<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Binance – Bybit ประกาศระงับถอนเหรียญชั่วคราว ท่ามกลางวอลุ่มเทขาย Bitcoin มหาศาล

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

กลายเป็นสัปดาห์ที่ทำเอาเหล่านักเทรดนอนไม่หลับ เมื่อสองเว็บเทรดยักษ์ใหญ่อย่าง Binance และ Bybit กลายเป็นเป้าสายตาจากการระงับการถอนเงินเป็นระยะ ท่ามกลางสมรภูมิการเทขายที่ดุเดือดที่สุดในรอบปี จนความกังวลเรื่องความมั่นคงของแพลตฟอร์มกลับมาหลอกหลอนชาวคริปโตอีกครั้ง

ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่า Binance เริ่ม “หยุดการถอนเงินชั่วคราว” ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะเกิดปัญหาระบบขัดข้องไปหมาดๆ แม้ตอนนั้นจะอ้างว่าเป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคและกลับมาใช้งานได้ใน 20 นาที แต่ในรอบล่าสุดนี้ กระแสบนโลกโซเชียลเริ่มลุกเป็นไฟ เพราะหลายคนปักใจเชื่อว่านี่คือปรากฏการณ์แห่ถอนเงินของนักลงทุน (Bank Run) หลังจากราคาสินทรัพย์ดิ่งลงเหวไม่หยุด 

ฝั่ง Bybit เองก็อาการหนักไม่แพ้กัน หลังเจอกระแสข่าวลือสะพัดบน X เกี่ยวกับปัญหาความพร้อมของสินทรัพย์สำรอง จนเกิดแรงกดดันให้ผู้ใช้งานแห่ถอนเงินออกพร้อมๆ กัน ส่งผลให้ระบบถอนเงินเกิดความล่าช้าอย่างหนักจนเว็บต้องประกาศระงับเป็นช่วงๆ เพื่อจัดการธุรกรรมที่ค้างคา การขัดข้องของทั้งสองแพลตฟอร์มในเวลาไล่เลี่ยกัน 

โดยเฉพาะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ร่วงดิ่งกว่า 13% จนหลุดระดับ $64,000 ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี และเท่ากับว่าตอนนี้ราคา Bitcoin หายไปเกือบครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดของปีก่อน ลบภาพจำด้านบวกที่เคยคาดหวังว่า นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์จะช่วยดันราคาให้กับ Bitcoin 

แม้ล่าสุดระบบจะกลับมาเปิดให้ถอนได้ตามปกติแล้ว แต่การที่ Binance ไม่ออกมาชี้แจงสาเหตุเชิงลึกอย่างชัดเจน ก็ทำให้ผู้ใช้งานยังคงหวาดระแวงและมุ่งเน้นไปที่การดึงเงินกลับไปเก็บในที่ปลอดภัยแทน

แม้บนโซเชียลมีเดียจะมีการปั่นกระแสติดแฮชแทคเรียกร้องให้รีบถอนเงินออกจาก Binance จนเกิดความตื่นตระหนก แต่ข้อมูลจริงบนบล็อกเชน กลับแสดงภาพที่ต่างออกไปเพราะยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าของ Binance กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่า มีคนฝากเงินเข้ามากกว่าถอนออกเสียอีก

ทางด้าน He Yi ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance มองว่า กระแสกดดันนี้เป็นเพียงความพยายามของคนบางกลุ่มที่นัดแนะกันโจมตีความเชื่อมั่น แต่เธอกลับมองในแง่ดีว่า เหตุการณ์นี้คือ บททดสอบความแข็งแกร่งของระบบที่ดีเยี่ยม พร้อมแนะนำว่า หากใครกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็ควรศึกษาการเก็บเหรียญด้วยตัวเอง ผ่านกระเป๋าอย่าง Trust Wallet หรือ Hardware Wallet เพื่อความสบายใจ แต่ต้องระวังเรื่องความผิดพลาดระหว่างการโอนที่อาจทำให้เงินหายได้

ด้าน Changpeng Zhao ก็ออกมาสยบข่าวลือที่พยายามเปรียบเทียบ Binance กับเหตุการณ์ล่มสลายของ FTX โดยยืนยันหนักแน่นว่า ข่าวที่หาว่า Binance แอบเทขาย Bitcoin มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อทุบตลาดนั้นเป็นเพียงข่าวปลอมเท่านั้น โดยย้ำว่า สินทรัพย์เหล่านั้นเป็นเงินของผู้ใช้งานไม่ใช่ของบริษัท และความโปร่งใสคือสิ่งที่ Binance ให้ความสำคัญที่สุด 

ที่มา : cryptopolitan