สรุปข่าว
- Kevin Warsh ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนต่อไป เคยกล่าวว่า Bitcoin คือ “ทองคำของคนอายุต่ำกว่า 40 ปี” โดยแสดงทัศนะนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564
- Warsh เปิดเผยการลงทุนในโปรเจกต์คริปโตกว่า 12 บล็อกเชน และมีสัดส่วนใน Flashnet สตาร์ทอัพด้านการชำระเงิน Bitcoin ก่อนการพิจารณาของวุฒิสภา
- วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมโหวตยืนยันตำแหน่ง Warsh ในวันที่ 11 พ.ค. นี้ ก่อนวาระของ Jerome Powell สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ค. 2569
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานเฟดมีมุมมองเป็นบวกต่อ Bitcoin อย่างเปิดเผย และถือครองสินทรัพย์คริปโตในพอร์ตส่วนตัว ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดคริปโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม Warsh เป็นที่รู้จักในแง่นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
ท่ามกลางการที่วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมโหวตยืนยัน Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนต่อไปในวันที่ 11 พ.ค. ชุมชนคริปโตใน X กลับมาพูดถึงคำพูดเก่าของ Warsh อีกครั้ง ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่หยิบยกประโยคสำคัญของ Warsh ว่า “ถ้าคุณอายุต่ำกว่า 40 ปี Bitcoin คือทองคำของคุณ” ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคำพูดที่ Warsh กล่าวไว้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564 ทางรายการ Squawk Box ของ CNBC ขณะที่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ $30,000 ในขณะนั้น บริบทของการโหวตยืนยันตำแหน่งที่ใกล้จะมาถึง ทำให้คำพูดเหล่านี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง สะท้อนมุมมองของ Warsh ที่มองว่า Bitcoin มีบทบาทเป็นสินทรัพย์สะสมมูลค่า โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่
Warsh มองว่า Bitcoin ไม่ได้คุกคามเฟด แต่เป็น “สัญญาณเตือน” นโยบายผิดทาง
นอกจากประโยคที่โด่งดังในปี 2564 แล้ว Warsh ยังมีท่าทีเป็นบวกต่อคริปโตอย่างต่อเนื่อง ในการให้สัมภาษณ์กับ Hoover Institution เมื่อเดือน พ.ค. 2568 เขาระบุว่า Bitcoin ไม่ได้ทำให้เขากังวล และมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการประเมินว่ากำลังดำเนินนโยบายถูกหรือผิดทาง และในเดือน ก.ค. 2568 ที่งาน “Inflation Is a Choice” ของ Hoover Institution เขาย้ำชัดว่า “Bitcoin ไม่ได้ทำให้ผมกังวล ผมมองว่ามันเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยส่งสัญญาณแก่ผู้กำหนดนโยบายว่ากำลังทำสิ่งถูกหรือผิด”
ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา Warsh ยังกล่าวว่า Bitcoin และคริปโตสกุลอื่นๆ “เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอุตสาหกรรมบริการทางการเงินของสหรัฐฯ แล้ว” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่เป็นทางการและเป็นบวกต่อคริปโตมากกว่าที่เคยได้ยินจากผู้บริหารระดับสูงของเฟดในยุคก่อนๆ
พอร์ตคริปโตส่วนตัว และความขัดแย้งในเชิงนโยบาย
สิ่งที่ทำให้ Warsh แตกต่างจากประธานเฟดคนก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด คือเขาเปิดเผยการลงทุนส่วนตัวในโลกคริปโตอย่างโปร่งใส ในเอกสารเปิดเผยทรัพย์สินที่ยื่นก่อนการพิจารณา Warsh เปิดเผยว่ามีสัดส่วนหุ้นใน Flashnet สตาร์ทอัพด้านการชำระเงิน Bitcoin และยังลงทุนในบล็อกเชนกว่า 12 โปรโตคอล รวมถึง Compound และ dYdX โดยมูลค่าสินทรัพย์รวมประเมินอยู่ระหว่าง 131 ล้านดอลลาร์ถึงกว่า 209 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ เนื่องจากกฎจริยธรรมของเฟด Warsh ได้ให้คำมั่นที่จะขายสินทรัพย์ที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหลังเข้ารับตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งชี้ว่ามีความขัดแย้งในเชิงนโยบายที่ต้องจับตา เพราะ Warsh เป็นที่รู้จักในฐานะนักเศรษฐศาสตร์สายเหยี่ยว ที่สนับสนุนนโยบายการเงินเข้มงวดและการลดขนาดงบดุลของเฟด ซึ่งโดยทั่วไปมักส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ในระยะสั้น ต่างจากมุมมองส่วนตัวที่เป็นบวกต่อ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สะสมมูลค่า ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อาถรรพ์เก้าอี้เฟด? หุ้น-Bitcoin ส่อดิ่งยาวหลายเดือน รับประธานคนใหม่ Kevin Warsh และ วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมโหวต Kevin Warsh นั่งประธานเฟดแทน Powell 11 พ.ค.นี้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับทิศทางนโยบายภายใต้การนำของ Warsh ราคา Bitcoin อยู่ที่ $78,263 บวก 2.62% ในช่วงวันที่ 1 พ.ค. 2569
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากในเชิงสัญลักษณ์ การที่ผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานเฟดถือครองคริปโตในพอร์ตส่วนตัวและกล้าพูดต่อสาธารณะว่า Bitcoin มีคุณค่าในฐานะสินทรัพย์ มันต่างจากยุค Yellen หรือ Powell โดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าคาดหวังว่ามุมมองส่วนตัวจะเปลี่ยนนโยบายเฟดได้ทันที Warsh ยังคงเป็นสายเหยี่ยวที่มองเรื่องเงินเฟ้อและขนาดงบดุลเป็นหลัก การปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน Bitcoin ได้ในระยะสั้น สิ่งที่ควรจับตาในระยะนี้คือผลโหวตวุฒิสภา 11 พ.ค. และการประชุม FOMC ครั้งแรกที่ Warsh อาจเป็นประธาน ว่าน้ำเสียงนโยบายจะออกมาแบบไหน
ที่มา: @cryptorover
เครดิตภาพจาก @CryptoRover
