สรุปข่าว
- เกิดกระแสไวรัลในคอมมูนิตี้คริปโตไทย เมื่อมีนักลงทุนนำหลักฐานมาโชว์ว่าพอร์ตลงทุนเสียหายหนักถึง 98% จากเงินต้น 500,000 บาท เหลือเพียง 7,801 บาท
- เหรียญที่ก่อให้เกิดความเสียหายคือ ALPHA หรือ Alpha Finance Lab (ปัจจุบันรีแบรนด์เป็น Stella) ซึ่งอดีตเคยเป็นโปรเจกต์ DeFi สัญชาติไทยที่โด่งดัง
- สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนต้องจำใจขายในจุดที่ขาดทุนมหาศาล เป็นเพราะกระดานประกาศเพิกถอนเหรียญ ALPHA ถาวร
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
เกิดประเด็นร้อนที่สร้างความปวดร้าวในวงการคริปโตไทย เมื่อนักลงทุนรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ขาดทุนกว่า 98% จากการลงทุนในเหรียญ ALPHA โปรเจกต์ DeFi สัญชาติไทยที่เคยโด่งดังในอดีต โดยเงินต้น 500,000 บาทของเขามูลค่าหดหายเหลือเพียงเจ็ดพันกว่าบาท และยังมีนักลงทุนอีกหลายรายที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์สูญเงินระดับหลักล้านบาทเช่นกัน สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ต้องยอมเฉือนเนื้อขายทิ้งในราคาที่ขาดทุนย่อยยับ เป็นผลมาจากประกาศล่าสุดของกระดานเทรดที่เตรียมจะเพิกถอนเหรียญ ALPHA ออกจากระบบอย่างถาวร ทำให้ต้องเร่งเทขายหรือโอนเหรียญออกก่อนที่สินทรัพย์จะหมดสภาพคล่อง
ถ้าถามว่าช่วงนี้วงการคริปโตไทยพูดคุยกันถึงเรื่องอะไรกันมากที่สุด คำตอบอาจไม่ใช่เหรียญไหนจะขึ้นหรือลง แต่มันคือเรื่องราวความสูญเสียจากการลงทุนที่ถูกแชร์จนกันเป็นไวรัลในหลายเพจ เมื่อผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งได้ตัดสินใจ แชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนเห็นถึงความเจ็บปวดจากการลงทุน ที่เริ่มจากเงินต้นหลักแสน แต่ตอนท้ายกลับเหลือไม่ถึงหมื่นบาท ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่กระทบกระเป๋าเจ้าของโพสต์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความโหดร้ายของตลาดหมีคริปโตที่ไม่เคยปรานีใคร
เรื่องราวเริ่มจากโพสต์หนึ่งในกลุ่ม Bitcoin Crypto Thailand ที่เจ้าของบัญชีได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่เจ็บปวดเกี่ยวกับการลงทุนของเขา โดยมีภาพถ่ายแคปหน้าจอเพื่อยืนยันความถูกต้อง เขาระบุว่าตนเองได้ทุ่มเงินลงทุนจำนวน 500,000 บาท เข้าไปในเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีเหรียญหนึ่ง แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นดั่งที่หวัง ปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดในพอร์ตของเขากลายร่างเหลือเพียง 7,801 บาท เท่านั้น นั่นหมายถึงตัวเลขที่ลดหายไปกว่า 98% หรือคิดเป็นเงินต้นที่เสียหายไปเกือบครึ่งล้าน

เหรียญดังกล่าวที่ถูกพูดถึงในโพสต์คือ เหรียญที่มีชื่อว่า ALPHA หรือ Alpha Finance Lab (ปัจจุบันคือ Stella) ซึ่งเป็นโปรเจกต์ DeFi แบบ Cross-chain ฝีมือคนไทย ที่สามารถทำงานได้ทั้งบล็อกเชนของ Ethereum และ Binance Smart Chain
อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียไม่ได้เกิดขึ้นกับเจ้าของโพสต์นี้แต่เพียงลำพัง ในส่วนของคอมเมนต์ใต้โพสต์โพสต์ยังมีนักลงทุนรายอื่นๆ ที่ออกมาร่วมแชร์ประสบการณ์ความเจ็บปวดในทำนองเดียวกัน
หนึ่งในนั้นได้ระบุว่าตนเองได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน โดยเล่าว่าเขาก็เคยลงทุนไปถึง 5,000,000 บาท แต่ในปัจจุบันกลับเหลือเงินติดมือไว้เพียง 2,000 บาท เท่านั้น
ที่มา: Facebook
มุมมองผู้เขียน : บาดแผลนี้ให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในการลงทุน คือ การแยกอารมณ์ออกจากสินทรัพย์ เมื่อเราเลือกลงทุนในโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่งเรามักจะเกิดความผูกพันและเอาใจช่วยจนลืมไปว่า เป้าหมายหลักของการลงทุนคือการบริหารเงินให้เติบโต การมีแผนตัดขาดทุนอย่างเด็ดขาดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยปกป้องเราจากหายนะได้ การยอมรับว่าตัวเองวิเคราะห์ผิดและรีบถอยออกมา ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการอดทนเพื่อสะสมกำลังไปสู้ต่อ เพราะสุดท้ายแล้วผู้ชนะในเกมการลงทุนคือผู้ที่อยู่ได้นานกว่าไม่ใช่แค่เก่งกว่าเพียงอย่างเดียว
