สรุปข่าว
- อัยการยื่นฟ้องผู้ก่อตั้ง Few and Far ข้อหาฉ้อโกง หลังแอบนำเงินระดมทุนกว่า 10 ล้านดอลลาร์ไปใช้เล่นการพนันและเก็งกำไรคริปโต
- ผู้ต้องหาหลอกระดมทุนจากนักลงทุน 67 รายผ่านสัญญา SAFTs โดยอ้างว่าจะนำเงินไปพัฒนาตลาดซื้อขาย NFT แต่กลับไล่พนักงานออกแล้วสร้างภาพว่าโปรเจกต์ยังดำเนินอยู่
- เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปซื้อคอนโดมิเนียมและใช้จ่ายส่วนตัวจนทำให้เหรียญ FAR หมดมูลค่าลง และผู้ก่อตั้งต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากข่าวดังกล่าวตอกย้ำความเสี่ยงของโปรเจกต์ NFT และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด
อัยการรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันยื่นฟ้อง Taj Tarsha ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัป Few and Far ในข้อหาฉ้อโกง หลังพบว่ามีการยักยอกเงินระดมทุนมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ไปใช้เรื่องส่วนตัว ทั้งการเล่นพนันออนไลน์ เก็งกำไรในตลาดคริปโต ตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ แทนที่จะนำเงินไปใช้พัฒนาแพลตฟอร์มตามที่เคยให้สัญญาไว้กับนักลงทุน
การระดมทุนดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยผู้ต้องหาได้รวบรวมเงินจากนักลงทุนอย่างน้อย 67 รายผ่านสัญญา SAFTs ซึ่งให้สิทธิผู้ลงทุนรับเหรียญ FAR จำนวน 95 ล้านเหรียญในอนาคตเพื่อแลกกับการสนับสนุนสร้างตลาดซื้อขาย NFT แบบกระจายศูนย์ แต่จากการตรวจสอบบัญชีในเดือนมิถุนายน 2023 กลับพบว่าผู้ก่อตั้งเริ่มแอบยักยอกเงินออกไปแทบจะทันทีหลังจากระดมทุนเสร็จ พร้อมทั้งปลดพนักงานส่วนใหญ่ออก แล้วจ้างผู้รับเหมาเพียงคนเดียวมาสร้างภาพลวงตาว่าแพลตฟอร์มยังคงเปิดทำงานอยู่
นอกจากนี้ เงินระดมทุนยังถูกนำไปใช้ผ่อนคอนโดมิเนียมในเมือง Miami จ้างบริษัทตกแต่งภายใน และใช้จ่ายกับงานอดิเรกการเป็น DJ ส่วนตัว แม้จะมีการเปิดตัวเหรียญ FAR ในเดือนพฤษภาคม 2024 แต่ตัวเหรียญกลับหมดมูลค่าลงอย่างรวดเร็วและต้องยุติการซื้อขายในที่สุด จนนำไปสู่การจับกุมตัวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องหาต้องเผชิญหน้ากับการพิจารณาคดีในชั้นศาลและมีโอกาสรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปีในแต่ละข้อหา
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าคดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจชั้นดีสำหรับนักลงทุนในตลาด NFT และคริปโต โดยเฉพาะการระดมทุนผ่านสัญญา SAFTs ที่ผู้ลงทุนมักมอบความไว้วางใจให้ผู้พัฒนาล่วงหน้าโดยไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด การที่ผู้ก่อตั้งสามารถนำเงินหลายสิบล้านไปใช้เสเพลจนโปรเจกต์พังทลาย สะท้อนถึงช่องโหว่ด้านการกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม การที่ทางการสหรัฐฯ เร่งเช็กบิลอย่างจริงจังจะช่วยคัดกรองผู้เล่นที่ไม่สุจริตออกไป และช่วยสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีขึ้นให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว

