สรุปข่าว
- อดีตศาสตราจารย์คณิตศาสตร์จาก MIT สร้างกำไรมหาศาลจากการพยากรณ์อากาศบน Polymarket โดยใช้โมเดล Machine Learning model ที่ให้ผลแม่นยำกว่าโมเดลพยากรณ์อากาศทั่วไป
- ตลาดพยาการณ์อากาศบน Polymarket มี Volume ถึง 2 ล้านดอลลาร์ต่อวัน โดย 55.7% ของการเทรดเน้นทำนายอุณหภูมิที่แม่นยำ โดยมีสถาบันและทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ใช้เป็น “สนามซ้อม” ทดสอบโมเดล
- เรื่องนี้สำคัญกับโลกคริปโตเพราะ Polymarket รันบนเครือข่าย Blockchain และใช้ USDC เป็นสกุลเงิน นี่ถือเป็นอุตสาหกรรมคริปโตสามารถสร้างมูลค่าจริง ไม่ใช่แค่เก็งกำไรเหรียญ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
Polymarket มี Volume สูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์และในตลาดพยากรณ์อากาศมี Volume สูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งพิสูจน์ว่าเครือข่าย Blockchain ใช้งานได้จริง สามารถสร้างกำไรได้จริงจากความรู้และความสามารถ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบ Blockchain ในระยะยาว
ในขณะที่คนส่วนใหญ่ใช้ Polymarket เดิมพันว่า “Trump จะทำอะไร?” หรือ “น้ำมันจะแตะ $100 ไหม?” มีกลุ่มเทรดเดอร์ที่เงียบกว่าแต่ทำกำไรมากกว่า โดยพวกเขาเลือกที่จะเดิมพันกับสภาพอากาศ
อดีตศาสตราจารย์คณิตศาสตร์จาก MIT ได้ใช้ Machine Learning ทำกำไรมหาศาลจากตลาดพยาการณ์อากาศบนแพลตฟอร์ม Polymarket โดยสามารถเอาชนะโมเดลพยากรณ์อากาศทั่วไปได้
นักเทรดส่วนใหญ่กำทำไรจากการพยากรณ์อากาศอย่างไร?
บทความบน Medium ระบุว่า กลยุทธ์ที่คนส่วนใหญ่ใช้ คือ การทำกำไรจาก “การดีเลย์ของข้อมูล” ระหว่างข้อมูลโมเดลพยากรณ์อากาศกับข้อมูลบน Polymarket
โมเดลอย่าง GFS ของสหรัฐและ ECMWF ของยุโรปจะอัปเดตทุก 6 ชั่วโมง หากข้อมูลใหม่ชี้ว่าอุณหภูมิในลอนดอนพรุ่งนี้จะสูงขึ้น 2°C แต่ข้อมูลบน Polymarket ยังไม่ทันปรับ เทรดเดอร์ที่เห็นข้อมูลก่อนก็สามารถเข้าไปกดโหวตก่อนที่ข้อมูลจะถูกปรับได้
แต่อดีตศาสตราจารย์ MIT ไปไกลกว่านั้น เขาได้สร้างโมเดล Machine Learning ซึ่งสามารถจับข้อมูลบางอย่างที่โมเดลพยากรณ์อากาศทั่วไปอาจมองไม่เห็น เช่น สภาพอากาศเฉพาะพื้นที่ หรือผลกระทบจากเมืองที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้เขาไม่ได้แค่รู้ข้อมูลเร็วกว่า แต่ยังคาดการณ์ได้แม่นยำกว่าอีกด้วย
จากหลักพันสู่หลักล้าน
บทความบน Medium ระบุว่า มีนักพยากรณ์อากาศรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Hans323 ทำกำไรเกิน 2 ล้านดอลลาร์บน Polymarket โดยมีการคาดการณ์ครั้งหนึ่งที่ทำกำไรได้ถึง 1.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ 1pixel เปลี่ยนเงิน 2,300 ดอลลาร์ เป็น 18,500 ดอลลาร์จากการคาดการณ์ตลาดอุณหภูมิของนิวยอร์กและลอนดอน
ผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของการใช้งานระบบ Blockchain ที่ไม่ได้มีไว้แค่การเก็งกำไร แต่เป็นการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างรายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Vitalik Buterin ผู้ก่อตั้ง Ethereum เคยออกมาเรียกร้อง ในอนาคตเราอาจเห็นการคาดการณ์เรื่อง ราคาข้าว อุณหภูมิกรุงเทพ หรือปริมาณฝน ที่ช่วยให้เกษตรกรและธุรกิจจัดการความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า Blockchain สามารถใช้งานได้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

