<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

บริษัทบัตรเครดิต “Mastercard” จับมือกับเหรียญ Stellar พัฒนาระบบ Blockchain

ในขณะนี้บริษัททางการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่งได้เริ่มเข้ามาสนใจโลกคริปโตเคอร์เรนซีมากยิ่งขึ้น นอกจาก Visa และ JP Morgan แล้ว ล่าสุด Mastercard เริ่มสร้างระบบของพวกเขาบน Blockchain หลังจากเข้าร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี Stellar

จากรายงานล่าสุดเผย บริษัท Token.io Limited ได้ประกาศว่าบริษัทได้รับเลือกจากทาง Mastercard ให้ประมวลผลธุรกรรม 3.4 พันล้านธุรกรรมทุกวันเพื่อพัฒนา “ศูนย์กลางของธนาคารแบบเปิด (open banking hub.)” โดยทาง Token.io จะเป็นผู้พัฒนาระบบการชำระเงินของ Mastercard เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อบริการทางการเงินของบริษัทกับร้านค้าและร้านค้าปลีกอื่น ๆ

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการณ์ที่ทาง Mastercard ได้ผลักดันพัฒนาบริการทางการเงินภายใต้โครงการ  “pan-European directory” เพื่อให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลที่สามสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงสร้างกลไกการระงับข้อพิพาทและมีระบบ compliance เพื่อรับรองการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย

การร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นก้าวใหญ่อีกก้าวหนึ่งของบริษัทสตาร์ทอัพ Token ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการตั้งบริษัทคือเพื่อทำให้การโอนเงินทั่วโลกมีความสะดวกมากยิ่งขึ้นเพียงแค่ส่งอีเมลล์หรือข้อความก็โอนเงินได้แล้ว (ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท) ในการที่จะทำเช่นนี้ได้ทางบริษัทต้องให้บริการทางการเงิน API, TokenOS และ Stablecoin ที่หนุนเงินดอลลาร์ Stellar (XLM) รวมถึง Token X ด้วย

การร่วมมือกันครั้งนี้ของทาง Mastercard เป็นการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัทก็ยังไม่มีนโยบายหรือแผนการณ์ที่จะนำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้

ทั้งนี้บริษัท Token.io Limited เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการข้อมูลบัญชีและการเริ่มต้นชำระเงินจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA)

“การที่บุคคลภายนอกขาดการเข้าถึงบริษัททางการเงินใหญ่ ๆ นั้นสร้างความซับซ้อนให้กับธุรกิจธนาคารแบบเปิด” นาย Steve Kirsch ซีอีโอของ Token.io กล่าว “ ดังนั้นเราจึงยินดีที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับทาง Mastercard และนำแพลตฟอร์ม API ของ Token มาใช้แก้ไขปัญหาเหล่านี้และร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกยอมรับนำธนาคารแบบเปิดมาใช้”

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Mastercard

อีกก้าวหนึ่งของ Mastercard ที่เป็นก้าวที่สำคัญตามมาติด ๆ กับ Visa และ JPMorgan ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินที่พัฒนาขึ้นมา

“ธนาคารแบบเปิด (Open Banking) มีศักยภาพในการปฏิรูประบบการเงินแบบดั้งเดิม” รองประธานบริษัท Mastercard นาย Jim Wadsworth กล่าว

“โซลูชั่น API ของเราจะทำให้สถาบันการเงินและบุคคลภายนอกมีโอกาสที่จะสร้างนวัตกรรมการธนาคารและประสบการณ์การชำระเงินแบบใหม่ให้กับผู้คนในทุกวันนี้ด้วยความร่วมมือจากทาง Token จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้นี้ได้”

อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาง Mastercard ได้เข้ามาสู่โลกของ Blockchain เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาทางบริษัทได้ร่วมประมูลราคามูลค่า 298 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ กับบริษัทหุ้นส่วนของ RippleEarthport” เพื่อขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศของบริษัท แต่สถานการณ์บนโต๊ะประมูลก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อทาง Visa ก็ได้เข้าร่วมประมูลด้วยเช่นกันด้วยการลงเงินมูลค่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ นอกจากนี้ทาง Mastercard ก็ได้ลงทุนไปจำนวนมากกับทาง SendFriend ที่เป็นผู้ให้บริการการโอนเงินโดยใช้ xRapid และเหรียญ XRP ของ Ripple

Read previous post:

รายงานจาก Co...

Close