<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Upbit ยังฮุบเงินนักลงทุนต่างชาติ ถอนออกมาไม่ได้ คาดอาจเพราะทางเว็บกำลังถูกปรับภาษี

เว็บเทรด Bitcoin เกาหลีใต้ Upbit เริ่มทำการบล็อกไม่ให้ผู้ใช้งานต่างชาติถอนเงินซึ่งมันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วแล้ว ทีแรกคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวของบริษัทนั้นเป็นไปเพื่อตอบโต้การแฮ็กที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีเสียมากกว่า

รายงานออกมาเปิดเผยว่ามีนักเทรดชาวจีนมากกว่า 6,300 รายที่ถูกห้ามไม่ให้ทำการถอนเงินที่ฝากไว้กับทาง Upbit ซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมหลังจากที่ถูกแฮ็กไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วซึ่งทำให้บริษัทสูญเสีย Ethereum ไปกว่า 342,000 ETH

นักลงทุนชาวจีนคาดว่าที่ทางบริษัทห้ามการถอนเช่นนี้เพราะว่ากำลังทำการตรวจสอบเรื่องการแฮ็กอยู่ แต่กลับกลายเป็นว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ นักเทรดชาวเกาหลีใต้ยังคงทำการถอนได้ปกติในขณะที่นักเทรดชาวต่างชาติไม่สามารถทำการถอนได้ซึ่งมันน่าแปลกใจ

ก่อนหน้านี้เว้บเทรดอีกราย Bithumb ก็ถูกสั่งจ่ายภาษีกว่า 70 ล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคาดว่าเงินของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้จ่ายภาษีแล้ว

หรืออาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารระดับสูงของทาง Upbit กำลังถูกกล่าวหาว่าทำการฉ็อโกงอยู่และถูกลงโทษจำคุกเพราะไปทำการปลอม ID แล้วปั่นวอลุ่มบนเว็บเทรด

อย่างไรก็ตามทาง Upbit ยังไม่ได้ออกมาตอบคำถามเรื่องการระงับการถอนดังกล่าวนี้แต่อย่างใด ซึ่งทางบริษัทก็ได้บอกกับนักลงทุนต่างชาติว่าบริษัทจะทำ AML/KYC เข้มวงดมากกว่าเดิมเพื่อทำตามกฎ FATF และลูกค้าที่ทำ AML/KYC จะไม่สามารถทำการถอนเงินเป็นเงินวอลของเกาหลีใต้ได้แล้ว

อาจจะต้องรอเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของรัฐออกมาตัดสินใจเรื่องนี้บัญชีของนักลงทุนชาวต่างชาติว่าพวกเขาจะสามารถเข้าถึงเงินของพวกเขาได้อย่างไร

หลังจากที่ลูกค้าชาวเกาหลีใต้ยังคงใช้บริการของ Upbit ได้ปกติไม่เจอกับปัญหาใดๆ เหมือนของชาวต่างชาติ เป็นไปได้ว่าทาง Upbit อาจถูกบีบให้ทำตามข้อบังคับใหม่ที่ออกมาจากภาครัฐ

ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากการแฮ็กก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ถูกบังคับให้ทำ AML/KYC ใหม่ทันทีซึ่งเอกสารที่ต้องบื่นก็มีบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ข้อมูลคนต่างด้าวและใบรับรอง

ไม่แน่ใจว่าที่เกิดการบล็อกบัญชีชาวต่างชาติไม่ให้ทำการถอนเงินออกจาก Upbit นั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใดเนื่องจากทางบริษัทก็ยังไม่ได้ออกมาตอบคำถามในประเด็นนี้แต่อย่างใด

ที่มา : bitcoinist

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น