bitkub-banner

OpenAI เล็งหั่นราคาเปิดศึก Anthropic แต่เจอ DeepSeek ตัดหน้าดัมพ์ราคาสู้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • OpenAI กำลังพิจารณาหั่นราคาค่าบริการ AI ลงอย่างหนักเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าองค์กรแข่งกับ Anthropic ท่ามกลางภาวะขาดทุนสะสมของทั้งสองบริษัทที่กำลังเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์
  • กลุ่มลูกค้าองค์กรกำลังเจอปัญหาค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีบานปลายจากการใช้งานระบบ AI จนเกินงบประมาณ ทำให้ตลาดเริ่มมองหาทางเลือกที่ราคาถูกลง
  • โมเดล AI จากจีนอย่าง DeepSeek ที่เปิดให้ใช้งานแบบ Open-source กลายเป็นตัวป่วนตลาดที่ทำให้ผู้ให้บริการสามารถกดต้นทุนได้ถูกกว่าฝั่งอเมริกาถึงสิบสามเท่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากเป็นเพียงการแข่งขันทางธุรกิจและสงครามราคาในอุตสาหกรรม AI ซึ่งไม่ได้มีความเชื่อมโยงโดยตรงหรือส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชนและราคาในตลาดคริปโต

สมรภูมิธุรกิจ AI กำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีรายงานว่า OpenAI กำลังพิจารณาหั่นราคาค่าบริการสำหรับนักพัฒนาและลูกค้าองค์กรลงอย่างหนักเพื่อสกัดคู่แข่งอย่าง Anthropic ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งสองบริษัทกำลังซุ่มยื่นเอกสารเพื่อเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีใครสามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำเลยก็ตาม

Sam Altman ซึ่งเป็น CEO ของ OpenAI ได้เกริ่นในงานสัมมนาว่าบริษัทกำลังหาทางช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มค่ามากขึ้นในราคาที่ถูกลง แต่สถานการณ์จริงกลับดูสวนทาง เพราะมีรายงานว่าสัดส่วนคนเข้าใช้ ChatGPT ทั่วโลกลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมลูกค้าองค์กรหลายแห่งก็เริ่มหันไปจ่ายเงินให้กับฝั่ง Anthropic มากกว่า OpenAI แล้ว

ปัจจัยหลักที่ทำให้ Anthropic โตแบบก้าวกระโดดคือเครื่องมืออย่าง Claude Code ที่ช่วยสร้างรายได้จนบริษัทเริ่มมีกำไรเป็นครั้งแรกในไตรมาสล่าสุด ทำให้ OpenAI ต้องรีบเข็นเครื่องมือเขียนโค้ดของตัวเองออกมาสู้เพื่อชิงพื้นที่สื่อและฐานลูกค้ากลับคืนมา

สงครามราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายบริษัททั่วโลกกำลังเห่อใช้งาน AI จนค่าใช้จ่ายบานปลายพุ่งทะลุเพดาน พนักงานบางคนเบิกค่าใช้จ่ายส่วนนี้สูงกว่าเงินเดือนตัวเองด้วยซ้ำ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าค่าบริการแบบเหมาจ่ายรายเดือนตอนแรกนั้นถูกตั้งราคาไว้ต่ำกว่าต้นทุนจริงเพื่อดึงดูดคน แต่พอธุรกิจต้องขยายสเกลและเปลี่ยนมาจ่ายเงินตามปริมาณการใช้งานผ่าน API จริงๆ บิลค่าใช้จ่ายจึงพุ่งกระฉูดจนหลายองค์กรเริ่มรับไม่ไหว

ปัญหาปวดหัวที่แท้จริงของผู้พัฒนาฝั่งอเมริกาคือการบุกตลาดของเทคโนโลยีจากจีน ปัจจุบันโมเดล AI สัญชาติจีนอย่าง DeepSeek สามารถทำคะแนนทดสอบประสิทธิภาพได้สูสีกับโมเดลตัวท็อปอย่าง Claude Opus แต่กลับมีต้นทุนที่ถูกกว่าถึงสิบสามเท่า

ความได้เปรียบนี้มาจากการที่จีนเลือกปล่อยโมเดลระดับท็อปออกมาให้ใช้งานแบบ Open-source ทำให้ผู้ให้บริการระบบรายอื่นสามารถนำไปต่อยอดได้ฟรีโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าพัฒนาโมเดล ส่งผลให้เพดานราคาค่าบริการในตลาดถูกกดให้ต่ำลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่เหลือกำไร ซึ่งนี่จะเป็นโจทย์หินที่ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต้องหาทางแก้เกมให้ได้หากหวังจะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนในอนาคต

ที่มา: decrypt


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการหั่นราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีฝั่งตะวันตกเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามจากโมเดล Open-source ของจีนที่เข้ามาป่วนโครงสร้างราคาในตลาดอย่างหนัก การแข่งกันลดราคาเพื่อแย่งลูกค้าทั้งที่ยังมีตัวเลขขาดทุนสะสมอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวได้ ส่วนในมุมมองของนักลงทุนคริปโต ข่าวนี้แทบจะไม่มีผลกระทบต่อราคาเหรียญในกระดานเลย แต่อาจจะต้องจับตาดูว่าเหรียญในกลุ่ม AI จะได้รับแรงกดดันทางอ้อมจากความผันผวนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลักเหล่านี้หรือไม่ในอนาคต