bitkub-banner

บริษัทญี่ปุ่นแห่ซบ Bitcoin และ XRP หลังเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจำนวนมากเริ่มหันมาพึ่งพาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ XRP เพื่อใช้ในการกระจายความเสี่ยงของเงินทุนสำรองในองค์กรหลังจากที่เผชิญกับสภาวะเงินเยนอ่อนค่าอย่างรุนแรง
  • แพลตฟอร์ม SBI VC Trade ซึ่งเป็นธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีในเครือ SBI Holdings รายงานว่ายอดบัญชีผู้ใช้งานพุ่งทะลุ 2 ล้านบัญชีเรียบร้อยแล้วซึ่งเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2025 หลังจากการควบรวมกิจการกับ BitPoint Japan
  • การเติบโตด้านการใช้งานของภาคธุรกิจยังได้รับแรงหนุนเสริมจากการเปิดตัวเหรียญสเตเบิลคอยน์ต่างๆ บนแพลตฟอร์ม เช่น USDC และ RLUSD รวมถึง JPYSC ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์อ้างอิงเงินเยนรายแรกของประเทศญี่ปุ่น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนและบริษัทมหาชนในญี่ปุ่นที่หันมาสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อปกป้องความมั่งคั่งจากสภาวะเงินเยนอ่อนค่าจะเป็นการสร้างแรงซื้อที่มั่นคงและช่วยเพิ่มการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีในระดับสากล

สภาวะเศรษฐกิจที่ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องบีบให้บริษัทเอกชนในประเทศญี่ปุ่นต้องปรับกลยุทธ์ทางการเงินอย่างเร่งด่วนเพื่อกระจายความเสี่ยงของคลังสำรอง โดยรายงานจาก SBI VC Trade เผยว่ากลุ่มลูกค้าองค์กรได้หันมาใช้บริการสำหรับรายใหญ่เพื่อเปลี่ยนเงินสดสำรองไปเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ XRP มากขึ้นเพื่อรักษามูลค่าของทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากกลุ่มบริษัทเอกชนที่นำสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ไปแจกจ่ายเป็นสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทอีกด้วย

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดผู้ลงทะเบียนใช้งานของ SBI VC Trade พุ่งทะลุหลัก 2 ล้านบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับยอด 1 ล้านบัญชีในช่วงปี 2025 โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นผลรวมมาจากบริการย่อยและอานิสงส์จากการควบรวมกิจการกับบริษัทในเครืออย่าง BitPoint Japan ในช่วงเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งทางบริษัทมีแผนที่จะบูรณาการแบรนด์ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้เพื่อลดต้นทุนและยกระดับการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากสินทรัพย์กระแสหลักแล้ว เหรียญสเตเบิลคอยน์ก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยทางแพลตฟอร์มได้เริ่มเปิดซื้อขายเหรียญ USDC มาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์สหรัฐรายแรกของญี่ปุ่น ก่อนที่จะเปิดตัวเหรียญ RLUSD ของ Ripple ร่วมกับเหรียญ JPYSC ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ผูกมูลค่ากับเงินเยนรายแรกของญี่ปุ่นที่ผ่านการอนุมัติภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแม้ประเทศญี่ปุ่นจะมีกฎระเบียบการออกใบอนุญาตที่รัดกุมกว่าภูมิภาคอื่น แต่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและสถาบันก็ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าปรากฏการณ์ที่บริษัทญี่ปุ่นแห่กันนำ Bitcoin และ XRP เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนสำรองในคลังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดั้งเดิม การที่ค่าเงินประจำชาติอย่างเงินเยนเสื่อมมูลค่าลงอย่างรุนแรงทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูงอีกต่อไป แต่กลายมาเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่จับต้องได้ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานด้านสเตเบิลคอยน์ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจนของญี่ปุ่นจะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ดึงดูดให้เม็ดเงินจากโลกธุรกิจไหลเข้าสู่ระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซีอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงในลักษณะนี้อาจกลายเป็นต้นแบบให้แก่องค์กรธุรกิจในประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาค่าเงินอ่อนตัวในอนาคต