สรุปข่าว
- คุณพิชัยมองว่า Bitcoin เป็นเพียงภาพมโนที่ไม่มีมูลค่าจริงและเป็นเครื่องมือของเจ้ามือ โดยคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีราคาจะร่วงลงเหลือหลักพันดอลลาร์
- ตลาดหุ้นไทยจะซึมยาวในกรอบ 1,000-1,500 จุดไปอีกหลายปีเนื่องจากไร้ปัจจัยพื้นฐาน ส่วนทองคำก็เป็นเพียง “หินสีเหลือง” ที่จะไม่มีวันทะลุ $6,000
- เครื่องมือการลงทุนแบบเดิมกำลังเสื่อมความขลังเพราะทุกคนเข้าถึงข้อมูลและ AI ได้เท่ากันหมด นักลงทุนต้องยึดหลัก ทฤษฎีคนส่วนน้อย เพื่อที่จะได้อยู่รอด
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
คุณพิชัย จาวลา ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Money Chat Thailand โดยแสดงมุมมองที่สวนทางกับตลาดอย่างรุนแรง ทั้งในตลาดคริปโต หุ้น และทองคำ เขาโจมตีว่า Bitcoin เป็นเพียงภาพมโนที่ไม่มีมูลค่ารองรับและเตรียมจะพังทลายลงสู่ระดับหลักพันดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า พร้อมเตือนรายย่อยว่ากำลังถูกเจ้ามือหลอกกินรวบ นอกจากนี้ เขายังมองว่าตลาดหุ้นไทยจะติดหล่มซึมยาว และทองคำอาจสูญเสียมูลค่าจากการถูกสังเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีในอนาคต
เมื่อไม่นานมานี้ คุณพิชัย จาวลา นักธุรกิจชื่อดังในไทยได้รับเชิญไปให้สัมภาษณ์ในรายการ Money Chat Thailand โดยได้มีการพูดคุยกันในหลากหลายประเด็นตั้งแต่ หุ้นไทย-ทองคำ รวมไปถึง Bitcoin
อ้างอิงจากเนื้อหาของรายการ คุณพิชัยมองว่า Bitcoin เป็นเพียงแค่ “ภาพมโน” ที่คนให้ค่ากันไปเองและไม่มีมูลค่าที่แท้จริงรองรับ เป็นเพียงหน่วยคอมพิวเตอร์หน่วยหนึ่งเท่านั้น

เขาเตือนนักลงทุนชาวไทยที่สนใจใน Bitcoin ให้ระวังอย่าไปซื้อของที่ควบคุมไม่ได้ อย่าไปเก็บเศษเหรียญบนทางด่วน เพราะตอนที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นมักสะท้อนข่าวดีไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือกองทุนเข้าซื้อ หรือ การเข้ามาของทรัมป์และเฟด ทำให้นักลงทุนรายย่อยไม่ระแวงเลยว่ากำลังถูกหลอกจากเจ้ามือ
คุณพิชัยได้ชี้ให้เห็นถึงจุดผิดพลาดของนักลงทุนว่า มักจะไปซื้อตอนที่มีข่าวดีไปแล้วกว่า 90-99% ซึ่งหลังจากนี้เขามองว่าภายในอีก 5 ปี Bitcoin จะร่วงลงมาอย่างหนักจนแตะระดับหลักพันดอลลาร์ ส่วนความเห็นที่ว่า Bitcoin จะไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์ เป็นสิ่งที่จะ “ไม่มีทางเกิดขึ้นในล้านปี” คนที่กำลังดอยอยู่ก็อาจต้องทำใจ เพราะคุณพิชัยมองว่า เจ้าจะไม่แจกเงินให้รายย่อยหลุดดอยแน่นอนจึงไม่มีทางที่เจ้าจะดันราคา Bitcoin มายืนเหนือ 1-2 แสนดอลลาร์ให้มาเทขายคืนใส่เจ้ามือ
การจะอ้างว่า Bitcoin มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้าน BTC ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาต้องพุ่งไปเป็นหมื่นเป็นแสนเท่า โดยหากเปรียบเทียบกับเงินกระดาษที่สามารถพิมพ์ซ้ำได้ไม่จำกัด แต่กลับสูญเสียมูลค่าจากเงินเฟ้อเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ การที่ต้องจ่ายแพงมหาศาลเพื่อซื้อเหรียญที่มีจำกัดจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล
ส่วนประเด็นที่ว่าดอลลาร์จะล่มสลาย เสื่อมค่ากลายเป็นแบงก์กงเต๊กไม่เหมือนกับ Bitcoin ที่จะกลายเป็นสกุลเงินแห่งอนาคต คุณพิชัยย้ำเตือนเลยว่า นักลงทุนกำลังถูกหลอก และสุดท้ายกลไกจะกินเงินส่วนนี้ ถ้ามีโอกาสขาย Bitcoin ทิ้งไปได้แล้วควรทิ้งไปเลยไม่ต้องหันกลับไปมองอีก

อย่างไรก็ตามในระยะสั้น คุณพิชัยคาดการณ์ราคา Bitcoin อาจมีการเด้งกลับไปที่ $80,000 หรือ $100,000 แต่นั่นเป็นเพียงโอกาสให้ทยอยเปิดชอร์ต หรือขายทิ้งไม่ใช่จังหวะที่ควรเข้าไปซื้อเพื่อถือยาว
หุ้นไทยและทองคำ
สำหรับสถานการณ์ของหุ้นไทย คุณพิชัยมองว่า ตลาดหุ้นไทยจะติดหล่มและนักลงทุนรายย่อยกว่า 90% จะไม่ได้ทุนคืนเพราะดัชนีตลาดหุ้นไทยจะวนเวียนออกข้างกึ่งไปทางลงในอีกหลายปีในกรอบ 1,000 ต้นๆ ถึง 1,500 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ส่วนทองคำ คุณพิชัย คาดว่าจะไม่มีทางขึ้นไปสูงกว่า $6,000 ดอลลาร์และจะปรับตัวลงแน่นอนตามที่เขาเคยออกมายืนยันว่าทองคำเป็นได้แค่ “หินสีเหลือง” จากการมาถึงของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จะเปิดให้มนุษย์สามารถสังเคราะห์ทองคำขึ้นมาได้
ต้องเป็นคนส่วนน้อย
สุดท้ายนี้ คุณพิชัยเตือนว่า ทฤษฎี VI และกราฟเทคนิคกำลังจะหมดความขลัง เพราะโลกในยุคปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือ AI ได้เหมือนกันหมด ทำให้คนที่เคยวิเคราะห์ได้กลายเป็นคนส่วนใหญ่ของตลาดไปแล้ว พอทุกคนรู้ทันกันกลไกตลาดก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป ใช้วิธีเดิมไม่ได้
ดังนั้น หากต้องมาเหนื่อยใจในตลาดลงทุน สู้เอาเวลาไปทำธุรกิจที่ควบคุม Cash Flow ได้เองจะดีกว่า และพึงนึกถึงทฤษฎีคนส่วนน้อยไว้ว่าระบบทุนนิยมถูกออกแบบมาให้คน 3% กินรวบเงินของคน 97% เสมอ หากเราใช้เหตุผลแบบเส้นตรง ซื้อเพราะเห็นว่ามันน่าจะดี เราจะตกเป็นเหยื่อของกลไกตลาด

