bitkub-banner

ถอดบทเรียน NFT ทวีตแรก Jack Dorsey จาก $2.9 ล้านราคาดิ่งเหลือไม่ถึง $5

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Sina Estavi นักธุรกิจชาวมาเลเซีย-อิหร่านได้ซื้อ NFT Tweet แรกของ Jack Dorsey ในราคา 1,630.58 ETH หรือ 2.9 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2021 และเมื่อปี 2022 พยายามขายต่อที่ 48 ล้านดอลลาร์ แต่ยอด bid สูงสุดที่ได้รับมาคือ $280 เท่านั้น
  • โวลุมซื้อขาย NFT ทั่วโลกนั่นดิ่งดาวน์กว่า 93% จากยอดสูงสุด 2,900 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 เหลือเพียง 197 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 และดิ่งต่อเนื่องสู่ 23.8 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของ 2025
  • ในปี 2026 ตลาด NFT เริ่มฟื้นตัวบ้างแล้วแต่ขับเคลื่อนด้วยกรณีใช้งานจริงที่เกิดขึ้นกับทั้งวงการเกม, สินทรัพย์จริงที่ถูกทำให้อยู่ในรูปโทเค็นและการสร้างตัวตนบนระบบดิจิทัลไม่ใช่การเก็งกำไรรูปภาพ JPEG อีกต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

วิกฤติ NFT เป็นเครื่องเตือนใจนักลงทุนว่า NFT เก็งกำไรที่ขาดกรณีใช้งานยังคงเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงมาก ซึ่งส่งผลเชิงลบต่ออารมณ์ตลาดในหมู่ของโลก Metaverse และกลุ่มสินทรัพย์ของสะสมในโลกโทเค็นดิจิทัล

$2.9 ล้านดอลลาร์สู่ต่ำกว่า $5 — ตกรุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NFT

ในเดือนมีนาคม 2021 ท่ามกลางกระแส NFT ที่ร้อนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ Sina Estavi CEO ของ Bridge Oracle แพลตฟอร์มเชื่อมต่อ blockchain กับข้อมูลภายนอก ได้ชนะการประมูล NFT tweet แรกของ Jack Dorsey ข้อความว่า “just setting up my twttr” ด้วยราคา 2.915 ล้านดอลลาร์ โดย Dorsey นำเงินที่ได้แปลงเป็น Bitcoin และบริจาคทั้งหมดให้ GiveDirectly องค์กรช่วยเหลือชาวแอฟริกา

วันนี้ NFT ชิ้นเดิมกลับมีมูลค่าเสนอซื้อต่ำกว่า $5 ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อสูญเสียมูลค่ากว่า 99.9999% ในเวลาเพียง 5 ปี ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ความโชคร้ายที่เขาซื้อ NFT มาแสนแพงแต่เพดานที่ขายได้กลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่มันคือกระจกที่สะท้อนฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกดิจิทัล

ฟองสบู่ NFT ปี 2021 เกิดจากอะไร?

ในช่วงสิงหาคม 2021 ถึงเมษายน 2022 โวลุมเทรด NFT รายสัปดาห์อยู่ที่กว่า 750 ล้านดอลลาร์เป็นประจำ และพุ่งสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ในช่วงพีคแต่หลังมิถุนายน 2022 ตัวเลขไม่เคยแตะ 277 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์อีกเลย

สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ประการแรก ตลาดมี supply ล้นทะลักในช่วง 2021 โดยมี NFT ซื้อขายกันมากกว่า 1.5 ล้านชิ้นในเดือนเดียว กระแสบูมต่อเนื่องด้วยจำนวน project ที่เพิ่มขึ้นแต่กลับมีผู้ซื้อน้อยกว่าผู้ขายมากทำให้ตลาดพังทลาย

ประการที่สองเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ COVID-19 สร้างสภาพคล่องที่ล้นตลาดที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง เมื่อรัฐบาลหยุดอัดฉีด ผู้คนเริ่มขายสินทรัพย์เสี่ยงก่อน

ไม่ใช่แค่ Tweet NFT แต่ Bored Ape และ CryptoPunks ก็ร่วงหนักไม่แพ้กัน

Bored Ape Yacht Club มี floor price สูงสุดกว่า $420,000 ในเดือนเมษายน 2022 แต่ภายในหนึ่งปีหลังจากนั้นราคาร่วงลงมากกว่า 340% ดาราอย่าง Justin Bieber ที่ซื้อ Bored Ape ราคากว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ แต่ราคากลับร่วงไปกว่า 90% อีกทั้งโวลุมเทรดของคอลเล็กชั่น NFT ระดับแถวหน้าโดยรวมร่วงแรงมากกว่า 95% จากจุดสูงสุดปี 2021 ตามข้อมูล DappRadar

แม้แต่ Beeple ศิลปินที่เคยขาย “Everydays: The First 5,000 Days” ไปในราคา 69.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ก็ไม่สามารถหลบหนีจากการร่วงของตลาดโดยรวมได้ เพราะคอลเลกชั่นตัวท็อปอย่าง Bored Apes และ CryptoPunks ต่างสูญเสียมูลค่ากว่า 70% จากจุดสูงสุด


เรื่องของ Sina Estavi และ Tweet NFT ของ Jack Dorsey เป็นหนึ่งใน “กรณีศึกษา” ที่แสนจะโหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกการลงทุนดิจิทัล จากเงิน 2.9 ล้านดอลลาร์เหลือไม่ถึง $5 ใน 5 ปี ส่วนตัวมองว่า บทเรียนสำคัญที่สุดจากเหตุการณ์นี้คือ “ความหายาก” ไม่ใช่มูลค่า ถ้ามันไม่มีกรณ๊ใช้งานหรือประโยชน์ในการใช้สอยอีกทั้งไม่มีฐานชุมชนที่เข้มแข็งและไม่มีอะไรนอกจาก “ราคาที่สูง” ทำให้มันดูมีค่า มันก็ไม่ต่างจากการพนัน

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเทคโนโลยี NFT ยังไม่ตายเพียงแต่ยุคของ “JPEG ล้านดอลลาร์” ได้จบลงแล้ว ยุคใหม่ที่กำลังมาคือ NFT ที่เชื่อมกับโลกจริง ทั้งอสังหาฯ, สินทรัพย์ในเกมและระบบตัวตนบนโลกดิจิทัลซึ่งมีมูลค่าที่จับต้องได้และยั่งยืนกว่ามากสำหรับนักลงทุน

ที่มา: Reddit, v.cent.co, DappRadar, CoinDesk, CryptoSlate, Supra Oracles