สรุปข่าว
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างหนักในเดือนเมษายนอาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยและส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ได้
- นักลงทุนจำเป็นต้องจับตาดูตัวเลขการเติบโตของค่าจ้างรายชั่วโมงอย่างใกล้ชิดเพราะหากค่าจ้างยังคงพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่แพงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็อาจทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาปะทุอีกครั้ง
- ดัชนีพรีเมียมของ Bitcoin บนกระดานเทรด Coinbase ได้ปรับตัวลดลงจนกลายเป็นส่วนลดซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อจากสถาบันในสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงและเป็นปัจจัยที่ทำให้การพุ่งทะยานของราคาต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
แม้ตัวเลขการจ้างงานที่ชะลอตัวจะเป็นผลดีต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงแต่แรงกดดันจากค่าจ้างที่สูงขึ้นและราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงอาจทำให้ Fed ต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปซึ่งจะส่งผลให้ตลาดแกว่งตัวออกข้างเพื่อรอดูความชัดเจน
รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศออกมาอาจสร้างความผันผวนครั้งใหม่ให้กับตลาดคริปโต นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการเติบโตของการจ้างงานในเดือนเมษายนจะชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ายอดการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 62,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับระดับ 172,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ในขณะที่อัตราการว่างงานน่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.3% ตามรายงานของ Reuters
เมื่อมองผิวเผิน ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอลงดูเหมือนจะเป็นผลดีต่อ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เพราะตลาดแรงงานที่ซบเซาลงอาจตอกย้ำความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมตลอดทั้งปีนี้ และอาจเลื่อนรอบการขึ้นดอกเบี้ยออกไปอีก ณ เวลานี้ ตลาดกำลังประเมินว่าดอกเบี้ยจะทรงตัวไปจนถึงสิ้นปีและอาจจะมีการปรับขึ้นในปีหน้า
แต่ภาพรวมของสถานการณ์นั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด
นอกเหนือจากตัวเลขการจ้างงานแล้ว ตลาดจะจับตาดูการเติบโตของค่าจ้างอย่างใกล้ชิดควบคู่กันไปด้วย โดยคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงจะเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลขเดิมที่ 3.5% แรงกดดันจากค่าจ้างที่ยังคงพุ่งสูงเมื่อรวมกับราคาน้ำมันดิบที่แพงขึ้น อาจยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อทั่วโลกและทำให้การตัดสินใจของ Fed ยากลำบากมากขึ้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ปฏิกิริยาของตลาดอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขการจ้างงานรวมมากนัก แต่มันขึ้นอยู่กับว่าการเติบโตของค่าจ้างจะชะลอตัวลงหรือไม่ ในขณะที่นักเทรดเริ่มเตรียมใจรับความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า สินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ อาจต้องการตัวเลขรายได้ที่ต่ำกว่าคาดการณ์เพื่อที่จะสามารถสร้างแรงผลักดันให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อย่างแท้จริง
สำหรับตอนนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin โดยมองว่าระดับ 75,000 ดอลลาร์เป็นแนวรับที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
Alex Kuptsikevich หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก FxPro ระบุว่า Bitcoin ได้ถอยกลับลงมาต่ำกว่าระดับ 80,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งเป็นการปรับฐานลงจากเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน หลังจากที่เพิ่งทะลุเข้าสู่เขตซื้อมากเกินไปใกล้กับขอบบนของช่องสัญญาณขาขึ้น โดยขอบล่างของช่องสัญญาณนี้อยู่ที่ประมาณ 77,500 ดอลลาร์ แต่ถ้าจะบอกว่าเสียทรงขาขึ้นจริงๆ ราคาคงต้องหลุดลงไปต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมที่ระดับ 75,000 ดอลลาร์
