bitkub-banner

CEO ของ Ripple Prime เผยสถาบันการเงินเตรียมใช้ XRP เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเคียงคู่กับ Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Mike Higgins ซึ่งเป็น CEO ของ Ripple Prime คาดการณ์ว่าสถาบันการเงินจะนำ XRP มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันร่วมกับสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำอย่าง Bitcoin และ Ethereum รวมถึง Stablecoin และกองทุนรวมตลาดเงินที่ถูกแปลงเป็น Token
  • โครงสร้างของตลาด Crypto กำลังค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบที่คล้ายคลึงกับตลาดการเงินดั้งเดิมโดยจะมีการแยกบทบาทระหว่าง Exchange และระบบ Custodian ออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น
  • นักลงทุนสถาบันเริ่มหลีกเลี่ยงการเก็บสินทรัพย์ไว้บน Exchange โดยตรงและหันมาพึ่งพาระบบ Custodian แบบสามฝ่ายซึ่งช่วยให้สามารถนำสินทรัพย์มาค้ำประกันได้โดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ไปให้บุคคลที่สาม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การที่เหรียญถูกนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในระดับสถาบันจะช่วยสร้างความต้องการใช้งานจริงที่แข็งแกร่งและดึงดูดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ Ecosystem ของ XRP ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของราคาในระยะยาว

Mike Higgins ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Ripple Prime ออกมาเปิดเผยว่า XRP กำลังจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในแวดวงการเงินระดับสถาบัน โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่าสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนี้จะถูกนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเคียงคู่กับสินทรัพย์หลักอื่นๆ ทั้ง Bitcoin Ethereum Stablecoin และกองทุนรวมตลาดเงินที่อยู่ในรูปแบบ Token ประเด็นที่น่าสนใจนี้ถูกนำมาแชร์โดย Eri ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในชุมชน Crypto โดยเธอได้ยกคำพูดบางส่วนมาจาก Podcast ล่าสุดที่ Higgins ไปร่วมรายการ

ในระหว่างการพูดคุย Higgins ได้อธิบายว่าตลาด Crypto กำลังค่อยๆ พัฒนาโครงสร้างไปสู่รูปแบบที่คล้ายคลึงกับตลาดการเงินดั้งเดิม แทนที่จะให้ Exchange ทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยตัวเองแบบเบ็ดเสร็จ ต่อไปจะมีการแบ่งแยกบริษัทที่รับผิดชอบด้านการซื้อขาย การเก็บรักษาสินทรัพย์แบบ Custody การเป็นนายหน้า และการ Settlement ออกจากกันอย่างชัดเจน

เขาเล่าว่าสถาบันการเงินหลายแห่งไม่อยากเก็บสินทรัพย์ของตนไว้บน Exchange โดยตรงอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขาเลือกที่จะใช้บริการ Custodian และระบบแบบสามฝ่ายที่เปิดโอกาสให้นำสินทรัพย์มาใช้ค้ำประกันได้โดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ไปให้ Exchange

หนึ่งในจังหวะสำคัญของการสนทนาคือตอนที่ Higgins อธิบายถึงประเภทของสินทรัพย์ที่สถาบันต่างๆ อาจนำมาใช้ในระบบการค้ำประกันและการ Settlement ในอนาคต โดยเขาระบุชื่อสินทรัพย์อย่างชัดเจนว่ามันคือ Bitcoin Ethereum XRP Stablecoin และกองทุนรวมตลาดเงินที่อยู่ในรูปแบบ Token

Higgins เชื่อว่าในท้ายที่สุดแล้วสินทรัพย์ที่มีมูลค่าแทบทุกชนิดจะสามารถนำมาทำ Tokenization เพื่อใช้ในการ Settlement การจัดหาเงินทุน และการเทรดแบบ Margin ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า XRP จะมีประโยชน์มากกว่าแค่การเก็งกำไร โดยสถาบันการเงินสามารถนำมันไปใช้ค้ำประกันเพื่อรักษาสถานะ Margin ชำระค่าสินทรัพย์ และบริหารจัดการสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าอุตสาหกรรมนี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การนำสินทรัพย์มาทำ Tokenization ก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกการเงิน

นอกจากนี้ Higgins ยังวาดภาพอนาคตที่สินทรัพย์รูปแบบ Token สามารถนำมาใช้ทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันได้ทันที เขาเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าในอนาคตเราอาจจะสามารถซื้อกาแฟที่ Starbucks ด้วยหุ้น NVIDIA ที่ถูกทำเป็น Token ได้แม้แต่ในวันอาทิตย์ที่ตลาดหุ้นปิดทำการ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีระบบ Settlement แบบทันที มีการกำหนดราคาแบบ Real-time และมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงขั้นสูง โดยข้อได้เปรียบของเครือข่าย Blockchain และ Stablecoin คือการที่มันสามารถทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอเวลาทำการของธนาคาร

ผู้บริหารรายนี้ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเหรียญ Stablecoin อย่าง RLUSD ของ Ripple ว่าจะเข้ามาช่วยเพิ่ม Capital Efficiency หรือประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนได้อย่างไร เขาอธิบายว่านักเทรดสามารถใช้ Stablecoin เพื่อวางหลักประกันเพิ่มตาม Margin Call ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอธนาคารดำเนินการโอนเงิน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและลดจำนวนเงินประกันเริ่มต้นที่นายหน้าเรียกเก็บ ทำให้บริษัทการเงินสามารถทำงานได้ตลอดเจ็ดวันไม่ใช่แค่วันทำการปกติอีกต่อไป

Higgins ยังได้เชื่อมโยงแนวคิดทั้งหมดนี้เข้ากับการที่ Ripple เข้าซื้อกิจการ Hidden Road ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาดำเนินงานภายใต้ชื่อ Ripple Prime โดยบริษัทมุ่งเน้นไปที่การวางหลักประกันข้ามตลาดระหว่างตลาด Spot ETF Futures และ Options ของโลก Crypto เขาชี้ให้เห็นว่าสถาบันการเงินเริ่มใช้กลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับ Spot Bitcoin กองทุน Bitcoin ETF และสัญญา Futures ของ CME กันแล้ว แต่ตลาดก็ยังคงต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่านี้เพื่อมารองรับการซื้อขายข้ามตลาดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ที่มา X


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการขยับตัวของ Ripple รอบนี้เป็นการวางหมากที่เฉียบขาดมากครับ การผลักดันให้ XRP เข้าไปอยู่ในตะกร้าหลักทรัพย์ค้ำประกันระดับสถาบันร่วมกับ Bitcoin และ Ethereum ถือเป็นการลบภาพลักษณ์การเป็นเพียงเหรียญเก็งกำไรและช่วยสร้างมูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงให้กับตัวโปรเจกต์ ยิ่งผนวกกับการเข้าซื้อกิจการเพื่อทำแพลตฟอร์ม Ripple Prime และการผลักดันเหรียญ RLUSD ด้วยแล้ว แสดงให้เห็นว่าพวกเขาตั้งใจจะกินรวบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่แบบครบวงจร สำหรับนักลงทุน การที่สถาบันต้องกว้านซื้อ XRP ไปวางเป็นหลักประกันจะช่วยลดอุปทานหมุนเวียนในตลาดและสร้างแรงซื้อที่มั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาที่แข็งแกร่งมากในระยะยาวครับ