สรุปข่าว
- วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 Drake ได้ปล่อย 3 อัลบั้มพร้อมกัน ได้แก่ ICEMAN, Habibti และ Maid of Honour รวม 43 เพลง เป็นการหวนคืนสู่สังเวียนเพลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 โดยเพลงที่ชุมชน crypto พูดถึงมากที่สุดคือ “Dust” ในอัลบั้ม ICEMAN ที่ Drake แร็พว่า “Ayy, I am, I am, I am / A BTC, crypto big timer / A corporate America hit survivor”
- ไม่ใช่แค่ BTC เพลง “Dust” ยังอ้างถึง FTX และ Sam Bankman-Fried โดยตรงในท่อนแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมในคริปโตโดยเฉพาะ “กรณีโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” ได้ฝังตัวลึกเข้าสู่วัฒนธรรมกระแสหลักไปเรียบร้อยแล้ว
- ยิ่งน่าสนใจขึ้นอีก เมื่อ Polymarket ได้เปิดให้พนันว่าอัลบั้มใหม่ของ Drake จะมีการอ้างถึง crypto/Bitcoin หรือไม่ โดยอัตราการพูดถึงนั้นพุ่งขึ้นไปที่ 91% ก่อนปล่อยอัลบั้ม และนักเดิมพันก็ได้เงินเต็ม ๆ เมื่ออัลบั้มออก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เซเลปคนดังของโลกอย่าง Drake ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นการส่งผลโดยตรงต่อราคา BTC ในระยะสั้น แต่ มันเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง ซึ่งสะสมกันไปในระยะยาวนำไปสู่การยอมรับในคริปโตด้วยความที่ตลาดนั้นใกล้ผ่าน CLARITY Act, Bitcoin ETF มีเม็ดเงินลงทุนพุ่งสูงแลนักลงทุนสถาบันยังคงเดินเท้าเข้ามาลงทุนใน Bitcoin อย่างต่อเนื่อง เนื้อเพลง ของ Drake ก็อาจเป็นเหมือนเชอรรี่บนก้อนเค้กที่เป็นตัวเพิ่มรสชาติและ texture ให้ตลาด
Drake กลับมารันวงการพร้อมเนื้อเพลงที่พูดถึง Bitcoin
เที่ยงคืนของวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 Drake ทำสิ่งที่ไม่มีใครในวงการเพลงเคยทำมาก่อน ด้วยการปล่อย 3 อัลบั้มพร้อมกันในคืนเดียว นับเป็นอัลบั้มฉายเดี่ยวชุดแรกนับตั้งแต่ For All the Dogs ในปี 2566 หลังจากที่เขาผ่านศึกกับ Kendrick Lamar มาอย่างเจ็บปวด
แต่ในบรรดา 43 เพลง เพลงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในทุกชุมชนตั้งแต่ X ไปยัน Bloomberg กลับไม่ใช่เพลงรัก ไม่ใช่เพลงตอบโต้ แต่เป็น “Dust” ในอัลบั้ม ICEMAN ที่ Drake ประกาศตัวเองต่อโลกว่า “A BTC, crypto big timer” ต่อหน้าผู้ฟังกว่า 146 ล้านคนบน Instagram และอีกหลายร้อยล้านคนบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
Drake กับ Bitcoin: ประวัติศาสตร์ที่ยาวกว่าที่คิด
Drake ไม่ใช่มือใหม่ในวงการคริปโตในปี 2565 เขาเซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์กับ Stake.com แพลตฟอร์มเดิมพันคริปโตมีรายงานว่าเขาได้รับค่าตอบแทนสูงถึง $100 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดย Stake อนุญาตให้ผู้ใช้เดิมพันด้วย Bitcoin, Ethereum และ Dogecoin และ Drake ยังได้รับสัดส่วนความเป็นเจ้าของใน Stake อีกด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Drake วางเดิมพัน Bitcoin บนอีเวนท์ด้านวงการกีฬาสูงถึง $1,000 ล้านดอลลาร์ รวม ๆ กัน มีทั้งแพ้เดิมพัน 1 ล้าน BTC บน Super Bowl, $500,000 บน Edmonton Oilers และ $500,000 บน Dallas Mavericks ซึ่งล้วนแล้วแต่เดิมพันก็ออกมาแพ้ทั้งหมด จนเกิดวลี “อาถรรพ์ Drake” ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
ในเดือนกรกฎาคม 2568 บนซิงเกิล “What Did I Miss?” ที่ปล่อยเป็น teaser สำหรับ ICEMAN Drake แร็พว่า “I look at this shit like a BTC. Could be down this week, then I’m up next week” เขาใช้ Bitcoin เป็นการเปรียบเปรย สำหรับความผันผวนและการฟื้นตัว
Polymarket ให้โอกาส Drake พูดถึง Bitcoin สูงถึง 91% ก่อนอัลบั้มจะปล่อย
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจอีกระดับคือ Polymarket ได้เปิดตลาดให้ทำนายว่า Drake จะพูดถึงคริปโตหรือ Bitcoin ในอัลบั้มใหม่หรือไม่ โดยอัตราที่จะถูกพูดถึงนั้นพุ่งไปที่ 91% ก่อนอัลบั้มออก และโวลุมเทรดก็สูงถึงราว $9,800 เมื่ออัลบั้มออกมาและมี “Dust” เป็นหลักฐาน คนที่เลือกโหวต “Yes” ก็ได้เงินเต็ม ๆ นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า ทั้งวัฒนธรรมคริปโตและอุตสหกรรมตลาดเพลงกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
การที่ Drake พูดถึง Bitcoin อาจไม่ได้เพิ่มราคาให้มันในทันทีแต่มันเป็นการยก Bitcoin มาใช้ในการเสริมเนื้อเพลงให้มีพลัง สร้างการเปรียบเทียบโดยใช้ Bitcoin เป็นแกนกลาง อีกทั้งการที่เพลงของศิลปินระดับโลกมีการพูดถึง Bitcoin และคริปโตนั่นจะยิ่งเป็นการทำให้มันแพร่สะพัดขยายวงกว้างเป็นที่รู้จักได้มากกว่าเดิมเสียอีก เชื่อว่าด้วยฐานแฟนเพลงหลายล้านคนทั่วโลกของเขาที่มี อาจจะได้รู้จักกับ Bitcoin มากขึ้นหลังจากที่ได้ฟังอัลบั้มใหม่ของ Drake
ที่มา: CoinDesk, CryptoTimes, BeInCrypto, Yahoo Finance, MEXC News, TraderUnion

