<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

3 อาชีพที่จะได้ประโยชน์จาก Facebook Coin โดยตรง

หลังจากที่เราได้เห็นข่าวลือที่ว่าทางบริษัทด้านโซเชียลระดับโลกอย่าง Facebook จะเริ่มมาสร้างเหรียญ cryptocurrency ของตัวเอง รวมถึงการออกมาประกาศปิดตัวระบบ p2p payment ที่จะยุติลงในวันที่ 15 มิถุนายนที่จะถึงนี้ส่งผลทำให้หลาย ๆ คนอออกมาคาดการณ์ว่าทาง Facebook นั้นกำลังจะเตรียมตัวนำเอาเหรียญคริปโตของตัวเองมาใช้ในไม่ช้านี้

Facebook Coin คืออะไร

หากจะทำความเข้าใจเหรียญของ Facebook นั้นก็มาดูระบบการส่งเงินหากันแบบ P2P ของพวกเขาในปัจจุบันกันก่อน

ทาง Facebook ในขณะนี้เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถส่งเงินหากันทางระบบส่งข้อความหรือ Messenger ได้ โดยระบบนั้นจะให้ผู้ใช้งานพ่วงบัตรเดบิตหรือเครดิต หรือแม้แต่ PayPal เข้ากับระบบ และเมื่อกดส่งเงินหากัน ระบบของ Facebook ก็จะทำการหักเงินจากบัญชีและส่งไปให้ปลายทางโดยอัตโนมัติ

ทว่าอย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ ดั่งที่เราเห็น ๆ กันก็คือในด้านกฎหมายและนโยบายการเงินของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือด้วยความที่ Facebook เป็นแพลทฟอร์มโซเชียลระดับโลก ที่ต้องการดึงดูดผู้ใช้งานที่ไม่ใช่แค่ในประเทศสหรัฐฯเข้ามานั้น สำหรับฟีเจอร์ด้านโซเชียลพวกเขาอาจจะให้บริการทุก ๆ คนได้อย่างทั่วถึง แต่สำหรับฟีเจอร์ด้านระบบการเงินนั้น พวกเขาจำเป็นที่จะต้องมีการไปขออนุญาตจากทางหน่วยงานด้านการเงินเพื่อที่จะทำตัวเป็นตัวกลางในการส่งเงินหากัน และนี่เองถือเป็นอุปสรรคหลัก ๆ ของทาง Facebook

จนกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระบบ P2P payment ของพวกเขายังเปิดให้ใช้บริการได้เพียงไม่กี่ประเทศในโลกนี้ และก็เป็นตัวอธิบายได้ดีว่าทำไมเราถึงไม่เคยเห็นฟีเจอร์นี้กันเลย

ทว่าในแง่ของ cryptocurrency นั้น ถือเป็นการส่ง ‘เหรียญดิจิทัล’ หากันโดยไม่มีตัวกลาง และข้อมูลในการทำธุรกรรมนั้นจะถูกเก็บลงไปในเทคโนโลยี Blockchain โดย Facebook นั้นได้เฝ้ามองดูโลกคริปโตวิ่งขึ้นลงอยู่ห่าง ๆ มาสักระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดเข้ามาในภายหลัง

ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ จะทำให้ผู้ใช้งานบน Facebook สามารถส่งเหรียญหากันได้โดยไม่ต้องไปขึ้นตรงกับทางธนาคารใด ๆ อีกต่อไป หากจะให้กล่าวคือ มันจะอยู่ในรูปแบบคล้าย ๆ กับการแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโตหากัน ผู้ที่ส่งก็ส่งเป็นคริปโต ผู้ที่รับก็รับเป็นคริปโต จะไม่มีการไปอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนเงินจริงเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผู้ใช้งานอีกต่อไป ส่งผลทำให้ระบบดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้งานได้ทั่วโลก ไม่ต่างจากเว็บกระดานซื้อขายเหรียญ crypto-to-crypto อย่างเช่น Binance ที่พวกเขาไม่รองรับสกุลเงินจริงเลยแม้แต่สกุลเดียว ซึ่งแค่นี้มันก็เพียงพอสำหรับทาง Facebook ที่จะเจาะตลาดระบบส่งเงินของทุกประเทศทั่วโลกแล้ว

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดการณ์ว่าเหรียญใหม่นี้จะถูกนำไปใช้บนแพลทฟอร์มอย่าง Messenger, Instagram และ WhatsApp อีกทั้งจะมีลักษณะเหมือนกับ stablecoin อย่าง USDT อีกด้วย

ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้งานอาจจะสามารถโอนมันออกไปยังนอกแพลทฟอร์มของ Facebook เพื่อไปเข้า wallet ของตัวเอง หรือแม้แต่เข้าเว็บกระดานซื้อขายคริปโตที่รองรับ เพื่อนำมันไปเก็งกำไรต่อไปได้อีกด้วย

ซึ่งหากมันเป็นแบบนั้นจริง คำถามที่ตามมาคือ ใคร กลุ่มคนประเภทไหน และสายอาชีพอะไร ที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ที่ Facebook กำลังจะนำพามานี้กันบ้างล่ะ?

