bitkub-banner

ธนาคารยักษ์เตือน ควอนตัมคอมพิวเตอร์ โตไวกว่าคาด เสี่ยงเจาะทะลวงความปลอดภัย Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคาร Citi ออกรายงานเตือนนักลงทุนว่าการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Quantum Computing กำลังร่นระยะเวลาและเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต
  • Bitcoin มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษเนื่องจากมีโครงสร้างการอัปเกรดเครือข่ายที่ล่าช้าและมีเหรียญจำนวนมากถึง 6.9 ล้าน BTC ที่อาจตกอยู่ในอันตรายจากการถูกเจาะรหัสผ่าน Public Key
  • เครือข่าย Proof-of-stake อย่าง Ethereum มีความยืดหยุ่นในการรับมือที่รวดเร็วกว่าแต่ในระยะยาวอุตสาหกรรม Crypto จำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบ Post-quantum Cryptography เพื่อป้องกันความเสียหาย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

แม้รายงานฉบับนี้จะชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงร้ายแรงในอนาคตแต่เทคโนโลยีควอนตัมยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปีก่อนที่จะสามารถเจาะระบบได้จริง ข่าวนี้จึงยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาของ Bitcoin ในระยะสั้น

ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Citi ได้ออกรายงานเตือนว่า Quantum Computing กำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล

รายงานระบุว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังท้าทายระบบการเข้ารหัสที่เป็นรากฐานของ Crypto เครือข่ายทางการเงิน และการสื่อสารออนไลน์

Alex Saunders นักวิเคราะห์ของ Citi อธิบายว่าแม้การโจมตีด้วยควอนตัมขนาดใหญ่จะยังเป็นความกังวลในระยะกลาง แต่ความรวดเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้ร่นระยะเวลาให้สั้นลงและทำให้นักลงทุนต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

Quantum Computing ถือเป็นภัยคุกคามระยะยาวต่อ Crypto เนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพออาจเจาะระบบการเข้ารหัสที่ปกป้องกระเป๋าเงิน กระดานเทรด และ Blockchain ได้ โดยเฉพาะระบบ Public-key Cryptography อย่าง ECDSA ที่ใช้งานโดย Bitcoin และ Ethereum

ในทางทฤษฎี ผู้โจมตีสามารถค้นหา Private Key จาก Public Key ที่ถูกเปิดเผยบนเครือข่าย เพื่อปลอมแปลงธุรกรรมและขโมยเงินทุนได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการกระทำดังกล่าวในสเกลใหญ่ยังคงต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปี และเครือข่าย Blockchain น่าจะสามารถย้ายไปใช้ระบบ Post-quantum Cryptography ได้ทันเวลาก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

นักวิเคราะห์เน้นย้ำว่า Bitcoin มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษเนื่องจากรูปแบบการกำกับดูแลที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมและความสามารถในการอัปเกรด Protocol ที่ล่าช้า

รายงานชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับ Public Key ที่เปิดเผยอยู่บน On-chain กระเป๋าเงินที่ไม่มีการเคลื่อนไหว และที่อยู่แบบ P2PK ในยุคแรกเริ่ม ซึ่งรวมถึงกระเป๋าเงินที่เชื่อว่าเป็นของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ด้วย

การประเมินล่าสุดระบุว่ามี Bitcoin ประมาณ 6.5 ถึง 6.9 ล้านเหรียญที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากเทคโนโลยีควอนตัมเนื่องจาก Public Key ถูกเปิดเผยไปแล้ว ซึ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด หรือมีมูลค่าราว 4.5 แสนล้านดอลลาร์

รายงานยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตอาจถอดรหัส Private Key ได้เร็วพอที่จะแทรกแซงธุรกรรม Bitcoin ก่อนที่จะได้รับการยืนยัน พร้อมกับเตือนถึงความเสี่ยงในการถูกดึงข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ในวันนี้เพื่อนำไปถอดรหัสด้วยควอนตัมในอนาคต

ทางด้านเครือข่าย Proof-of-stake อย่าง Ethereum อาจมีสถานะที่ดีกว่าในการรับมือกับปัญหานี้เนื่องจากมีความสามารถในการอัปเกรด Protocol ได้บ่อยกว่า แต่นักวิเคราะห์ก็ยังเตือนว่าระบบควอนตัมที่ล้ำสมัยอาจคุกคามกุญแจของ Validator และขัดขวางการทำงานของเครือข่ายได้เช่นกัน

แม้จะมีความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ธนาคาร Citi ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อความสามารถในระยะยาวของ Crypto ในการปรับตัวผ่าน Post-quantum Cryptography โดยการอัปเกรดที่เสนอสำหรับ Bitcoin อย่าง BIP-360 และ BIP-361 ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าความกังวลเรื่อง Quantum Computing เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับวงการ Crypto ครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเทคโนโลยีควอนตัมพัฒนาไปจนสามารถเจาะระบบเข้ารหัสได้จริง ระบบธนาคารดั้งเดิมและโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลกก็จะพังทลายลงเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่ตลาด Crypto เพียงอย่างเดียว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Post-quantum Cryptography จึงเป็นวาระระดับโลกที่ทุกอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกันแก้ไข การตื่นตระหนกกับเรื่องนี้ในระดับนักลงทุนรายย่อยจึงอาจจะยังเร็วเกินไปในสภาวะตลาดปัจจุบันครับ