สรุปข่าว
- Ricardo Salinas Pliego มหาเศรษฐีชาวเม็กซิโกผู้มีสินทรัพย์รวมกว่าห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐเปิดเผยว่าเขาได้จัดสรรพอร์ตการลงทุนมากถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ไว้ใน Bitcoin เนื่องจากเชื่อมั่นว่าสกุลเงินดั้งเดิมจะเสื่อมมูลค่าลงเมื่อเวลาผ่านไป
- เขามองว่า Bitcoin เป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก โดยยกตัวอย่างมูลค่าบ้านในกรุงลอนดอนที่เคยต้องใช้ถึงสี่พันบิตคอยน์ในการซื้อเมื่อสิบปีก่อนแต่ในปัจจุบันกลับใช้ไม่ถึงสามสิบบิตคอยน์
- ความเชื่อมั่นนี้ทำให้เขาตัดสินใจแนะนำให้ภรรยานำบ้านไปจำนองเพื่อนำเงินมาซื้อ Bitcoin เพิ่มและยังแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาเปลี่ยนมูลค่าบ้านบางส่วนมาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรับผลตอบแทนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากมุมมองและพฤติกรรมการลงทุนของมหาเศรษฐีระดับโลกที่มีการจัดสรรเงินทุนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ Bitcoin อย่างเปิดเผยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรายย่อยและดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพูดถึงการจัดพอร์ตการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้เรากระจายความเสี่ยงและถือครองสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงในสัดส่วนที่น้อยมากๆ แต่กฎเกณฑ์เหล่านั้นดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับ Ricardo Salinas Pliego มหาเศรษฐีชาวเม็กซิโกผู้มีสินทรัพย์ระดับห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐและเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจ Grupo Elektra ที่ครอบคลุมตั้งแต่ค้าปลีก ธนาคาร ไปจนถึงโทรคมนาคมและสื่อ
ชายผู้กุมบังเหียนธุรกิจระดับประเทศรายนี้ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการการลงทุนด้วยการประกาศตัวเป็นผู้ศรัทธาใน Bitcoin ขั้นสุดยอด โดยเขาได้จัดสรรเงินลงทุนในพอร์ตของตนเองมากถึง 70% ให้อยู่ในรูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลก ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มหาศาลและฉีกทุกตำราการเงินแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง
เมื่อคริปโตเคอร์เรนซีให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าอสังหาริมทรัพย์
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือมุมมองที่เขามีต่ออสังหาริมทรัพย์ หลายคนมองว่าการซื้อบ้านหรือที่ดินคือการลงทุนที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว แต่สำหรับ Salinas เขามองว่า Bitcoin คือสินทรัพย์ที่เหนือกว่านั้นมาก
เขายกตัวอย่างที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่า ในเดือนมกราคมปี 2016 ราคาของ Bitcoin วนเวียนอยู่แถว 400 ดอลลาร์สหรัฐ ในเวลานั้นหากคุณต้องการซื้อบ้านในทำเลทองอย่างใจกลางกรุงลอนดอนที่มีราคาเฉลี่ย 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คุณจะต้องใช้ Bitcoin มากถึง 4,000 เหรียญ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสิบปี ราคาบ้านในลอนดอนแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดด ในขณะที่มูลค่าของ Bitcoin กลับพุ่งทะยานจนทำให้การซื้อบ้านหลังเดิมในปัจจุบันอาจจะใช้ Bitcoin ไม่ถึง 30 เหรียญด้วยซ้ำ
นี่คือภาพสะท้อนที่ทำให้เขาเชื่อมั่นอย่างหมดใจว่า Bitcoin เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบอสมมาตรหรือมีโอกาสได้กำไรสูงกว่าความเสี่ยงอย่างมหาศาล ยิ่งผู้คนรับรู้ถึงศักยภาพของมันมากเท่าไหร่ ความต้องการในตลาดย่อมพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
