรือเพียง 30 บาทเท่านั้น และอีกกรณีหนึ่งก็คือการโอน ETH มูลค่า 184 ล้านดอลลาร์โดยมีค่าธรรมเนียมในการโอนเพียง 0.06 ดอลลาร์เท่านั้น

อนาคต

เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ Smartphone Blockchain จะออกมาสู่ตลาดมากขึ้นให้ประชาชนทั่วไปได้ซื้อหามาใช้กัน โดยคาดว่าจะเป็นการยกระดับความปลอดภัยด้านข้อมูลและการทำธุรกรรมที่เกิดประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยที่มากขึ้นนั่นเอง

Read previous post:

ก่อนหน้านี้ผ...

Close