สรุปข่าว
- กราฟ ETH/BTC ฟื้นจากระดับต่ำสุดในระยะสั้น ขณะที่ราคา ETH ทะลุแนวต้านสำคัญ และมีเป้าหมายทางเทคนิคถัดไปที่ 2,163 ดอลลาร์
- Ethereum ครองตลาด RWA ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนกว่า 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์
- กองทุน Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิ 103.90 ล้านดอลลาร์ เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมาให้ความสนใจ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Ethereum เกิด 3 ปัจจัยบวกขึ้นพร้อมกัน ทั้งกราฟ ETH/BTC ที่เริ่มฟื้น ตลาด Tokenization มูลค่ากว่า 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์ และเงินทุนไหลเข้า ETF ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ขณะที่นักวิเคราะห์เริ่มชี้ให้เห็นสัญญาณสำคัญบางอย่างบนกราฟ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ ETH กลับมาแย่งสปอตไลต์จาก Bitcoin ได้อีกครั้ง
Ethereum เหรียญพี่รองอันดับ 2 ของโลก กำลังส่งสัญญาณว่า ช่วงเวลาที่เหรียญนี้จะต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของ Bitcoin อาจใกล้จบลง หลังปัจจัยบวก 3 ด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งกราฟราคาที่เริ่มกลับตัว เงินทุนสถาบันที่ไหลกลับเข้ากองทุน ETF และการครองตลาด Tokenization มูลค่ากว่า 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์
ช่วงเวลาดังกล่าวอาจไม่ใช่วันที่ Ethereum ขึ้นมาแทน Bitcoin แต่เป็นช่วงเวลาที่ตลาดเริ่มหันกลับมามอง ETH ด้วยมุมมองที่ต่างออกไป และ 3 ปัจจัยต่อไปนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ภาพเหล่านั้นชัดเจนขึ้น
1. กราฟ ETH เริ่มส่งสัญญาณฟื้น
Aksel Kibar นักวิเคราะห์ระดับ Chartered Market Technician (CMT) ซึ่งเป็นมาตรฐานวิชาชีพด้านการวิเคราะห์กราฟเทคนิค ระบุว่า คู่ซื้อขาย ETH/BTC ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดระยะสั้นที่ 0.0269 มาอยู่ที่ 0.02918
กราฟ ETH/BTC ใช้เปรียบเทียบระหว่างผลงานของ Ethereum กับ Bitcoin โดยตรง เมื่ออัตราส่วนนี้เพิ่มขึ้น หมายความว่า ETH เริ่มแข็งแกร่งกว่า BTC ในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้านคู่เหรียญ ETH/USD หรือราคาของ Ethereum เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ฟื้นตัวจากบริเวณ 1,510 ดอลลาร์ ขึ้นมาที่ประมาณ 1,880 ดอลลาร์ พร้อมพุ่งทะลุเส้น Neckline ซึ่งเป็นเส้นแนวต้านสำคัญของรูปแบบกราฟราคา โดยปัจจุบัน ETH ได้เปลี่ยนแนวต้าน 1,842 ดอลลาร์ให้กลายเป็นแนวรับได้สำเร็จ
หาก ETH ยังยืนเหนือระดับราคานี้ได้ เป้าหมายถัดไปตามการวิเคราะห์ทางเทคนิคอยู่ที่ 2,163 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดลงมา สัญญาณฟื้นตัวก็อาจอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
2. Ethereum ครองความเป็นผู้นำในตลาด RWA
จุดแข็งของ Ethereum ไม่ได้มีแค่เรื่องราคา แต่ยังอยู่ที่การนำไปใช้งานจริงบนเครือข่ายบล็อกเชน โดยข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเคนบน Ethereum เติบโตขึ้นแตะ 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าคู่แข่งอย่าง Solana และ BNB Chain อย่างชัดเจน
ทั้งกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock (BUIDL) และผู้ออกสินทรัพย์รายใหญ่อีกกว่า 1,373 ราย ต่างใช้งานสัญญา Smart Contract บน Ethereum ทุกธุรกรรมเหล่านี้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นเหรียญ ETH จึงทำให้เกิดความต้องการที่มาจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงกระแสเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตลาด Tokenization อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Ethereum ในระยะยาว
3. เงินสถาบันเริ่มไหลกลับเข้า ETF
กองทุน Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิ 103.90 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวัน 24 ก.ค. 2026) นับเป็นเม็ดเงินไหลเข้าสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของกองทุน (AUM) เพิ่มขึ้นแตะ 1.017 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายรายสัปดาห์อยู่ที่ 2.78 พันล้านดอลลาร์
แม้จำนวนเงินไหลเข้า 103.90 ล้านดอลลาร์ อาจยังไม่มากพอจะพลิกตลาดได้ทันที แต่การเกิดขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์สะท้อนว่า นักลงทุนสถาบันกำลังกลับมาให้ความสนใจกับ Ethereum อีกครั้ง

สิ่งที่น่าจับตาคือ ปัจจัยบวกทั้งสามอย่างเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน กราฟราคาเริ่มฟื้น เคสการใช้งานจริงเติบโต และเงินทุนสถาบันไหลกลับเข้ามา ภาพทั้งหมดกำลังบอกว่า Ethereum อาจไม่ใช่เพียงเหรียญอันดับสองที่เดินตาม Bitcoin อีกต่อไป
ในขณะที่รายงาน Ethereum มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 1,943 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.5% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:u.today
มุมมองผู้เขียน: จุดตัดสินว่า Ethereum จะสามารถแย่งสปอตไลต์จาก Bitcoin ได้หรือไม่ อาจอยู่ที่ระดับราคา 1,842 ดอลลาร์ เพราะตราบใดที่ ETH ยังยืนเหนือแนวรับนี้ได้ ความหวังดังกล่าวก็ยังไม่หมดลง

