สรุปข่าว
- Dan Morehead ผู้ก่อตั้ง Pantera Capital คาดการณ์ว่าจีนและสหรัฐฯ จะแข่งขันกันสะสม Bitcoin ในระดับ 1 ล้าน BTC ต่อประเทศ คิดเป็นประมาณ 5% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่มีอยู่
- Morehead มองว่าจะเกิด “การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร” (arms race) ระหว่างประเทศมหาอาจน์ในการสะสม Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง เนื่องจากความเสี่ยงจากการถือ Treasury bonds ของสหรัฐฯ
- เขาคาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลา 1-2 ทศวรรษ โดยประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ อย่างกลุ่มอ่าวจะเริ่มก่อน ตามด้วยประเทศที่เป็นคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซีย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การคาดการณ์ของ Dan Morehead เป็นสัญญาณเชิงบวกแรงสำหรับราคา Bitcoin ในระยะยาว เพราะถ้าจีนและสหรัฐฯ แข่งขันกันซื้อ Bitcoin มากถึง 1 ล้าน BTC นั่นจะหมายความว่ามีอุปสงค์มหาศาลจากประเทศมหาอาจน์ถึง 2 ล้าน BTC หรือเกือบ 10% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่มีอยู่ ในสถานการณ์ที่ Bitcoin มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญและมี supply ที่ลดลงเรื่อย ๆ จากการ halving การที่ประเทศมหาอำนาจเข้ามาซื้อในปริมาณมากจะสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อราคา ที่สำคัญคือ Morehead ไม่ได้พูดแค่สหรัฐฯ และจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศในกลุ่มอ่าว รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ ที่อาจเห็นว่า Bitcoin เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการถือพันธบัตรของสหรัฐฯ
Dan Morehead ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Pantera Capital มหาเศรษฐีและนักลงทุน Bitcoin รายใหญ่ คาดการณ์ว่าจะเกิด “การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร” ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในการเก็บ Bitcoin 1 ล้าน BTC ตามข้อมูลของ Pete Rizzo เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 โดย Morehead มองว่าการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ในการบริหารจัดการสินทรัพย์สำรองจะผลักดันให้ประเทศที่เป็นคู่แข่งของสหรัฐฯ เข้ามาถือ Bitcoin ในปริมาณมหาศาล เขามองว่ามันเป็น “สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ที่จีนและรัสเซียจะถือ Bitcoin มูลค่า “หลายล้านล้านดอลลาร์” ในที่สุด
ความเสี่ยงจากการถือพันธบัตรสหรัฐฯ
Morehead กล่าวว่า “ประเทศต่าง ๆ จะตระหนักเหมือนจีนว่า มันบ้ามากที่จะเก็บเงินออมของชีวิต 1,000 ปีไว้ในสินทรัพย์ที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง Scott Bessent สามารถยกเลิกใช้งานมันได้ นั่นมันบ้ามาก ๆ และมันคงจะสมาร์ทกว่าถ้าคุณจะซื้อ Bitcoin”
Morehead ยึดข้อโต้แย้งของเขาไว้กับจังหวะทางประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สำรองและความเปราะบางของการถือสินทรัพย์ในระบบการเงินของคู่แข่ง นอกจากนี้ สัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ของจีนในการถือพันธบัตรสหรัฐฯกำลังลดลง ในขณะที่ญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุดที่ประมาณ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ และสหราชอาณาจักรอยู่ที่ประมาณ 900,000 ล้านดอลลาร์
จับตาดูในอีก 1-2 ทศวรรษ
