<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ส่วนแบ่งมูลค่าตลาดของ Bitcoin ร่วงลงเกือบแตะ 50% หรือตลาดขาขึ้นกำลังจะกลับมา?

รายงานล่าสุดเผยว่าอิทธิพลของ bitcoin ในโลกคริปโตได้ลดต่ำลงตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้เมื่อดูจาก google trends ก็จะเห็นได้ว่าความสนใจของผู้ใช้ที่จะลงทุนใน bitcoin นี้ก็ลดลงมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้วด้วยเช่นกัน

ในขณะนี้ดูเหมือนส่วนแบ่งมูลค่าตลาดของ bitcoin จะเหลืออยู่เพียงแค่ 50% เท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นของเหรียญ altcoin ที่เรียกว่า alt season นั่นเอง โดยมีการลงทุนในเหรียญ altcoin เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ราคา bitcoin นั้นคงที่และมีแนวโน้มว่าจะลดลงด้วย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเมื่อดูจากมูลค่าทางตลาดของ bitcoin ที่แข็งตัวมากกว่าเหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ และอาจกล่าวได้ว่า ณ ตอนนี้มันไม่ใช่ปี 2558 หรือปี 2560 อีกแล้ว แต่ตอนนี้คือปี 2562 ซึ่งตลาดก็จะมีนักลงทุนหน้าใหม่มากขึ้นเช่นเดียวกัน

บางคนได้กล่าวเอาไว้ว่าในอดีตก่อนที่ bitcoin นั้นจะมีราคาสูงก็เคยพบกับราคาที่ต่ำหรือส่วนแบ่งมูลค่าตลาดน้อยมาก่อน และส่วนคนอื่นก็กล่าวว่าการขึ้น ๆ ลง ๆ ของราคา bitcoin ก็เหมือนกับตอนที่ราคา bitcoin นั้นขึ้นใหม่ ๆ กล่าวคือในตอนนั้นราคา bitcoin สามารถพุ่งทะยานมาได้ถึง 1,000 ดอลลาร์และจากนั้นก็ตกลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์

สิ่งซึ่งที่ไม่ได้อยู่ในงานวิเคราะห์ครั้งนี้ก็คือ ผลของ Mt. Gox ด้วยความที่ Mt. Gox เป็นตลาด bitcoin รายใหญ่ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่การล้มตัวลงนี่จะทำให้นักลงทุนหวาดกลัว แต่มันก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าความเลวร้ายนี้จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามในช่วงราคาขาขึ้นที่ผ่านมาก็ไม่ปรากฏสิ่งดังกล่าวข้างต้น และไม่มีต้นเหตุที่แน่ชัดพอที่จะทำให้เรารู้ได้ว่าทำไมจึงต้องขายในราคาถูกเช่นนี้ จนตอนนี้ความสนใจที่จะลงทุนใน bitcoin ก็เริ่มลดลงไป ราคาที่ลดลงกว่าหน่วยหลักสิบเปอร์เซ็นต์ก็ทำให้นักลงทุนเทขายกันไปหมดยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ที่จะบอกได้ว่านักลงทุนเหล่านั้นจะกลับเข้ามาในตลาดอีก

ในเวลานี้ เงินจะมาจากทางไหน ?

ในเวลานี้คงจะต้องบอกว่านักลงทุนต่าง ๆ ไม่กล้าที่จะลงทุนใน bitcoin  แล้ว และมันยากมากที่จะทำให้นักลงทุนมาลงทุนในเวลานี้ถ้าพวกเขาไม่ได้รู้สึกเอือมระอากับระบบการเงินของรัฐบาลจริง ๆ

การที่ราคาขึ้นไปถึง 20,000 ดอลลาร์ได้นี้เป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวทางราคาที่ทำให้ผู้ถือเหรียญสามารถโยกย้ายเงินทุนของตนได้ ซึ่งบางคนก็ซื้อมาในราคาที่ต่ำกว่า

ดังนั้นเราก็แน่ใจได้ว่าจะไม่เกิด Bitcoin killer ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่การลดบทบาทลงของ bitcoin นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย โดย 2-3 เดือนที่ผ่านมาการที่จะทำกำไรจากการลงทุนใน bitcoin นั้นค่อนข้างจะยากมากและจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูงไม่ว่าเราต้องการจะซื้อหรือขายก็ตาม ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้าเรามีเงินจำนวนเดียวกันใน Litecoin เราก็คงจะรวยกันไปแล้ว

เศรษฐกิจที่ใช้เหรียญโทเค็รไม่ได้เกิดจาก Bitcoin

platform ของ smart contract มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์สำหรับการลงทุนก็เกิดอย่างมากมายเช่นกัน โดยรู้หรือไม่ว่าเราสามารถซื้อ Daiand และได้รับกำไรด้วย Compound Protocol โดยที่เราไม่ต้องเก็บ Ether ไว้ใน CDP เลย เพราะว่า Daiand แพร่หลายในตลาดแล้ว

