สรุปข่าว
- THORChain ถูกเจาะระบบพร้อมกันใน 4 บล็อกเชน ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, BSC และ Base โดยมียอดเงินที่ถูกขโมยรวมกว่า $10 ล้าน
- ข้อมูลจาก Arkham ระบุว่ากระเป๋าของผู้โจมตีรวม 3 แอดเดรส มีมูลค่ารวมประมาณ $10.8 ล้าน ประกอบด้วย ETH กว่า 3,443 เหรียญ มูลค่า $7.77 ล้าน และ BTC 36.854 เหรียญ มูลค่า $2.97 ล้าน
- เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงของโปรโตคอล Cross-Chain โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยของสภาพคล่องที่กระจายอยู่หลายเครือข่าย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การถูกเจาะระบบครั้งนี้สร้างความไม่เชื่อมั่นต่อโปรโตคอล DeFi ข้ามสายโซ่ โดยตรง ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้ถอนสภาพคล่องออกจาก THORChain และโปรโตคอลคล้ายกัน นอกจากนี้ยังสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นในตลาด DeFi โดยรวม
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 เวลาประมาณ 17:00 น. ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Lookonchain อ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย ZachXBT ระบุว่า THORChain ซึ่งเป็นโปรโตคอล DeFi สำหรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชน ถูกเจาะระบบพร้อมกันในหลายเครือข่าย ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, BSC และ Base โดยมียอดเงินที่ถูกขโมยเกินกว่า $10 ล้านแล้ว ข้อมูลจาก Arkham เปิดเผยว่ากระเป๋าเงินของผู้โจมตี 3 แอดเดรสในปัจจุบันมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ราว $10,806,345 โดยส่วนใหญ่เป็น ETH กว่า 3,443 เหรียญ มูลค่าประมาณ $7.77 ล้าน และ BTC อีก 36.854 เหรียญ มูลค่าประมาณ $2.97 ล้าน

รายละเอียดเงินที่ถูกขโมยและการกระจายสินทรัพย์
จากข้อมูลที่ Arkham รวบรวมได้ พบว่ากระเป๋าเงินของผู้โจมตีทั้ง 3 แอดเดรสถือครองสินทรัพย์หลักอยู่ 3 ประเภท ประกอบด้วย ETH มูลค่าประมาณ $7.77 ล้าน เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ BTC มูลค่าราว $2.97 ล้าน และ BNB อีก 96.588 เหรียญ มูลค่าประมาณ $66,000 โดยมูลค่ารวมของพอร์ตอยู่ที่ประมาณ $10.8 ล้าน และยังคงเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่น่าสังเกตคือมูลค่าของพอร์ตผู้โจมตีปรับขึ้น +0.38% ใน 24 ชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับราคา BNB ที่ขึ้น +2.2% และ BTC ที่ขึ้น +1.2% ในช่วงเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเงินที่ขโมยมายังไม่ได้ถูกโอนออกหรือแปลงเป็นสกุลเงินอื่นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงอยู่ในกระเป๋าดังกล่าว
ความเสี่ยงของโปรโตคอลข้ามสายโซ่และผลกระทบต่อตลาด DeFi
THORChain เป็นโปรโตคอลที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชนได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ความสามารถนี้ทำให้มันเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดสำหรับแฮกเกอร์ เพราะสภาพคล่องกระจายอยู่ในหลายเครือข่ายพร้อมกัน การถูกโจมตีข้ามสายโซ่ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโปรโตคอลที่รองรับหลายบล็อกเชนพร้อมกัน เนื่องจากช่องโหว่เพียงจุดเดียวอาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ในหลายเครือข่ายพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับกิจกรรม ZachXBT ในการตรวจจับการโจมตีในวงการคริปโตไว้หลายครั้ง รวมถึง ZachXBT พบแฮกเกอร์ขโมย USDT มูลค่ากว่า 27 ล้านดอลลาร์ ก่อนแปลงเป็น Ethereum และโอนไปยังกระดานเทรดต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ZachXBT มีบทบาทสำคัญในการติดตามและรายงานการโจมตีในระบบคริปโตมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะการโจมตีข้ามหลายบล็อกเชนพร้อมกันในครั้งเดียวบ่งชี้ว่าผู้โจมตีมีความเข้าใจสถาปัตยกรรมของ THORChain อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่ม สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ THORChain จะตอบสนองอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการหยุดการทำงานชั่วคราว การแก้ไขช่องโหว่ หรือแผนการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังต้องดูว่าแฮกเกอร์จะเริ่มโอนหรือแปลงเงินออกหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังคงถือไว้ในกระเป๋าเดิม ซึ่งถ้าหน่วยงานด้านความปลอดภัยอย่าง ZachXBT ยังติดตามอยู่ อาจมีโอกาสอายัดได้หากแฮกเกอร์พลาดพลั้ง
ที่มา: @lookonchain
ภาพจาก AI