Morehead ระบุว่า “ผมคิดว่ามันจะใช้เวลาหนึ่งหรือสองทศวรรษ” โดยเพิ่มว่าผู้เริ่มต้นก่อนน่าจะเป็นประเทศในกลุ่มอ่าวที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ก่อนที่จะมาถึง “ตัวใหญ่” กับประเทศที่ “เป็นปรปักษ์กับสหรัฐฯ เช่น จีนหรือรัสเซีย”
นอกเหนือจากสหรัฐฯ รัฐบาลในกลุ่มอ่าวกำลังทดลองกับการมี sovereign crypto exposure อยู่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดตัวโครงการขุดที่สนับสนุนโดยรัฐและมีการเปิดเผยที่บ่งชี้ว่าได้สะสม BTC หลายพัน BTC จากการดำเนินงานเหล่านั้น
คลังสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ
ในเดือนมีนาคม 2025 ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ของชาติอย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม 2026 Patrick Witt ผู้อำนวยการบริหารของ President’s Council of Advisors for Digital Assets ที่กล่าวว่าฝ่ายบริหทำเนียบขาว แม้จะมีความมุ่งมั่นที่จะจัดตั้งสำรอง แต่ก็มีกำแพงเรื่องของ “บทบัญญัติทางกฎหมายที่คลุมเครือ” ที่ต้องเอาชนะให้ได้
คำสั่งบริหารจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองถาวร ซึ่งได้รับการซัพพอร์ต Bitcoin จากยึดมาได้จากกระทรวงการคลัง หน่วยงานต่าง ๆ จะสำรวจการโอน Bitcoin ของพวกเขาไปยังสำรองนี้ สหรัฐฯ จะไม่ขายเหรียญเหล่านี้และอาจพัฒนากลยุทธ์ที่เป็นกลางต่อผู้เสียภาษีในการได้มาซึ่ง Bitcoin เพิ่มเติม
Supply Shock ถ้าหลายประเทศซื้อพร้อมกัน
Morehead มองภาพไว้ว่า ถ้ากลุ่มต่าง ๆ แต่ละกลุ่มตั้งเป้าสะสม Bitcoin ระดับล้านเหรียญ พลวัตของ supply อาจ “บีบขึ้นเหมือนเมล็ดแตงโม” (squeeze up like a watermelon seed) หมายความว่าราคาอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจาก supply ที่จำกัด
การที่จีนซื้อ Bitcoin 1 ล้านเหรียญจะเท่ากับประมาณ 4.76% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่มีอยู่ และถ้าสหรัฐฯ ก็ซื้อในระดับเดียวกัน รวมกันก็เป็นเกือบ 10% ของ Bitcoin ทั้งหมด ซึ่งเป็นปริมาณที่มหาศาล
ในความเห็นของผู้เขียน การคาดการณ์ของ Dan Morehead เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจและมีเหตุผลที่สุดสำหรับอนาคตของ Bitcoin การที่เขามองว่าจีนและสหรัฐฯ จะแข่งขันกันสะสม Bitcoin ระดับ 1 ล้าน BTC ต่อประเทศนั้นฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ในระยะสั้น แต่ถ้ามองในกรอบเวลา 1-2 ทศวรรษตามที่เขาบอก มันเป็นไปได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและความไม่ไว้วางใจในระบบการเงินแบบดั้งเดิม การที่สหรัฐฯ มี Strategic Bitcoin Reserve อย่างเป็นทางการแล้วจะกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ ตามทำเพื่อไม่ให้ตกขบวน โดยเฉพาะจีนที่มีทรัพยากรมหาศาลและกำลังลดการพึ่งพา US dollar อยู่แล้ว ที่สำคัญคือ Morehead มีประวัติการทำนายที่แม่นยำมาก โดยทำนายราคา Bitcoin ได้ถูกต้องถึงสองครั้ง ทำให้คำพูดของเขามีน้ำหนักมากขึ้น สำหรับนักลงทุน การคาดการณ์นี้เป็นสัญญาณเชิงบวกแรงในระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นราคาอาจยังผันผวน แต่ถ้า thesis นี้เป็นจริง Bitcoin อาจกลายเป็นสินทรัพย์สำรองระดับโลกที่สำคัญที่สุดในอีก 10-20 ปีข้างหน้า และราคาอาจพุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและ supply ที่จำกัด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจำไว้ว่านี่เป็นวิสัยทัศน์ระยะยาว ไม่ใช่การคาดการณ์ระยะสั้น และควรลงทุนอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเสมอ
Tags: Dan Morehead, Bitcoin Reserve, China, United States, Strategic Bitcoin Reserve
ที่มา: Pete Rizzo, NewsBTC, CoinDesk, Coin Bureau

