bitkub-banner

ทำไมตลาด Crypto ถึงร่วงวันนี้? พิษเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านชะงัก ดันน้ำมันพุ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาด Crypto ร่วงลงร้อยละหนึ่งจุดสามนำโดย Bitcoin ที่ไถลหลุดระดับ 78,000 ดอลลาร์ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยังคงหยุดชะงัก
  • มีเม็ดเงินถูกล้างพอร์ตหรือ Liquidation ออกจากตลาดรวมกว่า 266 ล้านดอลลาร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากฝั่ง Long ทำให้นักลงทุนเทขายต่อเนื่องจนดัชนี Fear and Greed Index ปรับตัวลดลงสู่โซนหวาดกลัว
  • ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงโดยมีการเทขายทั้งหุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

ความล่าช้าในการเจรจาสันติภาพที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นได้สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อในระดับมหภาค ทำให้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกและเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจนเกิดการ Liquidation ฝั่ง Long อย่างหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาในระยะสั้นอย่างชัดเจน

ตลาด Crypto ร่วงลง 1.3% แตะระดับ 2.64 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่หยุดชะงัก รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้ทำลายความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน

ราคา Bitcoin หรือ BTC ร่วงลง 2.2% จากจุดสูงสุดของวันจันทร์ที่ 78,225 ดอลลาร์ ลงมาแตะ 76,480 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ก่อนจะทรงตัวอยู่แถวๆ 76,900 ดอลลาร์ ในขณะที่ Ethereum หรือ ETH ปรับตัวลง 1% เทรดอยู่ใกล้ระดับ 2,300 ดอลลาร์ ส่วน Altcoin ยักษ์ใหญ่อื่นๆ อย่าง XRP BNB Solana และ Tron ก็กอดคอกันแดงร่วงลงประมาณ 1-2% โดยกลุ่มที่ปรับตัวลงหนักที่สุดในวันนี้คือ MemeCore Zcash และ Hyperliquid ซึ่งเคยเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อสัปดาห์ก่อน

ข้อมูลจาก CoinGlass ชี้ว่ามีเม็ดเงินถูกล้างพอร์ตหรือ Liquidation ออกจากตลาดรวมกว่า 266 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นผลมาจากการ Liquidation ฝั่ง Long ถึง 210 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปรากฏการณ์นี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อราคาร่วงลงอย่างหนักจนบีบให้ต้องปิดสถานะ Long ที่ใช้ Leverage และมักจะสร้างโดมิโนเอฟเฟกต์ของการเทขายที่ยิ่งกดดันราคาให้ต่ำลงไปอีก

ด้านดัชนี Fear and Greed Index ก็เริ่มไถลออกจากจุดเป็นกลางเข้าสู่โซนความกลัว (Fear) ซึ่งเป็นสัญญาณบอกใบ้ว่านักลงทุนกำลังระมัดระวังกับแนวโน้มระยะสั้นมากขึ้น

ทางด้านประเด็นสงคราม ตลาด Crypto ดิ่งลงในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอดูสถานการณ์อยู่รอบนอก เพื่อรอความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่จะยุติความขัดแย้งอย่างถาวร

ในข้อเสนอล่าสุด รัฐบาลอิหร่านเสนอว่าจะยอมปฏิบัติตามสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม หากสหรัฐฯ ยอมยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน และชะลอการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ออกไปในขั้นตอนหลังของกระบวนการทางการทูต แม้จะมีรายงานว่าประธานาธิบดี Donald Trump และทีมความมั่นคงแห่งชาติกำลังพิจารณาแผนสันติภาพของอิหร่านเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยล่าสุด Trump ได้ยกเลิกแผนการส่งทูตไปยังปากีสถานเพื่อเจรจากับฝ่ายอิหร่านแล้ว

ความล่าช้าทางการทูตส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกลับขึ้นไปใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 3% ไปอยู่ที่ 99 ดอลลาร์ ในขณะที่น้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น 2.3% ทะลุระดับ 110 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมักจะสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกโดยการกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน ส่งผลให้นักลงทุนถอยร่นจากการลงทุนในสินทรัพย์เก็งกำไรอย่าง Crypto แถมยังมีการเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและโลหะมีค่าด้วยเช่นกัน โดยราคาทองคำปรับตัวลง 1.1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในขณะที่โลหะเงินร่วงลง 2%

ด้านหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียอย่าง Nikkei 225 Hang Seng และ Shanghai Composite ก็ปิดตัวลดลงในช่วงบ่ายวันอังคารเช่นกัน ส่วนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Crypto ก็ปรับตัวลงตามเทรนด์ โดยหุ้น Coinbase ร่วงลง 1.5% Circle ลดลง 3.5% และ Galaxy Digital ร่วงเกือบ 6% ในสหรัฐฯ ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 0.3% ในช่วงเปิดตลาด ในขณะที่ S&P 500 ยังคงทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนกำลังจับตาดูปฏิทินการประกาศผลประกอบการที่อัดแน่นไปด้วยบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet Meta Microsoft และ Apple

ที่มา: crypto.news


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการร่วงลงของตลาดในรอบนี้เป็นผลกระทบลูกโซ่จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันครับ เมื่อตัวเลขเงินเฟ้อทำท่าจะพุ่ง นักลงทุนก็ต้องลดความเสี่ยงด้วยการเทขายสินทรัพย์ต่างๆ ออกมาถือเงินสดไว้ก่อน การเกิด Liquidation หนักๆ ฝั่ง Long จึงเป็นเรื่องปกติในสภาวะที่ตลาดเกิดความตื่นตระหนกและปรับฐานอย่างรวดเร็ว สำหรับคุณที่กำลังติดตามสถานการณ์ ผมแนะนำให้จับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคและทิศทางของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าการเจรจาสันติภาพกลับมามีความคืบหน้า ตลาดก็พร้อมจะดีดกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เสมอครับ