สรุปข่าว
- Josh Swihart ผู้ก่อตั้ง Zcash Open Development Lab เผยในงาน Consensus Miami ว่า Zcash เตรียมปล่อยกระเป๋าเงินแบบ quantum-recoverable ภายในหนึ่งเดือน และจะยกระดับเครือข่ายให้สามารถต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบเต็มรูปแบบภายใน 12 ถึง 18 เดือน พร้อมเป้าหมายขยายศักยภาพการรองรับธุรกรรมให้เทียบเท่าเครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลก
- ราคา ZEC พุ่งแรงกว่า 110% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา รับกระแสข่าว Multicoin Capital เข้าลงทุนก้อนใหญ่ โดยชูจุดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่า Bitcoin เนื่องจากบัญชีแยกประเภทแบบโปร่งใสของ Bitcoin ทำให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบและยึดทรัพย์สินได้ง่าย
- การใช้งานบนเครือข่ายเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการเชื่อมต่อกับ Near Intents ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสลับสินทรัพย์ข้ามเชนมาเป็น ZEC แบบปกปิดข้อมูล (Shielded) ได้โดยตรง ส่งผลให้สัดส่วนเหรียญใน Shielded pool พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 30%
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การพัฒนาระบบเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัมแบบเป็นรูปธรรม ประกอบกับเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันและการใช้งานระบบปกปิดข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นและผลักดันราคาในระยะยาว
Zcash เตรียมปล่อยกระเป๋าเงินแบบรองรับการฟื้นฟูจากเทคโนโลยีควอนตัม (quantum-recoverable) ภายในหนึ่งเดือน และจะก้าวไปสู่การเป็นเครือข่ายที่ต้านทานควอนตัมอย่างเต็มรูปแบบภายในเวลา 12 ถึง 18 เดือน โดย Josh Swihart ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zcash Open Development Lab ได้เปิดเผยแผนงานนี้ในงาน Consensus Miami เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในช่วงเสวนาที่ดำเนินรายการโดย Mert Mumtaz ผู้ก่อตั้ง Helius ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานของ Solana
นอกจากนี้โปรเจกต์ยังมีแผนขยายขีดความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมให้เร็วและรองรับปริมาณได้เทียบเท่ากับระบบของ MasterCard และ Visa ในกรอบเวลาที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย
แผนงานนี้ถูกประกาศออกมาในช่วงที่ราคา ZEC กำลังปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 110% ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา หลังจากที่กองทุนคริปโตชื่อดังอย่าง Multicoin Capital เปิดเผยว่าได้เข้าลงทุนใน ZEC ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ในขณะที่ข้อมูลความเชื่อมั่นของตลาดก็ชี้ให้เห็นว่ากระแสความนิยมในเหรียญกลุ่มความเป็นส่วนตัวกำลังกลับมาดึงดูดความสนใจของนักลงทุนได้อีกครั้ง
Swihart นำเสนอแนวคิดว่าปัจจุบัน Bitcoin ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเงินดิจิทัลที่มีความเป็นส่วนตัวสูงตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมได้อีกต่อไป แม้มันจะทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในฐานะสินทรัพย์สำรองมูลค่าและมีกองทุน ETF รองรับ แต่ในฐานะระบบการชำระเงินแบบส่วนตัวระหว่างบุคคล เขามองว่าโครงสร้างของมันพังทลายไปแล้วโดยพื้นฐาน การที่บัญชีแยกประเภทมีความโปร่งใสทำให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบและยึดทรัพย์สินที่พวกเขามองเห็นได้ ซึ่งนี่คือจุดอ่อนเดียวกันกับที่ Tushar Jain จาก Multicoin หยิบยกมาเป็นเหตุผลสนับสนุนการเข้าซื้อ ZEC ในสัปดาห์นี้
ในด้านการใช้งานจริง Zcash มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านกระเป๋าเงินบนมือถือของ Electric Coin Company หลังจากที่มีการเชื่อมต่อระบบเข้ากับ Near Intents เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถสลับสินทรัพย์ข้ามเครือข่ายจาก BTC, SOL และ USDC มาเป็น ZEC ที่อยู่ในรูปแบบปกปิดข้อมูล (Shielded) ได้โดยตรง Near Intents ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุความต้องการได้เลยว่าต้องการเปลี่ยน USDC เป็น ZEC ในขณะที่ระบบหลังบ้านจะทำหน้าที่จัดการขั้นตอนการเทรดข้ามบล็อกเชนที่ซับซ้อนให้โดยอัตโนมัติ
Swihart ระบุว่านับตั้งแต่เปิดใช้งาน มีเม็ดเงินไหลผ่านช่องทางนี้แล้วประมาณ 600 ถึง 700 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ USD และ USDC ข้อมูลจาก Near Protocol ยังแสดงให้เห็นว่าระบบ Near Intents ประมวลผลธุรกรรมไปแล้วเกือบ 800 ล้านดอลลาร์ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา โดยมีเครือข่ายหลักอย่าง Ethereum, Solana และ Zcash เป็นตัวขับเคลื่อน
Mumtaz ยังเสริมด้วยว่าปัจจุบันมีข้อเสนอเพื่อปรับลดระยะเวลาการสร้างบล็อกของ Zcash จาก 75 วินาทีเหลือเพียง 25 วินาที ซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างคึกคักในชุมชนนักพัฒนา ในขณะที่ระบบสะพานเชื่อมข้ามไปยัง Solana และ Hyperliquid ก็เปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเปิดให้ผู้ถือโทเคนร่วมโหวตผ่าน Zashi ซึ่งไม่ได้เป็นระบบธรรมาภิบาลที่เป็นทางการ แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนช่องทางแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจตามโมเดลฉันทามติเดิมของโปรเจกต์
สำหรับนักเทรด บททดสอบระยะสั้นที่ชัดเจนที่สุดคือการรอดูว่ากระเป๋าเงินที่รองรับควอนตัมจะสามารถเปิดตัวได้ภายในหนึ่งเดือนตามที่ Swihart สัญญาไว้หรือไม่ จุดที่น่าสนใจคือปัจจุบันปริมาณเหรียญ ZEC ใน Shielded pool มีสัดส่วนสูงถึง 30% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดตลอดกาล หากสัดส่วนนี้ยังคงเติบโตควบคู่ไปกับราคา ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าขาขึ้นรอบนี้มีแรงหนุนมาจากการใช้งานด้านความเป็นส่วนตัวที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การปั่นราคาเพื่อเก็งกำไร
ที่มา coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการขยับตัวของ Zcash รอบนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยที่น่าสนใจมากครับ การนำประเด็นภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาพัฒนาเป็นจุดขาย ถือเป็นการมองข้ามช็อตที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนระยะยาวได้อย่างดีเยี่ยม ประกอบกับการที่สถาบันใหญ่อย่าง Multicoin Capital กล้าทุ่มเงินก้อนใหญ่เข้ามาลงทุน ยิ่งเป็นการคอนเฟิร์มว่าเหรียญสาย Privacy ยังคงมีพื้นที่และเป็นที่ต้องการในตลาดเสมอ สำหรับนักลงทุน การที่เหรียญมีการนำไปล็อกไว้ใน Shielded pool ถึง 30% สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนต้องการความเป็นส่วนตัวจริงๆ และมันช่วยลดแรงเทขายในตลาดลงได้มาก ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคตครับ

