ส.ส. สหรัฐฯ ดันกฎหมายใหม่ คุ้มครองโปรแกรมเมอร์บล็อกเชน ไม่ต้องเสี่ยงคุกคดีฟอกเงิน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ส.ส. สหรัฐอเมริกาเสนอตั้งกฎหมายใหม่เพื่อปกป้องนักพัฒนาบล็อกเชนที่ไม่ได้ถือครองเงินของลูกค้าให้รอดพ้นจากการถูกตั้งข้อหาว่าเป็นธุรกิจฟอกเงิน
  • องค์กรสนับสนุนคริปโตออกโรงเชียร์สุดตัว หวังใช้กฎหมายนี้ยุติการไล่เบี้ยจับกุมนักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบที่เกิดกับทีมสร้าง Tornado Cash และ Samourai Wallet
  • กฎหมายนี้ยังต้องลุ้นหนักในชั้นวุฒิสภาว่าจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ และยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถช่วยย้อนหลังลบล้างความผิดให้กับนักพัฒนาที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้วได้หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ความพยายามในการผลักดันกฎหมายคุ้มครองนักพัฒนาบล็อกเชนถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความกังวลและสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการพัฒนานวัตกรรมในสหรัฐอเมริกา หากกฎหมายนี้ผ่านการอนุมัติจริง จะเป็นการดึงดูดคนเก่งและเม็ดเงินลงทุนให้กลับเข้าสู่ระบบนิเวศของคริปโตและ DeFi อย่างมหาศาล ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว

กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาจากทั้งสองพรรคใหญ่ได้จับมือกันเสนอร่างกฎหมายใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์บล็อกเชนจากการถูกไล่เบี้ยดำเนินคดี โดยเน้นย้ำว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นคนถือครองหรือควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้อื่น ไม่ควรต้องมารับโทษทางอาญา

ตัวแทนสภาอย่าง Scott Fitzgerald ร่วมกับ Ben Cline และ Zoe Lofgren ได้ออกประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า พวกเขาเตรียมเป็นแกนนำผลักดันร่างกฎหมาย Promoting Innovation in Blockchain Development Act เพื่อพลิกโฉมแนวทางการจัดการคดีความที่ไปพัวพันกับนักพัฒนาในวงการบล็อกเชน ร่างกฎหมายนี้จะเข้าไปช่วยขยายความให้ชัดเจนว่า กฎหมายของรัฐบาลกลางมาตรา 1960 ซึ่งว่าด้วยการปราบปรามธุรกิจส่งเงินผิดกฎหมายนั้น จะใช้เอาผิดได้เฉพาะกับกลุ่มคนที่มีอำนาจควบคุมเงินดิจิทัลของคนอื่นเท่านั้น

ทันทีที่มีข่าวนี้ออกมา บรรดาองค์กรสนับสนุนคริปโตก็ออกโรงเชียร์กันสุดตัว สมาคมบล็อกเชนยกย่องว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะช่วยเรียกขวัญและกำลังใจให้กับคนทำงานในสหรัฐอเมริกา ขณะที่กองทุน DeFi Education Fund เชื่อมั่นว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยยุติฝันร้ายและการตั้งข้อหาจับกุมแบบที่เคยเกิดขึ้นกับผู้สร้าง Tornado Cash หรือทีมพัฒนา Samourai Wallet

ทางกองทุนเสริมว่า ร่างกฎหมายนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า นักพัฒนาที่แค่นั่งเขียนโปรแกรมและไม่ได้แตะต้องเงินของลูกค้า ควรมีสิทธิ์สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นกลางในประเทศของตัวเองได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องมานั่งหวาดระแวงว่าจะโดนลากเข้าคุกในฐานะตัวกลางทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องลุ้นกันต่อว่าหากร่างกฎหมายนี้ผ่านการอนุมัติจริง มันจะสามารถช่วยล้างมลทินในคดีเก่าที่ศาลตัดสินไปแล้วได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ Roman Storm เพิ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเปิดธุรกิจส่งเงินเถื่อนไปเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2025 ในขณะที่ผู้ก่อตั้ง Samourai Wallet ก็ยอมรับสารภาพในข้อหาคล้ายกันและโดนจำคุกไปคนละห้าปีและสี่ปี ส่วนคดีของ Roman Storm นั้นยังคงรอการพิจารณาโทษและอาจต้องขึ้นศาลใหม่อีกในสองข้อหาที่เหลือ

ข้ามมาดูฝั่งวุฒิสภาสหรัฐอเมริกากันบ้าง พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามดันร่างกฎหมายคุ้มครองนักพัฒนาของตัวเองออกมาเหมือนกัน โดยเมื่อเดือนมกราคม วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis และ Ron Wyden ได้เสนอร่าง Blockchain Regulatory Certainty Act เพื่อตีกรอบให้ชัดว่าคนที่ทำหน้าที่เขียนโค้ดหรือดูแลระบบเครือข่าย ไม่เข้าข่ายที่จะต้องรับผิดทางอาญา

ในระหว่างนี้ วุฒิสภากำลังถกเถียงกันว่าจะเดินหน้าอย่างไรกับร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหญ่ที่สภาผู้แทนราษฎรส่งมาให้พิจารณาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025 แม้ร่างกฎหมายตัวฮิตอย่าง CLARITY Act จะผ่านด่านแรกจากคณะกรรมาธิการเกษตรไปแล้ว แต่ก็ยังไปติดอยู่พิจารณาอยู่ที่คณะกรรมาธิการการธนาคาร งานนี้วงการคริปโตคงต้องเกาะติดสถานการณ์กันต่อไปว่า ท้ายที่สุดแล้วกฎหมายฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการอนุมัติจากสภา จะสามารถฝ่าด่านหินจากนักการเมืองฝ่ายต่อต้าน และให้ความคุ้มครองนักพัฒนาได้อย่างแท้จริงหรือไม่


ความเคลื่อนไหวของสภาสหรัฐอเมริกาในรอบนี้ถือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับคนทำงานเบื้องหลังอย่างแท้จริง การจับกุมนักพัฒนาเพียงเพราะพวกเขาเขียนโค้ดสร้างเครื่องมือที่เป็นกลาง ถือเป็นการทำลายนวัตกรรมและตีกรอบให้คนเก่งต้องหนีออกไปเติบโตในประเทศอื่น การแก้กฎหมายเพื่อแยกแยะระหว่างคนเขียนโปรแกรมกับคนที่ถือเงินลูกค้าให้ออกจากกันอย่างชัดเจน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โลกของ DeFi สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืนและโปร่งใส โดยไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะโดนคดีฟอกเงินเหมือนที่ผ่านมา

ที่มา: cointelegraph