<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สื่อระดับโลก Forbes เผยเหรียญ Libra ได้แซง ETH, LTC และ XRP ไปแล้ว แต่ไม่ใช่ Bitcoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Bitcoin นั้นได้มีอายุมาเกิน 10 ปีกว่าแล้ว และแม้ว่าคู่แข่งตัวสำคัญชองมันอย่างเช่น ethereum, litecoin, และ Ripple ( XRP) กำลังตีตื้นขึ้นมาในช่วง 4-7 ปีที่ผ่านมานี้ แต่พวกมันมันก็กำลังพ่ายให้กับเหรียญ Libra ของ Facebook ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นานมานี้

รายงานจาก Forbes เผยว่ามีผลสำรวจล่าสุดที่เผยให้เห็นถึงความสนใจของผู้คนทั่วไปในตัวเหรียญ Libra ของ Facebook ที่เป็นคู่แข่งของ Bitcoin แม้จะมองว่าทางบริษัทนั้นไม่มีความน่าไว้วางใจก็ตาม โดยกลุ่มตัวอย่างที่ตอบผลสำรวจนั้นคุ้นเคยกับเหรียญ altcoin อื่น ๆ อย่าง Ethereum, Litecoin และ XRP เป็นอย่างดี

ก่อนหน้านี้ทั้ง Bitcoin และ Libra ต่างก็ได้พื้นที่โฆษณาแบบฟรี ๆ บนอินเทอร์เน็ต เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาทวีตความเห็นของเขาในเชิงลบต่อเหรียญทั้งสองตัวนี้ ซึ่งแม้จะไม่ชอบเหรียญทั้งสองตัวนี้ แต่ยอดกดไลค์และ retweet บนทวีตของเขานั้นก็พุ่งสูงอย่างรุนแรง และกระจายให้ทั่วโลกได้รู้จักเหรียญทั้งสองเหรียญนี้มากขึ้น

คนรู้จัก Libra มากกว่า ETH, LTC และ XRP แต่ยังน้อยกว่า Bitcoin

ผลวิจัยล่าสุดจากโบรคเกอร์ฟอเร็กชื่อดัง eToro เผยว่าในขณะที่ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันถึง 58% นั้นรู้จัก Bitcoin ที่เป็น cryptocurrency ตัวแรกสุด และเป็นเบอร์หนึ่งของโลกนั้น แต่ในขณะนี้ Libra ของ Facebook เริ่มมีคนรู้จักถึง 16% แล้ว ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่เดือนเดียวหลังจากเปิดตัวเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน เหรียญ Ethereum นั้นมีผู้คนรู้จักเพียงแค่ 12% เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เหรียญดังกล่าวถูกเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2015 ซึ่งก็เป็นที่คาดการณ์ว่าเหรียญอื่น ๆ อย่างเช่น Litecolin และ XRP นั้นก็เป็นที่รู้จักน้อยกว่านี้เช่นกัน

“พวกเราเชื่อว่าเหรียญคริปโตและเทคโนโลยี blockchain ที่อยู่เบื้องหลังมันจะถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจในวันหน้า” กล่าวโดยนาย Guy Hirsch หรือ MD ของ eToro สาขาสหรัฐฯ “ในการเสนอแนวคิดใหม่ให้กับผู้ใช้ เหรียญ Libra นั้นอาจถือเป็นส่วนสำคัญในด้านวิวัฒนาการของระบบ decentralized และระบบการเงินที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น”

ทว่าในขณะเดียวกัน ผลสำรวจดังกล่าวนั้นเผยว่าผู้คนนั้นไม่อยากจะไว้ใจ Facebook ให้ดูแลด้านการเงินของพวกเขาเท่าไรนัก บางทีอาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ทาง Facebook เคยมีข่าวอื้อฉาวเรื่องข้อมูลรั่วไหลมาก่อน

54% ของผู้ทำแบบสอบถามที่มีประมาณ 600 คนนั้นได้แสดงความเคลือบแคลงใจในตัวของ Facebook ในการจัดการข้อมูลของพวกขา แต่มีเพียงแค่ 17% เท่านั้นที่ชี้ว่าพวกเขาไว้ใจ Facebook ให้บริหารและจัดการเงินของพวกเขา แบบที่ไว้ใจธนาคาร

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น