bitkub-banner

Standard Chartered มอง Morpho มีลุ้นโต 33 เท่า คาดทำผลงานแซง Bitcoin และ Ethereum

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Standard Chartered เริ่มบทวิเคราะห์เหรียญ Morpho ครั้งแรก ตั้งเป้าราคาแตะ 60 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2030 คิดเป็นการเติบโตราว 2,787% หรือ 33 เท่าจากราคาปัจจุบัน
  • Standard Chartered วางโรดแมปราคาเป็นรายปี จาก 3.50 ดอลลาร์ในปี 2026 ไล่ไปจนถึง 60 ดอลลาร์ในปี 2030 โดยมองว่า Morpho จะทำผลตอบแทนแซงทั้ง Bitcoin และ Ethereum
  • จุดแข็งของ Morpho อยู่ที่โครงสร้างธุรกิจ 2 ส่วนหลัก ทั้งตลาดกู้ยืมและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับธนาคารบนบล็อกเชน บวกกับการคิดค่าธรรมเนียมโปรโตคอล 0% ที่ต่างจาก Aave และ Uniswap

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish

การที่แบงก์ระดับโลกอย่าง Standard Chartered เริ่มออกบทวิเคราะห์ MORPHO เป็นครั้งแรก พร้อมเป้าราคาที่สูง ถือเป็นแรงหนุนด้านความเชื่อมั่นที่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีการเทียบเคียงกับ UNI และ AAVE ที่เคยได้รับเป้าการเติบโตในระดับใกล้เคียงกันมาก่อน ความสนใจจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่แบบนี้ มักดึงดูดเม็ดเงินและความสนใจจากนักลงทุนตามมาในระยะสั้นถึงกลาง

Standard Chartered ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้เริ่มจัดทำบทวิเคราะห์และติดตามสถานะของเหรียญ Morpho (MORPHO) เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายราคาไว้ที่ 60 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2030 พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า แพลตฟอร์มกู้ยืมเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi Lending) แห่งนี้ จะทำผลงาน และสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าทั้ง Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ในช่วงเวลาเดียวกันโดย Geoff Kendrick หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของธนาคาร เป็นผู้ส่งบทวิเคราะห์นี้ให้แก่กลุ่มลูกค้าสถาบัน

รายงานระบุว่า ณ วันที่ 1 กรกฎาคม ราคาเหรียญ MORPHO ซื้อขายกันอยู่เหนือระดับ 2 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 12% ในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งหากเทียบกับเป้าหมายที่ทางธนาคารตั้งไว้ที่ 60 ดอลลาร์ จะเท่ากับว่า เหรียญนี้มีโอกาสเติบโตสูงถึงประมาณ 2,787% หรือพุ่งขึ้นราว 33 เท่า จากราคาในปัจจุบัน

เปิดโรดแมปไทม์ไลน์ราคา และโครงสร้างธุรกิจ สู่เป้าหมาย 60 ดอลลาร์

Geoff Kendrick ได้จำแนกแผนการเติบโตของราคา MORPHO ออกเป็นขั้นเป็นตอนในแต่ละปีไว้ดังนี้ ในปี 2026 คาดว่า ราคา MORPHO จะอยู่ที่ 3.50 ดอลลาร์, ปี 2027 ราคาจะซื้อขายอยู่ที่ 11 ดอลลาร์, ในปี 2028 ราคาจะอยู่ที่ 22 ดอลลาร์, ส่วนปี 2029 ราคาจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ และสุดท้ายราคาจะพุ่งไปแตะระดับ 60 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปี 2030 

Geoff Kendrick อธิบายว่า Morpho เป็นแพลตฟอร์มที่มีบทบาท 2 ด้านในโลก DeFi เนื่องจากควบรวมทั้งระบบตลาดกู้ยืม และโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับธนาคารบนบล็อกเชน รวมถึงผู้จัดการสินทรัพย์เอาไว้ด้วยกัน ส่งผลให้ธนาคารมีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อ Morpho ซึ่งปัจจุบันถือเป็นโปรโตคอลกู้ยืมเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก Aave เท่านั้น 

ซึ่งโครงสร้างธุรกิจของ Morpho แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจฝั่งโปรโตคอลกู้ยืม ปัจจุบันมียอดเงินฝาก อยู่ที่ประมาณ 5.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีกลไกการทำงานคล้ายคลึงกับ Aave (AAVE)