ถ้าเรานับทุกสิ่งทุกอย่างของ Ethereum แล้ว มูลค่าที่แท้จริงของ Ethereum จะสูงกว่า 14 พันล้านดอลลาร์โดยเหรียญ Ethereum จำนวน 505 เหรียญมีมูลค่าทางตลาดมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ซึ่งเหรียญเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น bitcoin หรือ Ethereum เองก็ตามคาดว่าจะมีราคาเพิ่มขึ้น 80 หรือ 2-500 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน

โปรเจ็กใหม่ ๆ นั้นเกิดขึ้นตลอดเวลาและเศรษฐกิจที่จะดำเนินการโดยเหรียญดิจิทัลนี้ก็ไปอิงอยู่กับ Ethereum เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยในช่วงที่ราคาเหรีญ Ethereum ขึ้นนั้นจะเป็นช่วงเวลาของคนที่อยากจะซื้อและถือสินทรัพย์ประเภทนี้เอาไว้ การที่ Ethereum ทรงอิทธิพลได้อย่างยาวนานเช่นนี้ก็ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่ แต่ในที่สุดแล้วมันไม่เกี่ยวว่าเราใช้บล็อกเชนอะไร แต่เราทำอะไรกับมันต่างหาก ซึ่ง Tron และ EOS ก็มองเห็นทางที่เป็นไปได้นี้อยู่

EOS และ Tron ที่ตีราคาต่ำเกินไป

เมื่อพูดถึง Tron เหรียญส่วนใหญ่ของ Tron ไม่ได้ใช้หน่วยเหมือนเหรียญแบบอื่น ๆ สำหรับ EOS ก็เช่นเดียวกัน เหรียญเหล่านี้ได้ทำการซื้อขายในตลาดแบบ decentralized เช่น ตลาด TRX และ Newdex.io ซึ่งไม่ว่าเหรียญเหล่านี้จะมีราคาและปริมาณเท่าไร มันก็มีอยู่จริง

ถ้าตลาด EOS และ Tron เข้ามาอย่างเต็มรูปแบบแล้วนั้น ส่วนแบ่งมูลค่าตลาดรวมของ bitcoin ก็จะยิ่งลดลงไปอีก

เหรียญใหม่ ๆ บนตลาด TRX มีปริมาณหลายล้าน และการเข้ามาของ Tether USD ใน platform ของ Tron ก็หมายความว่ากำลังจะเกิดสภาพคล่องแล้ว การประเมินได้เผยว่า stablecoin จะหันไปพึ่ง EOS เช่นเดียวกัน

การดูข้อมูลย้อนหลังช่วยในการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันได้มาก และอาจกล่าวได้ว่าเราอยู่ในจุดที่ไม่ใช่วิกฤติทางการเงิน แต่อย่างไรก็ตามมุมมองในอดีตจำเป็นต้องรวมถึงเงินที่เกิดขึ้นใหม่ด้วย

เงินที่จะนำไปลงทุนใน bitcoin จะถูกตรวจสอบ เพราะคนที่มาลงทุนในคริปเคอเรนซีช่วงแรก ๆ นั้นมีอะไรให้ต้องพิจารณาเยอะมาก  และการถือ bitcoin เอาไว้ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งไม่ดีมากกว่าราคาที่ผันผวนอย่างมากในตลาดรองเสียอีก

นอกจากนี้ platform ที่พูดถึงก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด ยังมี Aelf, Cardano, NEO, Tezos ซึ่งสามารถถือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ได้

การวิเคราะห์ bitcoin จะไม่เสร็จสมบูรณ์ ถ้าไม่มีระบุถึงราคา Litecoin ที่สูงขึ้น ในขณะที่ bitcoin ยังคงราคาอยู่ ในอดีตราคาของ Litecoin นั้นต่ำกว่า 30 ดอลลาร์เมื่อตอนที่ราคาของ bitcoin เริ่มตกลง แต่ตอนนี้ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าแล้ว และดูเหมือนว่าอนาคตราคาก็จะพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นคำถามที่ว่า ราคาของ bitcoin จะไปถึง 50,000 หรือ 100,000 ดอลลาร์หรือไม่นั้น ก็คงจะต้องตอบว่า เกิดขึ้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การที่จะไปถึงจุดนั้นได้จะไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน สินทรัพย์อื่น ๆ จะมีราคาสูงขึ้น และเป็นไปได้อย่างมากที่ทุก  ๆ ครั้งที่ราคาของ bitcoin เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ เหรียญอื่น ๆ เช่น Ethereum หรือ EOS จะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่า

จากทั้งหมดทั้งมวลนี้มันไม่แปลกที่จะพูดว่าวันหนึ่ง bitcoin จะไม่ใช่ที่หนึ่งในตลาดอีกต่อไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า bitcoin จะล้มเหลวหรือสิ้นสุดลง เพียงแต่คนอาจจะต้องการเหรียญอื่น ๆ มากกว่าแล้ว