สรุปข่าว
- SharpLink Gaming (SBET) บริษัทคลังสำรอง Ethereum และ Forward Industries (FWDI) บริษัทคลังสำรอง Solana ประกาศเข้าร่วมดัชนี Russell 2000 และ Russell 3000 มีผลวันที่ 29 มิ.ย. 2569
- FTSE Russell เผยแพร่รายชื่อเบื้องต้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. โดยอิงมูลค่าตลาด ณ วันที่ 30 เม.ย. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างดัชนีแบบรายครึ่งปีครั้งแรกของ FTSE Russell
- การเข้าดัชนีครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันเริ่มให้การยอมรับบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์คริปโตเป็นทุนสำรองในตลาดหุ้นกระแสหลัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่บริษัทคลังสำรอง ETH และ SOL เข้าดัชนี Russell เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมของ Ethereum และ Solana เนื่องจากกองทุนที่อิงดัชนี Russell จะต้องซื้อหุ้นของทั้งสองบริษัทเพิ่ม ซึ่งอาจดึงดูดเม็ดเงินสถาบันเข้าสู่ระบบนิเวศทางอ้อม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโตยังมีจำกัด เนื่องจากทั้งสองบริษัทยังเป็นบริษัทขนาดเล็ก
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph บริษัท SharpLink Gaming (Nasdaq: SBET) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือครอง Ethereum (ETH) รายใหญ่ที่สุดในโลก และ Forward Industries (Nasdaq: FWDI) บริษัทคลังสำรอง Solana รายใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ต่างประกาศว่าตนจะถูกเพิ่มเข้าในดัชนี Russell 2000 และ Russell 3000 โดยมีผลหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการในวันที่ 26 มิ.ย. 2569 และตลาดจะเริ่มซื้อขายภายใต้ดัชนีใหม่ในวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2569 การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก FTSE Russell เผยแพร่รายชื่อเบื้องต้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างดัชนีแบบรายครึ่งปี ซึ่งปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ FTSE Russell ใช้รูปแบบนี้แทนการปรับปีละครั้ง

SharpLink และ Forward Industries คือใคร และถือครองอะไรไว้บ้าง
SharpLink Gaming เดิมเป็นบริษัทด้านการตลาดการพนันกีฬา แต่ได้เปลี่ยนทิศทางธุรกิจมาเป็นบริษัทคลังสำรอง Ethereum อย่างเต็มตัวในเดือน พ.ค. 2568 ปัจจุบันบริษัทถือครอง ETH ราว 868,699 เหรียญ คิดเป็นประมาณ 0.72% ของ ETH ทั้งหมดที่มีในระบบ นับเป็นสถาบันถือครอง ETH รายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยบริษัทยังนำ ETH ที่ถือครองเกือบทั้งหมดไป Staking เพื่อสร้างผลตอบแทนอีกด้วย ขณะที่ราคา ETH ณ ขณะนี้อยู่ที่ราว 2,068.62 ดอลลาร์
ส่วน Forward Industries เปลี่ยนมาเป็นบริษัทคลังสำรอง Solana ในเดือน ก.ย. 2568 โดยซื้อ SOL กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ในราคาเฉลี่ย 232 ดอลลาร์ต่อเหรียญ รวมมูลค่าราว 1.58 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการระดมทุนแบบ PIPE บริษัทยังได้แปลงหุ้นสามัญให้อยู่บนบล็อกเชน Solana ร่วมกับ Superstate อีกด้วย ราคา SOL ณ ปัจจุบันอยู่ที่ราว 83.63 ดอลลาร์
การเข้าดัชนี Russell มีความหมายอะไรต่อวงการคริปโต
ดัชนี Russell 2000 และ Russell 3000 ถือเป็นเกณฑ์อ้างอิงที่สำคัญที่สุดชุดหนึ่งในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยมีสินทรัพย์ที่อิงดัชนีเหล่านี้รวมกันกว่า 12.2 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อบริษัทถูกเพิ่มเข้าดัชนี กองทุนดัชนีและกองทุน ETF ที่ติดตามดัชนีเหล่านี้จะต้องซื้อหุ้นของบริษัทนั้นโดยอัตโนมัติ นั่นหมายความว่าเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันที่ไม่เคยสัมผัสคริปโตโดยตรงจะไหลเข้าสู่บริษัทที่ถือครอง ETH และ SOL ทางอ้อม
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Standard Chartered ชี้ บริษัทที่ตั้งทุนสำรอง Ethereum จะยั่งยืนกว่าการใช้บิทคอยน์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่เห็นในข่าวนี้ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา Siam Blockchain ยังรายงานว่า Bitmine ซื้อ ETH เพิ่ม $237 ล้าน ถือครองรวม 4.47% ของ Supply ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันสะสม ETH ในระดับองค์กรยังคงเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในแง่ของสัญลักษณ์มากกว่าผลกระทบเชิงตัวเลขในระยะสั้น เพราะการที่บริษัทคลังสำรองคริปโตขนาดเล็กสามารถเข้าดัชนีหุ้นกระแสหลักได้ มันแสดงว่าโมเดลธุรกิจแบบ “ถือคริปโตเป็นทุนสำรองหลัก” เริ่มได้รับการยอมรับจากตลาดแบบเป็นทางการแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่ากองทุนดัชนีขนาดใหญ่จะเริ่มซื้อหุ้นทั้งสองนี้มากแค่ไหน และจะมีบริษัทอื่นที่ถือครองคริปโตเป็นทุนสำรองพยายามเข้าดัชนีอื่นๆ ตามมาอีกหรือไม่ ถ้าเทรนด์นี้ขยายตัว อาจเป็นช่องทางทางอ้อมที่ทำให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าสู่ Ethereum และ Solana มากขึ้นในระยะยาว
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

