สรุปข่าว
- กองทุน XRP ETF สร้างผลงานโดดเด่นด้วยการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิกว่า 7.44 ล้านดอลลาร์แซงหน้ากองทุน Solana อย่างขาดลอยในขณะที่กองทุนของ Bitcoin และ Ethereum กลับเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก
- สาเหตุหลักที่ราคาเหรียญยังคงซบเซาและหลุดแนวรับสำคัญลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1.11 ดอลลาร์เป็นเพราะเม็ดเงินจากกองทุนดังกล่าวยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดรวมและไม่เพียงพอที่จะต้านทานแรงเทขายของตลาดภาพรวมได้
- ข้อมูลทางเทคนิคเริ่มส่งสัญญาณการสิ้นสุดของแรงส่งขาลงหลังจากดัชนี RSI เข้าสู่สภาวะขายมากเกินไปซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันที่ยังคงเดินหน้าสะสมผ่านกองทุนอย่างต่อเนื่องและอาจทำให้เหรียญฟื้นตัวได้ทันทีหากบรรยากาศตลาดดีขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
แม้จะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ากองทุน ETF อย่างต่อเนื่องแต่ปริมาณดังกล่าวยังไม่มากพอที่จะหักล้างแรงเทขายจากนักลงทุนในตลาดสปอตที่กำลังถูกกดดันจากสภาวะตลาดขาลงภาพกว้างได้
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทุน XRP spot ETF ได้ทำผลงานโดดเด่นเหนือกว่าผลิตภัณฑ์การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่น โดยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิได้ถึง 7.44 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแซงหน้ากองทุน Solana ที่มีเงินไหลเข้าเพียง 794,000 ดอลลาร์อย่างขาดลอย ในขณะเดียวกันกองทุน Bitcoin กลับต้องสูญเสียเม็ดเงินไปถึง 77.44 ล้านดอลลาร์ และกองทุน Ethereum ก็เผชิญกับการแห่ถอนเงินออกกว่า 40.85 ล้านดอลลาร์
สถานการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นผลดีต่อ XRP เนื่องจากนักลงทุนกำลังลดการถือครองในสองเหรียญยักษ์ใหญ่และโยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนของ XRP แทน อย่างไรก็ตามราคาของเหรียญบนกระดานเทรดกลับยังคงเผชิญกับความยากลำบาก โดยปัจจุบันมีการซื้อขายวนเวียนอยู่ใกล้ระดับ 1.11 ดอลลาร์ หลังจากที่ราคาทะลุลงจากกรอบการสะสมพลังที่ดำเนินมานานหลายเดือน

เหตุผลหลักที่อธิบายความขัดแย้งนี้คือเรื่องของขนาดสัดส่วน แม้ตัวเลข 7.44 ล้านดอลลาร์จะเป็นสัญญาณที่น่าชื่นชม แต่มันก็ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ เมื่อนำไปเทียบกับมูลค่าตามราคาตลาดรวมและปริมาณการซื้อขายรายวันของ XRP แม้เม็ดเงินเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุน แต่มันก็ยังมีพละกำลังไม่มากพอที่จะต้านทานแรงเทขายในภาพรวมที่กำลังกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วทั้งตลาดคริปโตได้ในทันที
ความจริงข้อนี้ถูกสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนบนกราฟราคา หลังจากที่ราคาทำทรงขาลงทะลุกรอบสามเหลี่ยมที่ก่อตัวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม XRP ก็ได้สูญเสียโซนแนวรับสำคัญบริเวณ 1.28 ถึง 1.30 ดอลลาร์ไป ส่งผลให้แรงเทขายกดดันราคาลงมาสู่พื้นที่ 1.10 ดอลลาร์ ปัจจุบันราคากำลังเผชิญกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน 100 วัน และ 200 วันที่กระจุกตัวเป็นแนวต้านหลักอยู่ระหว่าง 1.25 ถึง 1.40 ดอลลาร์
ถึงกระนั้นตลาดก็ยังมีสัญญาณเชิงบวกซ่อนอยู่ ข้อมูลทางเทคนิคชี้ว่าแรงส่งในขาลงอาจใกล้สิ้นสุดลงแล้วเนื่องจากดัชนี Relative Strength Index ได้เข้าสู่สภาวะขายมากเกินไปที่บริเวณใกล้ระดับ 30 นอกจากนี้การเทขายอย่างหนักเมื่อเร็วๆ นี้ยังมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่พุ่งสูงปรี๊ด ซึ่งมักจะเป็นปรากฏการณ์ยอมจำนนที่นำไปสู่การสร้างฐานราคาต่ำสุดในระยะสั้น
ข้อมูลจากกองทุน ETF ยังช่วยเผยให้เห็นพฤติกรรมเบื้องต้นของนักลงทุนสถาบันในช่วงการปรับฐาน แทนที่จะยอมแพ้และทิ้งเหรียญไป เม็ดเงินกลับยังคงไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนของ XRP สวนทางกับตลาดรวมที่โดนเทขาย สิ่งนี้บ่งชี้ว่ายังมีความต้องการซื้อซ่อนอยู่เบื้องล่างแม้จะยังไม่สามารถรับประกันการฟื้นตัวได้ทันทีก็ตาม ปัจจุบันตลาดกำลังส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ในขณะที่ตลาดสปอตถูกครอบงำด้วยความอ่อนแอทางเทคนิค แต่นักลงทุนสถาบันกลับกระตือรือร้นที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือครอง หากเม็ดเงินยังคงไหลเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่องและบรรยากาศรวมของตลาดคริปโตเริ่มดีขึ้น XRP ก็อาจเป็นสินทรัพย์กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อรอบใหม่นี้
ที่มา: u.today
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าความขัดแย้งระหว่างแรงซื้อของสถาบันและแรงขายในตลาดสปอตถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมครับ เม็ดเงินจาก ETF เป็นเงินลงทุนระยะยาวที่พร้อมจะถือครองเหรียญไว้ หากตลาดรวมเริ่มหยุดเลือดไหล XRP ที่มีสถาบันคอยเก็บของอยู่เงียบๆ อาจจะมีแรงดีดกลับที่รุนแรงกว่าเหรียญอื่นได้ครับ

