bitkub-banner

อิหร่านยืนยันจับมือรัสเซีย-จีนเป็น ‘พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์’ ความตึงเครียดโลกยังคุกรุ่น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ยืนยันเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ว่าอิหร่านมีความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียและจีน โดยเรียกทั้งสองประเทศว่าเป็น “พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์”
  • ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากข้อตกลงไตรภาคีที่ลงนามเมื่อ 29 ม.ค. 2569 ครอบคลุมตั้งแต่ความร่วมมือทางการทหาร เศรษฐกิจ ไปจนถึงการประสานงานด้านนิวเคลียร์ โดยอิหร่านยังลงนามซื้อระบบอาวุธจากรัสเซียมูลค่าเกือบ 600 ล้านดอลลาร์
  • แม้ข่าวนี้จะสะท้อนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงสูง แต่ตลาดคริปโตกลับปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดย Bitcoin ขยับขึ้นกว่า 1.69% และ Ethereum ขึ้นกว่า 2.11% สิ่งที่ต้องจับตาคือการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การยืนยันความร่วมมือทางทหารของอิหร่านกับรัสเซียและจีนไม่ใช่ข่าวใหม่ในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากข้อตกลงไตรภาคีมีผลบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม 2569 แล้ว ตลาดคริปโตจึงปรับตัวขึ้นได้ในวันนี้ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่ตื่นตระหนกกับการแถลงการณ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หากความตึงเครียดบานปลายเป็นเหตุการณ์ทางทหารที่เป็นรูปธรรม อาจกดดันตลาดได้อีกในระยะถัดไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. 2569 รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายอับบาส อารักชี ออกมายืนยันอย่างเปิดเผยว่าอิหร่านมีความร่วมมือทางทหารกับทั้งรัสเซียและจีน พร้อมระบุว่าทั้งสองประเทศถือเป็น “พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์” ของเตหะราน ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่นำข่าวนี้มาแชร์บนแพลตฟอร์ม X นายอารักชียังระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมทั้งมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคุกรุ่นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ข้อตกลงไตรภาคีที่เป็นรากฐาน

การยืนยันของนายอารักชีในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ หากแต่ต่อยอดจากข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมที่อิหร่าน รัสเซีย และจีนลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ซึ่งสื่อรัฐของทั้งสามประเทศต่างรับทราบและอธิบายว่าเป็นรากฐานสำหรับการจัดระเบียบโลกแบบหลายขั้วใหม่ ข้อตกลงนี้ครอบคลุมตั้งแต่อธิปไตยทางนิวเคลียร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงการประสานงานทางทหารและยุทธศาสตร์ทางการทูต

ในด้านการทหารที่เป็นรูปธรรม อิหร่านได้ลงนามในสัญญาซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบประทับบ่ารุ่น 9K336 “เวอร์บา” จากรัสเซีย จำนวน 500 เครื่องยิง มูลค่าราว 584 ล้านดอลลาร์ ในเดือนธันวาคม 2568 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังเจรจาซื้อขีปนาวุธต่อต้านเรือรุ่น CM-302 กับจีนด้วย ทั้งสามชาติยังร่วมซ้อมรบทางเรือในชื่อ “Maritime Security Belt 2026” ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็นการฝึกซ้อมร่วมครั้งที่เจ็ดนับตั้งแต่ปี 2562

พันธมิตรที่มีขอบเขตจำกัด ไม่ใช่ NATO ฝ่ายตะวันออก

แม้ถ้อยคำจะฟังดูแข็งกร้าว แต่นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าข้อตกลงไตรภาคีนี้ไม่ใช่สนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแบบ Article 5 ของ NATO ทั้งรัสเซียและจีนต่างแสดงให้เห็นมาโดยตลอดว่าไม่เต็มใจที่จะให้ความช่วยเหลือทางทหารโดยตรงในระดับที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้ากับวอชิงตัน รัสเซียเองยังถูกดึงทรัพยากรไปกับสงครามในยูเครน ขณะที่จีนมีความสนใจหลักในการรักษาการไหลผ่านของพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของการค้าโลก

อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจคือหลังจากที่อิหร่านเผชิญ “สงคราม 12 วัน” กับอิสราเอลในเดือนมิถุนายน 2568 ความไว้วางใจของเตหะรานต่อมอสโกก็ลดลงเนื่องจากความล่าช้าในการส่งมอบอาวุธ ทำให้อิหร่านหันมาพึ่งพาความร่วมมือกับจีนมากขึ้นในด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครื่องบินขับไล่ ความสัมพันธ์ในพันธมิตรนี้จึงมีความซับซ้อนและมีเงื่อนไขในทางปฏิบัติมากกว่าที่ถ้อยแถลงสาธารณะจะสะท้อนให้เห็น

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

แม้ข่าวนี้จะดูลบจากมุมมองภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดคริปโตกลับปรับตัวขึ้นในวันเดียวกัน โดย Bitcoin อยู่ที่ราว 71,878 ดอลลาร์ บวกกว่า 1.69% และ Ethereum อยู่ที่ราว 2,120 ดอลลาร์ บวกกว่า 2.11% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังไม่ตื่นตระหนกกับการแถลงการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากพันธมิตรระหว่างสามประเทศนี้ถูกรับรู้มาระยะหนึ่งแล้ว และไม่ใช่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านเผยช่องแคบ Hormuz เปิดรับทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของอิหร่านในการสร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลก ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาต่อไปคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ หากเกิดการปิดกั้นหรือความขัดแย้งทางทหารที่เป็นรูปธรรม อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งและกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตในทันที


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ฟังดูน่ากังวลบนกระดาษ แต่ถ้าดูในบริบทจริงมันไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เลย อิหร่าน รัสเซีย และจีนจับมือกันมาหลายปีแล้ว และข้อตกลงไตรภาคีก็ลงนามไปตั้งแต่มกราคม 2569 แล้ว สิ่งที่น่าสังเกตจริงๆ คือตลาดคริปโตไม่ได้ตกใจกับข่าวนี้เลย Bitcoin ยังขึ้นอยู่เลย สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือว่าการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะออกมาทิศทางไหน ถ้าล้มเหลวและมีการเพิ่มความตึงเครียดทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ นั่นแหละถึงจะเป็นตัวแปรที่กระทบตลาดได้จริง

เครดิตภาพจาก @CryptoRover