พ่อค้าแม่ค้า Live ขายเสื้อผ้าหรือสิ่งของผ่าน Facebook

เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเครื่องมือการทำ Live นั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากท่ามกลางหมู่พ่อค้าแม่ค้าอิสระที่รักในการค้าขาย โดยเราจะเห็นพวกเขาได้ผ่าน Facebook ส่วนตัวหรือเพจค้าขายที่พวกเขาสร้างขึ้นมา

จากการสำรวจของทีมสยามบล็อกเชนนั้น ค้นพบว่าปัญหาหลัก ๆ ของผู้ที่ทำการ live ขายสินค้าทางเฟสเลยก็คือ ผู้ที่กล่าวจองสินค้าแล้วยกเลิกในภายหลัง ซึ่งปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาอันดับหนึ่ง

ด้วยความที่แพลทฟอร์มดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ขายของ ดังนั้นฟีเจอร์ด้านการจ่ายเงินจึงไม่ได้ถูกติดตั้งไว้เหมือนกับแพลทฟอร์ม cast เกมที่สามารถส่งดาวหากันได้ (ดาวต้องใช้เงินจริงซื้อ) ซึ่งเมื่อทางพ่อค้าหรือแม่ค้าแสดงสินค้าผ่านทาง Live แล้วก็จะถามผู้ชมว่าต้องการซื้อหรือไม่ โดยผู้ที่สนใจก็จะตอบว่าขอซื้อ หรือจอง และทางผู้ขายก็จะติดต่อพวกเขากลับไปในภายหลังจากที่เลิก Live แล้ว ทว่าบ่อยครั้งที่ผู้ซื้อเปลี่ยนใจขอยกเลิก ทำให้ทางผู้ขายนั้นเสียโอกาสในการขายสินค้าดังกล่าว

แม่ค้าที่ Live ขายเสื้อผ้าก็มีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จาก Facebook Coin ได้

ด้วยเหตุนี้เอง เหรียญ Facebook Coin นั้นจะสามารถมาช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ โดยผู้ขายนั้นสามารถที่จะบอกให้ทางผู้ซื้อหรือจองทำการโอนเหรียญไปให้ผู้ขายเพื่อมัจจำภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่โอน ผู้ขายก็มีสิทธิ์ให้ผู้ที่ทำการโอนมาเพื่อจองหรือซื้อได้จริง ๆ เพื่อตัดปัญหาที่ว่านี้

แม้ว่าวิธีการดังกล่าวจะดูง่าย และสามารถทดแทนด้วยการโอนเงินผ่านธนาคารหรือพร้อมเพย์ แต่เรากำลังพูดคุยกันถึงเรื่อง cryptocurrency VS ระบบการเงินแบบเก่า เมื่อคุณมีระบบ user interface สำหรับโอนเหรียญที่รวดเร็วได้ภายในไม่กี่วินาที หากเทียบกับระบบการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือเว็บไซต์ ที่ต้องรอหมายเลข SMS OTP หรือแย่ที่สุดในบางครั้งต้องเจอกับเหตุการณ์ระบบธนาคารล่ม ซึ่งตัวแปรเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญมากในการที่จะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้า หรือไม่ซื้อไปเลย เพราะความยุ่งยากนั่นเอง

หรือหากทาง Facebook เข้าใจตรงจุด ๆ นี้ พวกเขาสามารถที่จะทำฟีเจอร์โอนเหรียญ หรือแม้แต่ระบบ escrow เข้าไปในระบบ live เลยก็ได้ และหลังจากที่ผู้ขายได้รับเหรียญไปแล้ว ก็สามารถนำมันไปแลกเป็น Bitcoin ในภายหลัง เพื่อแลกเป็นเงินบาทบน exchange ก็ตามสะดวก

นัก Cast เกม

ปัจจุบัน Facebook มีฟีเจอร์สำหรับนักสร้าง content ที่เป็นแบบการโชว์การเล่นเกมผ่านระบบ live streaming และให้แฟน ๆ สามารถกดบริจาคเงินเป็นในรูปแบบ ‘ดาว’ ได้แล้ว

ระบบการส่งดาวที่ว่านี้จะเป็นลักษณะเหมือนกับการซื้อ point ในเกมเสียมากกว่า กล่าวคือหากนาย A กำลัง stream เกม PUBG และมีแฟน ๆ เข้ามาดูเป็นจำนวนมาก หากคุณเป็นหนึ่งในแฟนคลับของนาย A คุณสามารถที่จะกดซื้อดาว 100 ดวงในราคา 45 บาท และมอบให้กับนาย A ได้ โดยระบบจะตัดบัตรเครดิตหรือเดบิตของคุณเพื่อนำไปซื้อดาว ส่วนผู้ที่ได้รับดาวไปก็จะสามารถถอนออกมาเป็นเงินบาทได้ในภายหลัง

