สรุปข่าว
- ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการถือครองทองคำรวมแตะระดับ สูงที่สุดในศตวรรษนี้ ตามข้อมูลล่าสุดของ World Gold Council
- แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนความต้องการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มความมั่นคงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
- นักวิเคราะห์มองว่ากระแสการสะสมทองคำอาจส่งผลเชิงบวกต่อ Bitcoin ในระยะยาว เพราะทั้งสองสินทรัพย์ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากระบบการเงินแบบดั้งเดิม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
แม้ข่าวจะเกี่ยวข้องกับทองคำโดยตรง แต่การที่ธนาคารกลางเพิ่มการถือครองสินทรัพย์สำรองที่มีความขาดแคลนสะท้อนแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงออกจากเงินตราแบบดั้งเดิม ซึ่งนักลงทุนจำนวนมากมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin ในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” ในระยะยาว
ธนาคารกลางเร่งสะสมทองคำ ดันการถือครองแตะระดับสูงสุดในศตวรรษนี้
ข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council (WGC) ระบุว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในอัตราที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการถือครองทองคำรวมอยู่ในระดับสูงที่สุดของศตวรรษที่ 21
แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เพิ่มการสะสมทองคำต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์, เงินเฟ้อและความผันผวนของค่าเงินหลักของโลก
รายงานของ WGC ยังระบุว่า ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกเป็นผู้ซื้อทองคำสุทธิในระดับสูงติดต่อกันเป็นปีที่สาม โดยปริมาณการซื้อยังคงอยู่เหนือระดับ 1,000 ตันต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
เหตุใดธนาคารกลางจึงหันมาถือทองคำมากขึ้น?
นักวิเคราะห์มองว่า มีหลายปัจจัยที่ผลักดันให้ธนาคารกลางเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำไม่ว่าจะเรื่องของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกหลังเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค, ความพยายามลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์สำรองหลัก, ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่
ทองคำจึงกลับมาได้รับบทบาทในฐานะสินทรัพย์สำรองที่ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต และไม่ขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่ง
ประเทศอย่างจีน, อินเดีย, ตุรกีและโปแลนด์ ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่หลายประเทศเริ่มเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
แล้ว Bitcoin ได้อะไร?
แม้ธนาคารกลางส่วนใหญ่จะยังเลือกสะสมทองคำมากกว่า Bitcoin แต่หลายฝ่ายมองว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Bitcoin ถูกเปรียบเทียบกับทองคำบ่อยครั้งในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” เนื่องจากมีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้าน BTC และไม่สามารถเพิ่มอุปทานได้ตามนโยบายของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง
นักลงทุนสถาบันจำนวนมากเริ่มใช้ Bitcoin เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงควบคู่กับทองคำ โดยเฉพาะหลังการอนุมัติ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนรายใหญ่
แม้บทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองของธนาคารกลางยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่กระแสการยอมรับในระดับสถาบันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่แตะระดับสูงสุดในศตวรรษนี้ สะท้อนถึงความต้องการเพิ่มความมั่นคงของทุนสำรองและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แม้ข่าวนี้จะเกี่ยวข้องกับทองคำเป็นหลัก แต่ก็เป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับตลาดคริปโต เพราะแนวคิดเรื่องการถือครองสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ทั้งในฝั่งภาครัฐและนักลงทุนสถาบัน ผมมองว่าข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของทองคำ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก ธนาคารกลางกำลังลดการพึ่งพาสินทรัพย์ที่อิงกับรัฐบาล ขณะที่นักลงทุนรุ่นใหม่เริ่มมอง Bitcoin เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์สำหรับการรักษามูลค่า หากแนวโน้มการกระจายทุนสำรองยังดำเนินต่อไป ความสนใจต่อสินทรัพย์ที่มีความขาดแคลนอย่างทองคำและ Bitcoin ก็อาจเพิ่มขึ้นควบคู่กันในระยะยาว
ที่มา Cointelegraph, World Gold Council