กลยุทธ์แหวกแนว จำนองบ้านเพื่อสร้างความมั่งคั่ง
ความศรัทธานี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเขาเองเท่านั้น แต่ Salinas ยังได้ทำในสิ่งที่ท้าทายความเชื่อของคนทั่วไปด้วยการโน้มน้าวให้ภรรยาของเขานำบ้านไปจำนองและกู้เงินมาเพื่อซื้อ Bitcoin เก็บไว้ ซึ่งเธอก็ทำตามคำแนะนำนั้นจริงๆ
เขามองว่าสำหรับคนทั่วไปแล้ว สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในชีวิตมักจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่พวกเขาครอบครองอยู่ การหาทางแปลงมูลค่าของบ้านบางส่วนให้กลายมาเป็นสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin ถือเป็นกลยุทธ์ที่ทุกคนควรนำไปพิจารณา เพราะมันจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนได้ถึงสองต่อ ทั้งจากการที่มูลค่าของตัวบ้านเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวและจากการเติบโตของราคา Bitcoin ไปพร้อมๆ กัน
ต้นตอความไม่เชื่อมั่นในสกุลเงินดั้งเดิม
แนวคิดที่ดุดันเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีรากฐานมาจากความไม่เชื่อมั่นในระบบเงินตราแบบรวมศูนย์ Salinas ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีลุ้นลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโกในปี 2030 มีความเชื่อฝังใจมาตั้งแต่ยุคที่อดีตประธานาธิบดี Richard Nixon ประกาศยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเข้ากับทองคำ
เหตุการณ์นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองเห็นภาพว่าระบบสกุลเงินดั้งเดิมเป็นเพียงภาพลวงตาที่รอวันเสื่อมค่าและจะทำลายอำนาจซื้อของประชาชนลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป การย้ายความมั่งคั่งมาสู่สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดและตรวจสอบได้อย่าง Bitcoin จึงกลายเป็นทางรอดเดียวที่เขาเลือกเชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจ
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าแนวคิดของ Ricardo Salinas Pliego สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบเงินกระดาษที่ถูกผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก การที่มหาเศรษฐีระดับโลกกล้าเดิมพันด้วยพอร์ตการลงทุนถึง 70% และนำบ้านไปจำนอง ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นขั้นสุดยอดต่อตัว Bitcoin
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป การนำที่อยู่อาศัยหลักไปค้ำประกันเพื่อซื้อสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงยังคงเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูงมากและอาจไม่เหมาะกับทุกคน การกระจายความเสี่ยงในสัดส่วนที่ตัวเองสามารถรับไหวและไม่สร้างความเดือดร้อนต่อชีวิตประจำวันจึงยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการเอาตัวรอดบนโลกการลงทุนที่ผันผวนนี้
มุมมองส่วนตัวมองว่าคำแนะนำของ Salinas ถือเป็นความเสี่ยงที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป การนำบ้านซึ่งเป็นปัจจัยสี่ไปจำนองเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin ถือเป็นการนำความมั่นคงของชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือความทนทานต่อความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มหาเศรษฐีระดับนี้ต่อให้พอร์ตการลงทุนขาดทุนย่อยยับ เขาก็ยังมีธุรกิจและเงินสดสำรองอีกมหาศาลให้ก้าวเดินต่อ ในขณะที่คนธรรมดาไม่มีตาข่ายนิรภัยรองรับแบบนั้น คุณค่าที่แท้จริงจากกรณีศึกษานี้จึงไม่ใช่การเลียนแบบพฤติกรรมเทหมดหน้าตัก แต่คือการเรียนรู้วิสัยทัศน์ในการป้องกันความเสี่ยงจากระบบเงินเฟ้อ และนำมาปรับใช้ด้วยการแบ่งสัดส่วนเงินเย็นมาลงทุนอย่างพอเหมาะ เพื่อเกาะติดการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิตประจำวัน
