bitkub-banner

เปิดตัวบล็อกเชนต้านทานควอนตัม ท่ามกลางความกังวลภัยคุกคาม Q-Day บน Bitcoin และ Ethereum

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Naoris Protocol ได้เปิดตัวเครือข่าย Mainnet ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานการโจมตีจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคตซึ่งอาจสามารถเจาะระบบการเข้ารหัสที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้สำเร็จ
  • การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ Q-Day หลังจากที่มีรายงานจาก Google ชี้ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจเจาะระบบของ Bitcoin ได้ด้วยจำนวน Qubit ที่น้อยกว่าการประเมินในอดีตอย่างมาก
  • ตัวเครือข่ายมีการใช้เทคโนโลยี Post-quantum cryptography ที่ได้รับการรับรองจาก NIST และมีระบบบังคับใช้ลายเซ็นดิจิทัลที่ต้านทานควอนตัมแบบถาวรเพื่อป้องกันการทำธุรกรรมด้วยวิธีการเข้ารหัสแบบเก่าที่เปราะบาง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การพัฒนาระบบบล็อกเชนที่สามารถต้านทานควอนตัมได้ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงเทคโนโลยี แต่ด้วยความที่ Naoris Protocol ยังเป็นโปรเจกต์เกิดใหม่และมี Market cap เพียงแค่ $36 ล้าน การเปิดตัว Mainnet ในครั้งนี้จึงยังไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมหรือส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาของเหรียญหลักในตลาดอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum แต่อย่างใด

Naoris Protocol ได้เปิดตัวเครือข่ายบล็อกเชนที่ต้านทานระบบควอนตัมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยทางทีมงานระบุว่าเครือข่ายนี้ถูกออกแบบมาให้ยังคงความปลอดภัยแม้จะต้องเผชิญกับควอนตัมคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในอนาคตที่อาจสามารถทำลายระบบการเข้ารหัสลับในยุคปัจจุบันได้

Nathaniel Szerezla ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโตของ Naoris Protocol กล่าวว่าการเปิดตัว Mainnet คือการเปลี่ยนผ่านจากแค่การพิสูจน์แนวคิดไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้จริง เครือข่ายได้ทำการ Validate ธุรกรรมไปแล้วกว่า 100 ล้านรายการโดยใช้ Post-quantum cryptography ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่คำสัญญาบน Roadmap แต่เป็นความสามารถในการทำงานที่วัดผลได้จริง

การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่เครือข่ายดั้งเดิมอย่าง Bitcoin และ Ethereum กำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เรียกว่า Quantum apocalypse หรือที่รู้จักกันในชื่อ Q-Day ซึ่งเป็นจุดที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะสามารถเจาะระบบการเข้ารหัสที่ปกป้องบล็อกเชนส่วนใหญ่ได้

ความกังวลนี้ทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์นี้หลังจากที่ Google รายงานว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเพียงพออาจทำลายบล็อกเชนของ Bitcoin ได้ด้วยจำนวนที่น้อยกว่า 500,000 Qubit ซึ่งต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้มาก ในขณะเดียวกันรายงานอีกฉบับก็ตั้งข้อสังเกตถึงช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นใน Ethereum ซึ่งอาจทำให้เม็ดเงินมูลค่ากว่า $100 พันล้านบนบล็อกเชนตกอยู่ในความเสี่ยง และเนื่องจากธุรกรรมบนบล็อกเชนนั้นถูกบันทึกไว้อย่างถาวร จุดอ่อนใดๆ ในวันนี้จึงอาจถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคตที่มีพลังประมวลผลมากพอได้

จุดนี้เองที่ทำให้ Naoris มีความโดดเด่น เพราะโปรเจกต์ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นด้วย Post-quantum cryptography และอัลกอริทึมที่ได้รับการอนุมัติจากสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NIST) เพื่อปกป้องบัญชี ธุรกรรม และสินทรัพย์ดิจิทัล

ระบบนี้ยังได้รวมเอากลไกการเปลี่ยนผ่านด้านความปลอดภัยแบบย้อนกลับไม่ได้ (Irreversible security transition) เข้าไว้ด้วย ซึ่งหมายความว่าเมื่อผู้ใช้งานเปลี่ยนมาใช้กุญแจแบบ Post-quantum แล้ว ระบบจะบังคับให้ใช้ลายเซ็นที่ต้านทานควอนตัมสำหรับการทำธุรกรรมเสมอ Protocol จะทำการบล็อกการทำธุรกรรมที่ใช้วิธีการเข้ารหัสแบบดั้งเดิมที่เปราะบางโดยอัตโนมัติ ช่วยปกป้องสินทรัพย์แม้ว่าระบบการเข้ารหัสแบบคลาสสิกจะถูกเจาะได้ก็ตาม

ที่สำคัญไปกว่านั้น แม้ว่าปัจจุบันความปลอดภัยระดับต้านทานควอนตัมจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะบน Mainnet ของตัวเองเท่านั้น แต่ระบบก็ถูกสร้างขึ้นโดยมีวิสัยทัศน์ที่กว้างขวางเพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับ Wallet กระดานเทรด เครือข่าย Layer 2 และแพลตฟอร์ม DeFi ต่างๆ ในอนาคต

Mainnet เปิดตัวด้วยกลุ่มผู้เข้าร่วมเชิงกลยุทธ์ที่ได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม Validator node ชุดแรกและสร้างชั้นความน่าเชื่อถือเริ่มต้นให้กับเครือข่าย ก่อนที่จะขยายวงกว้างต่อไป โดย Protocol นี้ผ่านการทดสอบสเกลขนาดใหญ่ในช่วง Testnet ซึ่งสามารถตรวจจับและบรรเทาภัยคุกคามได้มากกว่า 603 ล้านครั้ง ประมวลผลธุรกรรม Post-quantum มากกว่า 106 ล้านรายการ สร้าง Wallet มากกว่า 3.3 ล้านใบ และเปิดใช้งาน Security node มากกว่า 1 ล้านโหนดทั่วโลก ปัจจุบัน Token ประจำเครือข่ายอย่าง NAORIS ซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนการทำงาน มี Market cap อยู่ที่ประมาณ $36 ล้าน

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมคิดว่าเรื่อง Q-Day เป็นประเด็นที่คนในวงการคริปโตเริ่มพูดถึงกันหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ครับ ยิ่ง Google ออกมาตอกย้ำเรื่องจำนวน Qubit ที่ใช้เจาะระบบ Bitcoin ว่ามันน้อยกว่าที่ประเมินไว้ ก็ยิ่งทำให้นักพัฒนาต้องตื่นตัว การที่โปรเจกต์อย่าง Naoris Protocol ชิงเปิดตัว Mainnet ออกมาทำ Post-quantum cryptography แบบใช้งานได้จริง ถือเป็นการปูทางที่น่าสนใจมาก แม้ตอนนี้ Market cap จะยังเล็กและคนยังไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไร แต่ถ้าในอนาคตภัยคุกคามจากควอนตัมเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น โปรเจกต์ที่ทำโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้รอไว้แล้วก็น่าจะได้รับความสนใจจากเม็ดเงินระดับสถาบันไม่น้อยเลยครับ