นอกเหนือจากเรื่องการจ้างงานแล้ว นักเทรดยังจับตารายงานการประชุมของ Fed ประจำเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ รวมถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและตลาดน้ำมันโลกด้วย
QCP Capital จากสิงคโปร์ให้ความเห็นในบันทึกการตลาดว่า แพลตฟอร์มทายผลให้โอกาสสูงถึง 97% ที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่กลับสู่สภาวะปกติภายในวันที่ 15 พฤษภาคม ช่องว่างระหว่างการประเมินความเสี่ยงนี้กับความพยายามของตลาดหุ้นที่จะมองข้ามความรุนแรง ถือเป็นความขัดแย้งที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ หากราคาน้ำมันดิบยังไม่ลดลงก่อนที่จะมีการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ในวันที่ 20 พฤษภาคม วาทกรรมเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเงินเฟ้อสูงก็คงจะเป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก CoinDesk ชี้ว่าปริมาณการซื้อขายสัญญา Call Option ของดัชนี S&P 500 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงบน Wall Street ที่เพิ่มสูงขึ้น และถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดคริปโตเนื่องจากทั้งสองตลาดมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนทางฝั่งสำนักข่าว Reuters รายงานว่า Trump ออกมาระบุว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะมีการปะทะกันในอ่าวเปอร์เซียและการโจมตีรอบใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ตาม ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ได้บั่นทอนความหวังที่สงครามจะยุติลงโดยเร็ว
ทางด้าน Bloomberg รายงานภาพรวมตลาดว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากแนวโน้มหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยชดเชยความกังวลเรื่องสงคราม ในขณะที่นักลงทุนกำลังรอตัวเลขการจ้างงานประจำเดือน ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวน ดัชนีในยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลง ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย และค่าเงินดอลลาร์ก็กำลังมุ่งหน้าสู่การขาดทุนต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง
นอกจากนี้ สำนักข่าว AP ยังรายงานว่า ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กได้ตัดสินให้ภาษีศุลกากรทั่วโลกใหม่ที่ Trump สั่งเรียกเก็บในอัตรา 10% นั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากที่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กได้รวมตัวกันยื่นฟ้องร้อง
ท้ายที่สุด กราฟจาก Coinglass ที่ติดตามดัชนีพรีเมียมของ Bitcoin บน Coinbase ซึ่งใช้วัดความแตกต่างของราคาระหว่าง Bitcoin ที่ซื้อขายบน Coinbase ที่เป็นตัวแทนของความต้องการจากสถาบันในสหรัฐฯ กับกระดานเทรดนอกประเทศอย่าง Binance แสดงให้เห็นว่าในสัปดาห์นี้ดัชนีได้พลิกกลับมาเป็นส่วนลดพอดีกับช่วงที่ Bitcoin กำลังพยายามตั้งฐานเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้การฟื้นตัวต้องสะดุดลง โดยตามสถิติในอดีต ตลาดกระทิงมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับตัวเลขพรีเมียมที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากต้องการเห็นราคาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ตลาดก็จำเป็นต้องเห็นดัชนีพรีเมียมนี้กลับมาเป็นบวกให้ได้เสียก่อน
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าตัวเลขการจ้างงานที่จะออกมานี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดคริปโตในระยะสั้นครับ ถ้าตัวเลขจ้างงานลดลงตามคาดแต่ค่าจ้างกลับพุ่งสูง มันจะกลายเป็นฝันร้ายของ Fed ที่ต้องสู้กับเงินเฟ้อในขณะที่เศรษฐกิจเริ่มฝืดเคือง ยิ่งบวกกับราคาน้ำมันที่ทะลุ 100 ดอลลาร์จากสงครามในตะวันออกกลาง แรงกดดันตรงนี้อาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ถูกเทขายเพื่อลดความเสี่ยงได้ สำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาดูแนวรับ 75,000 ดอลลาร์ ควรเผื่อใจรับความผันผวนและติดตามดัชนีพรีเมียมบน Coinbase อย่างใกล้ชิดครับ เพราะถ้าสถาบันฝั่งอเมริกายังไม่กลับมาไล่ซื้อ ตลาดก็คงจะหาทางทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ยากมากในสภาวะที่ปัจจัยมหภาคยังอึมครึมแบบนี้