คุณสามารถซื้อดาวเพื่อแจกให้นัก cast เกมที่คุณชื่นชอบได้

ทว่าธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่ได้ผ่าน blockchain และนาย A ไม่สามารถโอนดาวออกมาจากแพลทฟอร์ม Facebook ได้ อีกทั้งยังไม่สามารถนำมันไปเก็งกำไรได้ เหมือนกับเหรียญ cryptocurrency

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ‘ระบบดาว’ ที่ว่านี้จะยังคงทำงานได้ในตัวมันเองโดยไม่ต้องมี Facebook Coin แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทางนัก cast เกมและผู้สนับสนุนนั้นจะได้รับผลประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมาก หากเปลี่ยนมาใช้ Facebook Coin

ยกตัวอย่างด้านแรก ก็คือในแง่ของระบบเศรษฐกิจ ลองนึกภาพดูว่าหากคุณทำการเทรดเหรียญ Facebook Coin แล้วได้กำไรมาเป็นจำนวนมาก คุณก็คงมีจิตใจที่อยากจะบริจาคกำไรส่วนหนึ่งไปให้กับนัก cast เกมที่คุณชื่นชอบ ต่างจากการให้ Facebook ตัดบัตรเครดิตของคุณ เพื่อนำเอาเงินไปให้พวกเขาโดยสิ้นเชิง

ตัวอย่างที่สองก็คือ ผู้ที่ได้รับเหรียญ Facebook Coin ไปก็สามารถเลือกที่จะนำมันไปแลกเป็น Bitcoin หรือเหรียญอื่น ๆ ได้ หรือหากพวกเขาอยากจะ ‘hodl’ มันไว้ไม่นำไปขายก็ได้เช่นกัน และเฝ้ารอให้ราคาของมันพุ่งขึ้นลงอย่างมีความสุข (หรือทุกข์)

นักทำ Content ด้านบทความหรือรูปภาพ

มันเป็นอะไรที่น่าช้ำใจมากสำหรับศิลปินนักทำ content ด้านบทความหรือรูปภาพในปัจจุบันที่จะได้รับการสนับสนุนเป็น micro transaction จากแฟน ๆ ของพวกเขาโดยตรงแบบยากมาก ๆ

ลองจินตนาการถึงนักวาดภาพเก่ง ๆ หรือนักเขียนบทความวิเคราะห์คม ๆ บน Facebook ที่สร้างสรรค์ผลงานของพวกเขาออกมา และสามารถดึงแฟน ๆ ให้เข้ามาพัวพันกับเพจของพวกเขาได้เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งเหล่านี้กลับทำให้พวกเขาได้ผลตอบแทนได้แค่เพียงจากภาคธุรกิจหรือร้านค้า ๆ อื่น ๆ ที่ต้องการจะโฆษณาผ่านเพจหรือ content ของพวกเขา แต่ไม่ใช่ได้รับจากแฟน ๆ โดยตรง

เพจทำ content รูปภาพเสียดสีการเมือง ไข่แมว

อีกทั้งบ่อยครั้งที่เราได้เห็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของ ด้วยการก็อปภาพหรือบทความเหล่านั้นไป paste ตรง ๆ โดยไม่บอกเจ้าของ ส่งผลทำให้พวกเขาต้องสูญเสียโอกาสในการลืมตาอ้าปากอีกด้วย

ด้วยการมาของ Facebook Coin นี้จะทำให้แฟน ๆ ของเพจที่ทำ content ด้านรูปภาพหรือบทความสามารถที่จะสนับสนุนพวกเขาได้โดยตรง ด้วยการส่งเหรียญที่ว่านี้ให้เจ้าของเพจโดยตรง ซึ่งนั่นหมายความว่านักทำ content นั้นก็จะได้ไม่ต้องดิ้นรนหาสปอนเซอร์หรือลูกค้าเพื่อให้มาโฆษณาผ่านเพจของพวกเขาให้มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเพจ Lowcostcosplay คุณสามารถที่จะกดส่งเหรียญ Facebook Coin ให้กับเจ้าของเพจได้โดยตรงเลยนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ต้องรอดูกันต่อไปด้วยเช่นกันว่าเหรียญ Facebook Coin นั้นจะมีรูปแบบการใช้งานอย่างไร, จะทำงานบน blockchain แบบ private หรือว่า public, จะเปิดให้ผู้ใช้งานขุดหรือ stake ได้หรือไม่, หรือจะขึ้น exchange ให้ผู้คนเทรดที่ไหนได้บ้าง ทั้งหมดนี้ยังเป็นอนาคตที่ยังไม่มีใครตอบได้