สรุปข่าว
- PlanB นักวิเคราะห์ชื่อดัง ชี้ราคาบิตคอยน์ที่ระดับ 67,000 ดอลลาร์ ได้ร่วงหลุดเส้นต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะ 2 ปี และ 5 เดือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่งบอกถึงภาวะตื่นตระหนกของนักลงทุนระยะสั้น
- สถิติในอดีตชี้ว่า เมื่อราคาหลุดแนวรับเหล่านี้ มักจะไหลลงไปทดสอบเส้นต้นทุนเฉลี่ยรวมที่ระดับประมาณ 54,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเกิดการกลับตัวเป็นขาขึ้นครั้งใหญ่เหมือนในวัฏจักรปี 2015 และ 2019
- อย่างไรก็ตาม วัฏจักรในปี 2026 อาจแตกต่างออกไป เนื่องจากมีเม็ดเงินมหาศาลจากสถาบันการเงินอย่างกองทุน ETF และบริษัทใหญ่อย่าง MicroStrategy คอยพยุงราคาไว้ ซึ่งอาจทำให้กราฟไม่ต้องลงไปลึกถึงจุดต่ำสุดเดิม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ในระยะสั้นตลาดยังคงถูกกดดันจากแรงเทขายของนักลงทุนที่ขาดทุน แต่หากมองในภาพใหญ่ นี่อาจเป็นการปรับฐานครั้งสำคัญเพื่อล้างไพ่ ก่อนที่เม็ดเงินจากสถาบันการเงินจะไหลกลับเข้ามาสะสมในระดับราคาที่น่าสนใจ
สัญญาณเตือนจาก PlanB เมื่อบิตคอยน์หลุดต้นทุนเฉลี่ย
สถานการณ์ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงดุเดือด ล่าสุดนักวิเคราะห์ระดับโลกที่ใช้นามแฝงว่า PlanB เจ้าของโมเดลคาดการณ์ราคาชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนนักลงทุน หลังจากราคาบิตคอยน์ร่วงลงมาแตะระดับ 67,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการทะลุแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาลงมา

ข้อมูลที่น่าตกใจคือ ราคาปัจจุบันได้ร่วงหลุดเส้นต้นทุนเฉลี่ยที่นักลงทุนถือครองในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งอยู่ที่ระดับ 89,000 ดอลลาร์ และระยะ 5 เดือนที่ 80,000 ดอลลาร์ การร่วงหลุดแนวรับทั้งสองเส้นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอของตลาด และมักจะทำให้กลุ่มนักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาซื้อเหรียญเกิดความตื่นตระหนกจนต้องยอมเทขายขาดทุนเพื่อหนีตาย
ส่องสถิติในอดีต เตรียมรับแรงกระแทกที่ 54,000 ดอลลาร์?
หากอ้างอิงจากข้อมูลสถิติในอดีต เมื่อใดก็ตามที่ราคาบิตคอยน์ร่วงหลุดเส้นต้นทุนระยะสั้นและระยะกลาง กราฟมักจะถูกดึงดูดให้ไหลลงไปทดสอบแนวรับสุดท้ายที่เส้นต้นทุนเฉลี่ยรวมทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันเส้นนี้อยู่ที่ระดับประมาณ 54,000 ดอลลาร์
เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในวัฏจักรขาลงรอบก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นในปี 2015 ที่ราคาร่วงไปแตะ 400 ดอลลาร์ หรือในปี 2019 ที่ราคาลงไปกองอยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งทุกครั้งที่ราคาลงไปสัมผัสเส้นต้นทุนเฉลี่ยรวมนี้ มักจะเป็นจุดต่ำสุดของการปรับฐาน ก่อนที่จะเกิดการพุ่งทะยานเป็นขาขึ้นรอบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสมอ
วัฏจักรปี 2026 เมื่อสถาบันการเงินกลายเป็น “ตาข่ายรองรับ”
แม้สถิติในอดีตจะดูน่ากลัว แต่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมินว่าการปรับฐานของบิตคอยน์ในรอบปี 2026 นี้อาจไม่ซ้ำรอยเดิม ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ โครงสร้างของตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันบิตคอยน์ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนรายย่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มีสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่างกองทุน ETF ของ BlackRock และบริษัทที่กว้านซื้อเหรียญเข้าคลังอย่าง MicroStrategy ซึ่งปัจจุบันถือครองซัพพลายบิตคอยน์ไปแล้วกว่า 1% หลังจากการเกิดปรากฏการณ์ Halving ในปี 2024
เม็ดเงินและแรงซื้อจากสถาบันเหล่านี้เปรียบเสมือนตาข่ายนิรภัยที่คอยรองรับราคาไว้ ทำให้หลายคนเชื่อว่าบิตคอยน์อาจไม่จำเป็นต้องร่วงลงไปลึกถึง 54,000 ดอลลาร์ และอาจเกิดการช้อนซื้อสะสมกลับอย่างรวดเร็ว หากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง หรือวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มมีท่าทีสงบลง
แหล่งที่มา: @100trillionUSD
ความเห็นผู้เขียน: สิ่งที่ PlanB นำเสนอคือภาพสะท้อนของ “ต้นทุน” ที่แท้จริงในตลาด การที่ราคาต่ำกว่าต้นทุนของคนที่ถือมา 2 ปี ย่อมสร้างความกดดันมหาศาลให้เกิดการเทขาย แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดคือบริบทของตลาดที่เปลี่ยนไป ในอดีตเวลาตลาดเทกระจาด มักจะไม่มีแรงซื้อขนาดใหญ่มาคอยพยุง แต่ในปัจจุบันเรามีกองทุนระดับโลกที่พร้อมจะช้อนซื้อทุกครั้งที่ราคาย่อตัว ดังนั้น แนวรับ 54,000 ดอลลาร์อาจเป็นเพียงตัวเลขทางสถิติที่ไปไม่ถึง หากสถาบันยังคงมองว่าราคานี้คือของถูก สำหรับนักลงทุนทั่วไป ช่วงเวลานี้อาจไม่ใช่เวลาของการแพนิคขายตามตลาด แต่เป็นช่วงเวลาที่ต้องวางแผนบริหารความเสี่ยงและจับตาดูความเคลื่อนไหวของรายใหญ่อย่างใกล้ชิด

