<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สังเวยตลาดเลือด! 10 มหาเศรษฐีคริปโทฯ สูญเงินรวมกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ รับวิกฤตขาลง

สรุปข่าว
  • ตลาดคริปโทดิ่งลงกว่า 40% นับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ลบมูลค่าตลาดไปถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ กระทบมหาเศรษฐีคริปโทฯ รวมกันกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์
  • CZ ผู้ก่อตั้ง Binance สูญเงินหนักที่สุดเกือบ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามด้วย Brian Armstrong และ Michael Saylor ที่พอร์ตหดหายไปกันระดับหลายพันล้านดอลลาร์
  • แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณเป็นมิตรกับอุตสาหกรรมคริปโทฯ มาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งแรงเทขายที่เกิดจากความกลัวได้

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ตลาดคริปโทฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนร่วงลงกว่า 40% นับตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ และกวาดล้างความมั่งคั่งของ 10 มหาเศรษฐีคริปโทฯ รวมกันกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย CZ ผู้ก่อตั้ง Binance คือคนที่รับเคราะห์หนักสุดจากการสูญเสียเงินกว่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Brian Armstrong, Michael Saylor และซีอีโอคนอื่นๆ ที่พอร์ตยุบไปคนละหลายพันล้านดอลลาร์

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราและรอบนี้ค่าใช้จ่ายก็แพงหูฉี่ หลังจาก Bitcoin เร่งเครื่องทำนิวไฮที่ $126,000 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว BTC ก็นำทีมสินทรัพย์ดิจิทัลดิ่งลงเหวมากกว่า 40% มูลค่าตลาดคริปโทโดยรวมหายวับไปถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ 

ความโหดร้ายของขาลงรอบนี้ไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น เพราะแม้แต่ “เจ้ามือระดับมหาเศรษฐี” ยังโดนทุบจนพอร์ตยุบหนัก สูญเสียความมั่งคั่งรวมกันกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) 

1. Changpeng Zhao (CZ) 

CZ ผู้ก่อตั้ง Binance คือคนที่เจ็บหนักที่สุด ทั้งราคา BTC ส่วนตัวและเหรียญ BNB ที่ร่วงลงเกินครึ่ง ความมั่งคั่งหายไปกว่า 2.93 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเทียบกับจุดสูงสุดของตลาด แต่ปีนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด เพราะหากพูดถึงเรื่องราวเชิงบวกแล้ว เขาก็เพิ่งได้รับอภัยโทษจากทรัมป์ไปไม่นาน โดยปัจจุบัน CZ ยังคงมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่กว่า 7.88 หมื่นล้านดอลลาร์

2. Brian Armstrong  

ซีอีโอของ Coinbase กระดานเทรดเบอร์ 2 ของโลก ผู้ชายคนนี้ถือหุ้นในบริษัทตัวเองอยู่กว่า 12% ส่วนราคาหุ้นที่ดิ่งลงเกือบ 60% จากจุดพีค ทำให้ความมั่งคั่งของเข้าให้ไป 7 พันล้านดอลลาร์ และปัจจุบันมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์

3. Michael Saylor  

ชายที่เดิมพันทุกอย่างกับ Bitcoin สูญเสียความมั่งคั่งไปกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากหุ้น Strategy ร่วงลงกว่า 70% จากจุดสูงสุด ส่งผลให้ปัจจุบันเขามีมูลค่าทรัพย์เหลืออยู่ 4.6 พันล้านดอลลาร์

4. Chris Larsen  

รายต่อไปคือ ผู้ร่วมก่อตั้ง Ripple ที่ถือเหรียญ XRP อยู่จำนวนมหาศาล เมื่อราคา XRP ได้ร่วงลงกว่า 40% ทำให้เขาสูญเสียความมั่งคั่งไปกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์ และในปัจจุบันมีหลงเหลืออยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์

5. Mike Novogratz 

อดีตนายธนาคารจาก Goldman Sachs ที่ผันตัวมาลุยวงการคริปโทฯ อย่างเต็มตัว ราคาหุ้น Galaxy Digital ที่เขาถืออยู่ดิ่งลงกว่า 60% จากจุดพีค ทำให้เขาสูญเงินกว่า 4.4 พันล้านดอลลาร์ และในปัจจุบันเหลือมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 4.7 พันล้านดอลลาร์

6-7. Tyler และ Cameron  Winklevoss 

สองพี่น้องฝาแฝด Winklevoss ฝาแฝดที่เคยโด่งดังจากคดี Facebook สูญเงินไปคนละ 2,600 ล้านดอลลาร์ เมื่อหุ้น Gemini ดิ่งลงหนักถึง 76% และสัปดาห์นี้บริษัทของพวกเขายังประกาศปลดพนักงานกว่า 200 คน พร้อมปิดสำนักงานในยุโรปและออสเตรเลีย ปัจจุบันทั้งสองมีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์

8. Fred Ehrsam

หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Coinbase สูญเงินไปกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์  เนื่องจากเขาถือหุ้นบริษัทอยู่ราว 4% ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์

9. Tim Draper 

นักลงทุน VC ในตำนานที่เคยประมูล Bitcoin จาก Silk Road ได้ 29,656 BTC ในราคาเพียง $632 ต่อเหรียญเมื่อปี 2014 แม้เขาจะยังได้กำไรมหาศาลแต่ก็สูญไปกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์

10. Matthew Roszak 

ส่วนลำดับสุดท้ายคือ นักลงทุน Bitcoin ยุคบุกเบิกตั้งแต่ปี 2012 พอร์ตของเขามีการกระจายลงทุนไปยัง BTC, ETH และ BNB โดยสูญเสียเงินไปกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์

มุมมองของผู้เขียน: ตัวเลขเหล่านี้อาจฟังดูน่ากลัว แต่พอร์ตมหาเศรษฐีเหล่านี้ยังคงถือครองสินทรัพย์คริปโตเป็นจำนวนมหาศาล โดยปัจจุบัน CZ ยังมีทรัพย์สินสุทธิเหลืออยู่กว่า 7.88 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วน Saylor ยังซื้อ BTC เพิ่มทุกไตรมาส 

ที่มา:forbes