ส่วนธุรกิจฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินค้ำประกันอยู่ราว 4.3 พันล้านดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็นท่อส่งสัญญาณ และระบบหลังบ้านให้แก่แอปพลิเคชันการบริหารสินทรัพย์และระบบธนาคารบนบล็อกเชน

Standard Chartered คาดการณ์ว่า มูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งหมดที่เปิดใช้งานในโลก DeFi จะเติบโตขึ้นถึง 37 เท่าภายในสิ้นปี 2030 และ Morpho ก็อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะขยายตัวไปพร้อม ๆ กับการเติบโตดังกล่าว 

Geoff Kendrick ชี้ว่า การรวมกันของตลาดกู้ยืมและระบบคลังอัจฉริยะ (Vault Infrastructure) ทำให้ Morpho มีจุดเด่นที่แตกต่างในยามที่โลก DeFi กำลังวิวัฒนาการไปสู่สินทรัพย์สถาบัน และสินทรัพย์โทเคน (Tokenized Assets) ประกอบกับการที่โปรโตคอลสามารถระดมทุนจากกลุ่ม Venture Capital มาได้สูงถึง 175 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีเงินทุนสำรองหนาแน่นพอในการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว

Geoff Kendrick ชี้ว่า การควบรวมตลาดกู้ยืมเข้ากับระบบคลังอัจฉริยะ (Vault Infrastructure) ทำให้ Morpho มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครในการรองรับสินทรัพย์สถาบันและสินทรัพย์โทเคน (Tokenized Assets) ประกอบกับการระดมทุนจาก Venture Capital ได้สูงถึง 175 ล้านดอลลาร์ ยิ่งช่วยค้ำประกันความพร้อมด้านเงินทุนที่จะขับเคลื่อนโปรโตคอลในระยะยาว

ปัจจัยความสำเร็จที่ต้องจับตา และการเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด

ทางธนาคาร Standard Chartered ยังระบุว่า เส้นทางการเติบโตระยะยาวของ Morpho จะต้องพึ่งพาความสามารถของขาธุรกิจฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน ในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันการเงินดั้งเดิมเป็นหลัก ซึ่งการจับมือเป็นพันธมิตรด้านการรับฝากสินทรัพย์ (Custody) และการกระจายสินค้าความปลอดภัยสูงร่วมกับยักษ์ใหญ่อย่าง Fireblocks, Anchorage และ Taurus จะเป็นกุญแจสำคัญ 

นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริหารจัดการคลัง (Vault Curators) อย่าง Steakhouse Financial ซึ่งปัจจุบันดูแลสินทรัพย์อยู่เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ ก็ได้กลายมาเป็นช่องทางหลักในการนำพาเงินทุนสถาบันไหลเข้าสู่ระบบออนเชนของ Morpho

นอกจากนี้ Standard Chartered ยังตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบัน Morpho ดำเนินธุรกิจโดยคิดค่าธรรมเนียมโปรโตคอลที่ 0% (Protocol Take Rate) ซึ่งหมายความว่า บริษัทจะส่งรายได้จากการให้กู้ยืมทั้งหมดตรงไปให้ผู้ฝากเงินผ่านโครงสร้างคลังโดยไม่หักส่วนแบ่งเลย สิ่งนี้ทำให้ Morpho แตกต่างจาก Uniswap (UNI) และ Aave (AAVE) ที่ต่างเริ่มมีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าคลังโปรโตคอลแล้ว 

โดย ณ วันที่ 1 กรกฎาคม เหรียญ UNI ซื้อขายอยู่ที่ 2.73 ดอลลาร์ และ AAVE อยู่ที่ 85.47 ดอลลาร์ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ Standard Chartered ก็เคยออกมาคาดการณ์ว่าเหรียญ UNI มีโอกาสโตได้ 34 เท่า และ AAVE มีโอกาสโตได้ 38 เท่าภายในปี 2030 ซึ่งทำให้เป้าหมายการเติบโต 33 เท่าของ MORPHO ในรอบนี้ ถือว่าเกาะกลุ่มอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเหรียญบลูชิพ DeFi ตัวอื่น ๆ

ที่มา : coinmarketcap


มุมมองผู้เขียน : เป้าราคา 60 ดอลลาร์ฟังดูสูงมากในตอนนี้ แต่เมื่อดูจากพื้นฐานธุรกิจ ของ Morpho ก็พอเข้าใจได้ว่า ทำไมแบงก์ใหญ่ถึงกล้าให้เป้าหมายขนาดนี้